‘โฟกัส’ ทำใจเตรียมเป็นแม่ค้า เมื่อลุกมาพูดการเมือง รับอาย ถ้าอยู่เฉยๆ รอดูความสำเร็จม็อบ

“โฟกัส” ทำใจเตรียมเป็นแม่ค้า เมื่อลุกมาพูดการเมือง รับอาย ถ้าอยู่เฉยๆ รอดูความสำเร็จม็อบ

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน โฟกัส จีระกุล ดารานักแสดงชื่อดัง ที่เปิดตัวออกมาร่วมชุมนุมทางการเมือง กับกลุ่มราษฎร เดินทางมาออกรายการแฉ ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว

โฟกัส เผยว่า จริงๆ สนใจเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว ได้ยินข่าวมาเรื่อยๆ แต่เราก็เลือกที่จะไม่ค่อยพูด เงียบๆ ไว้ จุดเปลี่ยนคือวันที่มีการสลายการชุมนุม ที่แยกปทุมวัน เพราะเรารู้สึกว่า เด็กไม่ผิดอะไรที่จะออกมาเรียกร้อง เราก็เลยไม่รู้ว่า ทำไมเขาถึงมีการใช้ความรุนแรงกันเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่เขาออกมาเรียกร้องกันอย่างสันติจริงๆ เป็นจุดที่แบบ ถ้าเราจะอยู่เฉยๆ แล้วรอดูความสำเร็จของน้องๆ เราจะรู้สึกเราอายที่เราจะอยู่เฉยๆ เราออกมาพูดดีกว่า แล้วก็ไม่ต้องสนใจแล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น วันนั้นก็ตัดสินใจแล้วว่า จะเป็นแม่ค้าแล้ว ไม่เป็นแล้วดารา คิดว่าไม่มีคนจ้างแน่นอน รู้อยู่แล้ว

เมื่อพิธีกรถามว่า ได้คุยกับคุณแม่ไหม โฟกัสกล่าวว่า ใช้คำว่าบอกแม่ดีกว่า ว่าแม่ หนูต้องพูด ถ้าหนูไม่พูด หนูจะรู้สึกว่าไม่ใช่ ไม่ได้แล้ว ถึงแม่จะห้ามก็ยังจะพูดอยู่ดี เพราะเราต้องทำแล้ว

“3 ข้อเรียกร้อง เข้าใจง่ายมาก สิ่งที่เด็กๆ ออกมาเรียกร้อง คือ เรียกร้องอนาคตที่ดี เราต้องการอะไร ที่เขาชอบพูด ถ้าการเมืองดี มันจะส่งผลอะไรกับเราบ้าง เอาง่ายๆ ในฐานะที่หนูประสบเอง สมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยต้องใช้ทางสาธารณะ ถ้าเรียกร้องได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ ทางสาธารณะ สาธารณูปโภคที่ดี อะไรที่ดีกว่าตอนนี้ เพียงแต่เราไม่สนใจและมองข้ามมัน แต่เด็กรุ่นนี้เขาไม่มองข้าม เขาต้องการสิ่งนั้นจริงๆ เขาเลยลุกขึ้นมา คือ เราอยากได้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และประชาธิปไตยอย่างแท้จริง”

สำหรับประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น โฟกัส มองว่า เอาง่ายๆ เรื่องการเลือกตั้ง คนที่อยู่ในรัฐสภาตอนนี้ จริงๆ พูดเต็มปากเต็มคำว่ามาจากประชาธิปไตย 100% (มดดำ ถามว่า แต่เขาชนะการเลือกตั้งมา) แล้ว ส.ว.250 คนมาจากไหน เด็กๆ สมัยนี้ เขาแค่ตั้งข้อสงสัยและคำถาม แต่ไม่มีใครตอบเขาได้ อย่างน้อย ปัจจุบันนี้ อย่างน้อยก็ควรเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจาก คสช.แล้วหรือเปล่า ควรจะประชาธิปไตยจริงๆ แล้วหรือเปล่า

“เรารู้สึกว่า เด็กๆ อยากพูดอีกเรื่อง ผู้ใหญ่อาจจะคิดว่า เด็กๆ ออกมาเรียกร้องอะไรกันอะ คุณยังเป็นเด็ก ไม่ได้เสียภาษีด้วยซ้ำ กัสอยากจะบอกว่า ทุกคนในประเทศนี้ เสียภาษีอยู่แล้วพี่ ไม่ว่าจะทำอะไรต้องเสียอยู่แล้ว ดังนั้น การที่เขาจะออกมาเรียกร้อง มันคืออนาคตของเขา คุณควรรับฟังแล้วเอาไปคิดบ้าง เด็กมีสิทธิจะพูด และกัสอยากให้เด็กๆ สนใจเรื่องนี้จริงๆ นะ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย”

โฟกัสกล่าวอีกว่า ตอนนั้นก็คิดจะไปเป็นแม่ค้าจริงๆ ซึ่งนักแสดงถูกปลูกฝังว่า หากแสดงออกทางการเมืองมากเกินไป ก็ไม่มีงานอีกต่อไป เราก็รับรู้ได้ โดยที่ไม่ต้องพูดกันก็ได้ แต่ก็รับรู้เอง

แจ๊ค แฟนฉัน ยังได้กล่าวเสริมว่าตอนที่ติดต่อโฟกัส ให้มาเล่นมิวสิควิดีโอให้ โฟกัสตอบกลับมาว่าคิดดีแล้วหรือ ซึ่งโฟกัส เผยว่า ตั้งแต่เปิดตัวทางการเมือง แนวนี้ จะได้รับการต่อว่า ด่า และสาปแช่ง ซึ่งเราก็จะห่วงคนที่เข้ามาหาเราเสมอ แบบเป็นการซัพพอร์ตเรา เข้าข้าง ก็กลัวจะโดนด่าไปกับเราด้วย ก็เลยถามว่าโอเคไหม

เมื่อถูกถามว่า แม้ไม่มีงานก็ยังจะออกมาทำหรือไม่ โฟกัสกล่าวว่า ก็ยังจะทำ เราออกมาพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ตัดความเป็นดาราทิ้งไปแล้ว แค่อยากจะพูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ถึงจุดหนึ่งก็ต้องพูด จริงๆ ยังย้ำขอเรียกร้อง 3 ข้อ จริงๆ มันเป็นไปได้ ถ้าเปิดใจ รับฟังกันจริงๆ จริงๆ ในประเทศนี้ คิดต่างไม่ผิด ขอแค่รับฟังหน่อย มาด่าหนูหนูไม่ว่า แต่ฟังที่หนูตอบไป

สำหรับข้อที่ทำได้เลยนั้น โฟกัสกล่าวว่า คือ “ลุงตู่ออกไป” ก็รู้สึกว่า เป็นคำที่ทำได้ง่ายที่สุด ลุงตู่ (ยกมือไหว้) ด้วยความเคารพนะคะ เป็นทหารดีแล้วค่ะ เป็นทหาร อย่าเป็นนายกฯ 6 ปีที่ผ่านมาก็เยอะมากพอที่จะใช้แล้วค่ะ มันเต็มที่มากพอแล้ว เขาใช้เวลาเกินไปแล้ว มันไม่ได้ยากเกินไป เอาแค่ข้อแรกเลย กลับไปเป็นทหารค่ะ

“ลุงตู่ออกไปก่อน แล้วมาแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ล่าสุด ที่เขาไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ บางคนก็ไม่ออกความเห็น ก็งงเหมือนกัน เลือกเขาไปแล้วก็ไม่แสดงความเห็น ครั้งล่าสุดนี้ คนที่ไม่ออกเสียงอะ เข้าไปเป็นทำไม หนูถามก่อนว่าเข้าไปเป็นทำไม ถ้าไม่ออกเสียง บอกว่าไม่ดีกว่า”

กับ แฟนหนุ่ม เจมส์ นั้น โฟกัสกล่าวว่า ก็สนับสนุน ไม่ได้ห้ามอะไร ถ้าเราคิดว่าสิ่งที่เราทำมันถูกต้องแล้ว ก็ทำต่อไป จริงๆ ก็อยากได้หลายอย่าง แต่เดี๋ยวจะหาว่าขอเยอะ เราต้องถามก่อนว่า 6 ปีที่ผ่านมา เราได้อะไรบ้างดีกว่า 6 ปีได้แต่ความสงบ ไม่มีอะไรที่พัฒนาเลย และไม่มีอะไรที่ดีขึ้น ไทยย่ำอยู่กับที่มาเป็น 10 ปีแล้ว ทำไมประเทศอื่น รถไฟฟ้าไปทุกที่ แต่ไทยต้องใช้รถเมล์พัดลม ไทย การศึกษาควรจะเข้าถึงและเท่าเทียมทั่วประเทศ

เมื่อถามว่า อยากเป็นนักการเมืองหรือไม่ โฟกัสกล่าวว่า เคยแอบแซวตัวเอง ว่าอยากลง ส.ส. อยากเรียนเพิ่มขึ้น ขอเรียนรัฐศาสตร์ก่อน ต่อโทซัก 2 ปี หนูอยากเป็นเด็กรุ่นใหม่คนหนึ่ง ที่อยากเข้าไปในรัฐสภาแล้วฟังว่าเขาคุยอะไรกัน แล้วจะไปนั่งจ้องว่ามีใครหลับ หรือเปล่า ถ้าเขาหลับ จะบอกว่า พี่คะ ตื่น (ลุกขึ้นยืน ปรบมือ) ฟังค่ะฟัง

ด้านนางสุพิตา ศิวะบุณย์ หรือแม่สุ กล่าวว่ารู้สึกเป็นห่วง จะต้องไปด้วย เป็นอะไรก็เป็นด้วยกัน (โฟกัสกล่าวว่า แม่ก็เป็นห่วง เลยชวนแม่ไปด้วยเลย )

ส่วนวันที่ลูกสาวโพสต์เรื่องการเมืองนั้น นางสุพิตา เผยว่า ก็ได้บอกว่ารู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างต้องเกิด ก็ถามว่ายอมรับได้ไหม ลูกบอกว่ารับได้ ตัดสินใจแล้ว ถ้างั้นแม่ก็โอเค ก็เลยไม่ห้าม เคารพเขา จริงๆ เรื่องการเมืองไม่ค่อยอยากยุ่ง ทุกวันนี้ไป ก็ไปดูแลลูก ส่วนหากเป็นดาราไม่ได้บอกลูกว่าก็ไปเป็นแม่ค้า ไม่พอก็ขายบ้านไป แล้วกลับไปอยู่บ้านเก่าเลย ครอบครัวหนู มีตา ยาย หลาน น้า มีแมวด้วย


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฟกัส เปิดใจครั้งแรกหลังร่วมม็อบ จี้ ‘บิ๊กตู่’ ลาออกกลับไปเป็นทหาร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘นักรบชุดน้ำเงิน’ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลช่วยปชช.สุรินทร์สุ้ภัยแล้ง
บทความถัดไปป้ายหาเสียงก้าวหน้าเจอมือมืด ล้มป้าย สาดสี ผู้สมัครนายก อบจ.กำแพงเพชร