‘บิณฑ์’ เดินหน้าฟ้องเมนต์ด่า ไม่รับคำขอโทษ-เงิน เข้าคุกเท่านั้น บอกยิ่งทัวร์ลงยิ่งดัง

บิณฑ์’ เดินหน้าฟ้องเมนต์ด่า ไม่รับคำขอโทษ-เงิน เข้าคุกเท่านั้น บอกยิ่งทัวร์ลงยิ่งดัง

ยังยืนยันในการเดินหน้าทำความดีต่อไป สำหรับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่แม้ว่าตอนนี้จะลาออกจากมูลนิธิร่วมกตัญญูที่ทำด้วยกันมานานหลายสิบปี โดยล่าสุดเจ้าตัวได้มาร่วมงานในฐานะพรีเซ็นเตอร์เครื่องดื่ม คอมมานโด ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ พร้อมเคลียร์ปมดราม่าไว้ว่า

เงินที่ได้รับจากพรีเซ็นเตอร์ไม่ได้เข้ากระเป๋าตัวเอง

ไม่มีครับ ไม่มีได้เข้ากระเป๋าผม ตั้งแต่โควิด-19 ผมรับพรีเซ็นเตอร์ประมาณ 4 ตัว และก่อนโควิด-19 อีก 2 ตัว ก็ประมาณ 20 กว่าล้าน แล้วผมมีเงินส่วนตัวประมาณ 16 ล้าน มีเงินจากพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ญี่ปุ่นให้อีก 1 ล้าน เพราะฉะนั้นโควิด-19 ที่ผ่านมา ก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไปประมาณ 20 กว่าล้าน จริง ถ้าเราจะรับบริจาค รู้สึกว่าจะเหมือนกับน้ำท่วม กลัวว่าเงินจะเข้ามาเยอะ เป็นจำนวนมากเกินไป จนเราไม่สามารถจัดการได้ ผมรู้ว่าสิ่งที่เข้ามาในช่วงโควิด-19 คือ พรีเซ็นเตอร์ เงินตรงส่วนนี้เราสามารถมอบให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยที่ไม่ต้องไปขอรับบริจาค เรารู้สึกว่าข้างบนให้เรามาแล้วเราก็ต้องให้เขาต่อไป สิ่งที่เราทำให้กับสังคมมา 30 กว่าปี เป็นอะไรที่การันตีได้เลยว่าเราไม่เคยที่จะเอาเงินพวกนี้มาไว้กับตัวเรา ฉะนั้นพอได้มาเราก็ต้องเอาผู้ช่วยเหลือคนอื่นต่อไป

เห็นว่างานพรีเซ็นเตอร์บางตัวถึงขั้นต้องไปขอเบิกเงินมาก่อน

เบิกมาก่อนเกือบทุกตัวเลยครับ(ยิ้ม) เพราะว่าผมไม่มีเงิน ผมมีเงินติดธนาคารอยู่ไม่กี่ล้านบาท อันนั้นเก็บไว้ใช้ในสิ่งที่จำเป็นกับชีวิตตัวเอง แต่ครั้งแรกที่เราเดินคิดจะช่วยแค่ 1 ล้านบาทของเรา แต่ยิ่งเดินคนยิ่งขอเข้ามาเยอะ ผมช่วยไปประมาณ 3-4 หมื่นครอบครัว อย่างน้อย คนละ 500 บาท ก็เลยเป็นเงินจำนวนที่เยอะ ผู้ใหญ่ก็เหมือนกับว่าช่วยผมไปเลยส่งพรีเซ็นเตอร์มาให้ แต่การส่งสินค้ามาให้แต่ละอย่างผมไม่ใช่ว่ารับหมด ก็ต้องเทสต์สินค้านั้นด้วยว่าดีจริงไหมเมื่อผู้บริโภครับประทานหรือว่าใช้แล้ว เกิดประโยชน์กับเขาจริงเปล่า ผมจะทดลองอยู่ประมาณ 1-2 เดือน ถึงกล้าที่จะบอกกับพี่น้องประชาชนว่าสินค้าที่ผมเป็นพรีเซ็นเตอร์ดีจริงและไม่ได้โกหก เพราะคนจนกว่าจะหาเงินมาได้ แล้วต้องมาซื้อสิ่งที่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ โฆษณาและเป็นสิ่งที่ไม่ดีผมจะไม่เอา แต่ถ้าดีผมก็บอกว่าดี เลยได้เงินตรงนี้มามอบให้กับพี่น้องประชาชน

ค่าพรีเซ็นเตอร์ทุกตัวเราไม่ได้เอาไปใช้จ่ายส่วนตัว

ไม่มีเลยครับสักบาทเดียว ให้คนเดือดร้อนหมดเลย ที่ผ่านมาไม่ใช่คนอย่างเดียว มีช้างด้วย

จากเหตุการณ์ด่ามากที่เกิดขึ้นที่คนเชียร์ให้ถอดพรีเซ็นเตอร์ของเรา มีสินค้าตัวไหนถอดไหม

ไม่มีเลยครับ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าผมมีจุดยืนของผมคือไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ผมออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มันเป็นสิทธิของผมและเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องกระทำ ก็งงเหมือนกันว่าในเมื่อเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วทำไมทัวร์ต้องมาลงผม ถ้าผมเชียร์รัฐบาลเลือกข้างฝักใฝ่เรื่องการเมือง อันนี้ผมฝากไปกับสถาบันพระมหากษัตริย์ทำไมต้องเป็นความผิดของผมด้วย แต่สินค้าเขารู้ว่าสิ่งที่ผมทำ เขาเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร และยังต่อสัญญาผมไปตลอด ซึ่งในโซเชียลจะบูลลี่หรืออะไร ทางบริษัทเขาไม่สน

ได้กับทางบริษัทไหมว่าเกิดผลกระทบอะไรกับเขาหรือเปล่า

คุย ผมรู้สึกว่าก็เห็นใจเขานะ ลูกค้าบอกว่าไม่เป็นไรเลย เขาไม่หนักใจอะไร เขารู้ว่าสิ่งที่ผมทำคืออะไร และเข้าใจ ดูแต่ละคอมเมนต์ก็รู้ว่าเป็นพวกเดียวกัน มาลงทีตู้มเดียวแล้วก็ไปเขาก็รู้มันคือกระแส แล้วก็การที่ให้หลายๆ บอยคอตเรา แต่ 30 กว่าปีที่ผมทำมาเนี่ยถ้าผมทำไม่ดี เขาคงมาด่าผมตั้งนาน บอยคอตผมตั้งนานแล้ว พอผมออกมายืนปกป้องสถาบันปุ๊บลงกันปั๊บๆๆ

แต่ก็สบายใจขึ้นที่ทางลูกค้าก็ยังเข้าใจ

สบายใจ ยังมีอีกสองตัวที่ติดต่อเข้ามาครับ ไม่มีผลอะไรกับเรากับสินค้าเลย

เรียกว่าเป็นกำลังใจอย่างหนึ่งของเราด้วย

ใช่ครับ ยิ่งทัวร์ลงเท่าไหร่ก็ยิ่งดังเท่านั้น เพียงแต่ว่าเมื่อคนเสพตรงนี้แล้วเนี่ย ถ้าเข้าใจเขาก็หัวเราะ บางครั้งมันไม่ใช่ความจริง มันไม่ใช่การกระทำของผมแต่ไปเขียนกันแบบ โอ้โห เราก็รู้สึกว่าดีแล้วแหละถ้าเอาเรื่องจริงมาพูดเล่นกันผมจะโกรธ (หัวเราะ) อันนี้มันไม่ใช่เรื่องจริงก็ปล่อยเขาไปเถอะ

เรื่องที่ออกจากร่วมกตัญญูจะยังไงต่อ

ตอนนี้ผมก็ยังยืนยันว่าผมออกจากมูลนิธิมา ผมอยากทำในสิ่งที่เราอยากจะทำก่อน ผมเกรงว่าจะกระทบกับมูลนิธิ ถ้าผมออกมาปกป้องสถาบัน ก็กลัวว่าทัวร์จะไปลงที่มูลนิธิ ทางมูลนิธิเขาก็ไม่ได้อะไรแต่ผมขอออกมาก่อนดีกว่า จะได้ทำงานให้มันเต็มตัว

เขาเรียกให้กลับไปไหม

ไม่ๆ เขาก็โอเค เขาก็บอกว่าถ้าอยากจะเข้าไปเมื่อไหร่ ก็ยังยินดีรับเป็นอาสามูลนิธิอยู่ ก็บอกผมขอปฏิบัติหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดก่อน ให้ทุกอย่างมันเรียบร้อยลงตัวก่อน อาจจะเดินเข้าไปกราบขอเป็นอาสาสมัครเหมือนเดิม

แต่ยังไม่คิดถึงขั้นจะแยกออกมาทำมูลนิธิเอง

ไม่ๆ ผมไม่ได้คิดถึงตรงนั้นเลยผมรู้ว่า 30 กว่าปี มันเป็นความผูกพัน หน้าผมมันเป็นโลโก้ของร่วมกตัญญูไปแล้ว บางคนจะคิดว่าร่วมกตัญญูเป็นของผมด้วยซ้ำไป ถ้าเราคิดจะไปเปิดมูลนิธิเป็นของเรา รู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้วเพราะฉะนั้นเรามุ่งมั่นในสิ่งที่เราทำมาทั้งชีวิต 30 กว่าปี ผมทุ่มเทตรงนี้โดยไม่เคยได้รับ ผลประโยชน์จากมูลนิธิร่วมกตัญญูเลยนะครับ

แต่ก็ยังเห็นไปช่วยน้ำท่วมไปลงพื้นที่อยู่ตลอด

เป็นส่วนตัวแต่ไปกับร่วมกตัญญู ผมไม่ได้แต่งตัวร่วมกตัญญู ไปในนามของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นี่ผมเพิ่งกลับมาจากแจกภัยหนาว ที่สกลนคร ก็ไปแจกกับร่วมกตัญญูแต่ไม่ได้ใส่ชุดของมูลนิธิ

ก็ยังควักเงินของตัวเองเหมือนเดิม

ยังเหมือนเดิมครับ เพราะการทำงานกับร่วมกตัญญูมาไม่มีเงินเดือน ไม่มีเงินมาซัพพอร์ทตัวผม เพราะฉะนั้นหลายๆ อย่างที่ผมทำไป ผมว่าทุกคนเห็นและเข้าใจ 30 กว่าปีถ้าเป็นการสร้างภาพก็นานมาก เป็นภาพที่อยากให้ทุกคนได้ทำตาม เห็นภาพที่คนออกไปช่วยเหลือให้เงินชาวบ้านเรารู้สึกดีใจนะ สิ่งเหล่านี้เราทำมา 20-30 ปีแล้วในการมอบเงินให้คนโน้นคนนี้ คนแก่คนเฒ่าคนจนมีคนเอาเงินไปมอบให้ เราก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราเริ่มทำมา เริ่มมีคนเห็นเริ่ม มีคนเอาไปทำตามในสิ่งที่ดีๆ ช่วยเหลือสังคมช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก

อัพเดตเรื่องการฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด

ตอนนี้กำลังอยู่ที่ ปอท. ทนายกำลังปรึกษา ผมให้เรื่องทนายหมดแล้ว ก็กำลังดำเนินการนะครับ

มีติดต่อมาขอโทษไหม

ไม่มี ถึงจะขอโทษ แต่ผมบอกแล้วว่าสิ่งที่คุณทำ คุณต้องยอมรับมันให้ได้ ถ้าคุณกล้าที่จะด่า คุณต้องกล้ารับสิ่งคุณทำไป อันนี้ผมจะปิดหูปิดตาให้ทนายจัดการอย่างเดียว

ที่รับทราบมาประมาณกี่ราย

จริงๆ แล้วผมอยากจะฟ้องทุกราย แต่ผมมาเช็กแล้วบางรายก็เข้ามาตามน้ำ แห่กันไป อันนี้เรารู้สึกว่าไม่ต้องหรอก เอาตัวเป้งๆ ใหญ่ๆ ด่าแรงๆ พวกนี้ต้องเอาให้เข็ด

ส่วนใหญ่โดนด่าเรื่องอะไร

โห สารพัด เรื่องเอาเงินน้ำท่วมมาเล่นการพนัน เอาเงินน้ำท่วมไปทิปหมอนวด โอ้โห แค่เวลานอนยังไม่มีเวลา มีเวลาไปอาบอบนวดแล้วเอาเงินทีละหมื่นทิป อันนี้มันเกิน อันนี้ต้องเอาให้หนัก

ยืนยันว่าเราไม่ได้เอาเงินไปเที่ยวอาบอบนวดใช่ไหม

ผมเคยไปนวดนะครับ เพราะว่ามันเมื่อย ต้องนวด แต่ก็ทีละร้อยสองร้อยครับ ไม่ถึงเป็นหมื่นครับ ไม่ใช่ความจริงครับต้องกู้ศักดิ์ศรีตรงนี้กลับมา เพราะมีบางกลุ่ม บางคนส่วนน้อยคล้อยตามไปด้วย ทำให้เรารู้สึกว่าเสียชื่อเสียงมาก

พอจะบอกได้ไหมว่ากี่ราย

น่าจะอยู่ประมาณสัก 5-6 รายเองครับ หนักๆ 5-6 ราย แผ่วๆ เบาๆ นี่เราก็ถือว่าโอเค อย่าไปนั่นเขาเลย เอาหนักๆ เลยครับ บางคนชอบจั่วหัว โอ้โหบิณฑ์สารภาพแล้วติดการพนัน พอเข้าไปอ่านดูไม่มีอะไรเลย จริงๆ แล้วผมพูดอย่างลูกผู้ชายเลยนะ เล่นการพนันเนี่ยผมเคย แต่ 20 ปีมาแล้ว ที่ผมออกมายอมรับในสิ่งที่ผมกระทำ ผมบอกว่าตอนนั้นเนี่ย มีคนชื่นชมผม ผมทำงานร่วมกตัญญู ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรอยู่ในใจ ที่ไม่สบายใจ คือผมเคยเล่นการพนันฟุตบอล แต่ ตอนนั้นประมาณสักปี 43 – 44 นี่ก็ผ่านมา 20 ปี ผมออกมายืดอกรับ ว่าผมเคยติดพนัน ถ้าผมไม่ออกมา สื่อก็ไม่มีใครรู้แต่ผมออกมาเพื่อที่จะเป็นอุทาหรณ์ให้กับเพื่อนๆ นักแสดงด้วยกัน ให้กับน้องๆ ที่กำลังเรียน ตอนนั้นมีเรื่องฆ่ากันเพราะหนี้พนัน เด็กๆ ติดการพนันกันมากมาย ผมไปเป็นวิทยากรให้กับโรงเรียนเป็นร้อยโรงเรียน หลายคนด่าผมว่าออกมายอมรับทำไม แต่ผมขอเอาสิ่งตรงนี้ออกจากผมไปเถอะ ผมจะได้สบายใจ เพราะฉะนั้นคนที่มาชื่นชมผม แล้วผมรู้สึกว่ากูไม่ได้ดีอะ ก็อยากให้สังคมรับรู้ว่าผมมีสิ่งตรงนี้ที่ทำผิดพลาดมาในทั้งชีวิต ซึ่งก็เอามาโจมตีผมนะตอนนี้ มัน 20 ปีผ่านมาแล้ว นี่ก็เลยคิดว่าอะ นี่คือว่าความจริงครับ

ยืนยันว่าไม่ได้กลับไปยุ่งนานแล้ว

โอ้โห…20 ปีแล้วครับ แล้วผมก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่เสียหายมาก ตอนนั้นเราไม่มีครอบครัวนะ ก็คืออยากให้รู้ว่าอย่าไปข้องเกี่ยวกับมัน

เสียเงินไปเท่าไหร่ตอนนั้น

“12 ล้าน อันนั้นคือเงินที่จะเอาไว้แต่งงานกับผู้หญิง แล้วเขาไม่แต่งกับเรา เราก็ประชดตัวเอง เที่ยวให้หมด ก็หมดจริงๆ

ก็เลยเอาเรื่องนี้มาโจมตีเราใช่ไหม

ใช่ มัน 20 ปีแล้ว มันไม่เกี่ยว ไม่ใช่เรื่องอะไรเลย ทำให้รู้สึกว่ามันไม่ใช่ ยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุดครับ ทั้งแพ่งและอาญา แต่ไม่เรียกค่าเสียหาย ขอให้ติดคุกอย่างเดียวครับ

มีเพจหรือมีสื่อด้วยไหมที่แจ้งไป

มีด้วยครับ

จากจุดที่เราโดนชื่นชมมาตลอด แต่วันนี้กลับมีดราม่าโดนด่า เรารู้สึกอย่างไร

ส่วนตัวผมรู้สึกเฉยๆ แต่รู้สึกว่าเรื่องพวกนี้ไม่น่าเกิดขึ้นกับผม แล้วคนที่เข้าใจในตัวผมเขาก็เข้าใจ แต่เด็กรุ่นใหม่ๆ เขาไม่เคยรู้ประวัติผมว่าเป็นมายังไง อาจจะเป็นกลุ่มเดียวกันที่เข้ามาโจมตี มาบูลลี่เรา แต่อันนี้เราก็ไม่ว่ากัน แต่ส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนจะเข้าใจ เพราะอะไรเขาถึงด่าผม เพราะอะไรถึงเข้ามาตอนนี้ เพราะผมออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มันมีคนกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามที่จะอัดเรา ใส่เรา คือมึงอยู่เฉยๆ ก็ดีอยู่แล้ว แต่ผมอยู่เฉยไม่ได้ เพราะเรารู้ว่าปัจจุบันนี้มันคืออะไร ทั้งการกระทำและคำพูดทุกสิ่งทุกอย่าง ผมบอกเลยว่าผมไม่กลัวตรงนี้

มีแค่เฉพาะในออนไลน์ใช่ไหม ไม่เคยมาแสดงตัวว่าต่อหน้า

ไม่เคย ไม่มีเลย พวกนี้เขาไม่กล้าหรอกนะครับ เขาไม่กล้า เพราะฉะนั้นเอาน่ะ ผมว่าผมทำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วผมไม่เคยทำอะไรที่ผิด หรือทำให้คนเดือดร้อน หรือว่าเสื่อมเสียอะไรเลย ครั้งเดียวในชีวิตที่ผมบอกนี่แหละ 20 ปีที่ผ่านมานั่นคือครั้งแรกในชีวิตของผม ที่ผมก้าวพลาดไปเท่านั้นเอง เป็นความรู้สึกที่ว่าอกหัก เศร้า แล้วประชดตัวเองแค่นั้นเอง

ไปรับเสด็จมาแล้วสองจังหวัดคือจังหวัดเลย แล้วก็ชลบุรี คือหลังจากนี้จะไปร่วมกับประชาชนรับเสด็จทุกที่

ถูกต้อง พรุ่งนี้ไปอ่างทอง ผมบอกแล้วว่า ตอนนี้ ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ถ้ามีการออกมาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เราไม่ใช่ปลุกม็อบ เราไม่ใช่เป็นแกนนำ แต่พี่น้องประชาชนพร้อมที่จะลุกขึ้นมาในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมก็จะไปทุกจังหวัดที่ขอมา มีอีกหลายจังหวัดที่เราจะต้องไปตอนนี้ก็มีถึงประมาณปีใหม่แล้วก็เลยไปอีก  เราก็พยายามที่จะดูว่าจังหวัดไหนที่เค้าโอเคไม่มีเรื่องการเมืองเราจะไปร้องเพลงชาติร้องเพลงสดุดีมหาราชาให้ทุกคนเคารพรักและให้เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเดียว เราจะไม่ไปโจมตีใคร แต่ถ้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งออกมาจาบจ้วงพูดเสียหายให้กับสถาบัน เราก็ไม่ยอมเหมือนกัน

ตอนนี้ก็คือถึงปีหน้าแล้วสำหรับคนที่ติดต่อมาให้ไปร่วมรับเสด็จ

ใช่ครับ คิวเราถึงปีหน้าแล้วแล้วก็มีรับวันที่ 17 มกราคมด้วย ส่วนพรุ่งนี้ไปอ่างทอง แล้ววันที่ 28 ไปพัทลุง แล้วก็มีวันที่ 29-30 ที่ตอนนี้กำลังคอนเฟิร์มอยู่ว่าถ้าเกิดว่าเค้าทำงานเร็วเกินไปแล้วมันไม่ได้คุณภาพเราก็ไม่อยากที่จะไป บางที่คนออกมาซัก 3,000-4,000 คนมันก็ยังโอเคแต่บางที่ออกมา 1,000 คน 2,000 คนก็ทำให้รู้สึกมันต้องไปแล้วมันจะต้องทีเด็ดเลย

เมื่อวานก็ไปรับเสด็จมา อย่างทุกครั้งที่ได้กราบพระบาท ท่านทรงตรัสอะไรกับเราบ้าง

คือพระองค์ท่านจะตรัสอย่างเดียวเลยว่าขอบใจมาก เราต้องบอกทุกคนในสิ่งที่ความเป็นจริงเราต้องสามัคคีกัน และขอบใจที่ช่วยเหลือสังคม เพราะพระองค์ท่านก็จะดูมาตลอดครับว่าทำอะไรบ้าง ทุกครั้งที่เราได้กราบพระบาทพระองค์ท่านเรามีกำลังใจที่จะทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคม อย่างน้อย พี่น้องประชาชนชาวไทยพสกนิกรของพระองค์ท่าน เราก็ได้แบ่งเบาภาระของพระองค์ท่าน ในการที่ได้เข้าไปช่วยเหลือในการที่จะเข้าไปพูดถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในสิ่งที่ถูกต้องคืออะไรยังไง ตอนนี้มีการปิดเบือนประวัติศาสตร์มากมายถ้ามีโอกาสอยากให้พี่น้องสื่อมวลชนลองเข้าไปสัมภาษณ์ชาวบ้าน แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาเข้าใจคืออะไร

ถามถึงความโชคดี งวดที่แล้วถูกหวย 169 ใบ ไปได้จากไหนมา

ไม่ได้จากไหนมาเลย แต่ผมรู้ว่าเมื่อครั้งก่อนประธานาธิบดีทรัมป์คนที่ 45 แล้วหวยก็ออก 45 เราก็เลยคิดว่าถ้าโจ ไบเดน 46 มันก็ต้องออก 46 ก็คิดอย่างนั้นเท่านั้นเอง ก็เลยบอกว่าใครมี 46 ไปดูหน่อย ก็ได้มาได้มา สะสมจากหลายหลายที่เราก็เก็บไว้ แต่ก็ไม่ได้บอก 64 นะ เพราะบางคนเค้าซื้อหวยเค้ารู้ซื้อลอตเตอรี่ 46 64 แล้วเค้าก็ซื้อ 46 มาอย่างเดียวเลย แล้วก็และ 60 นี่คือเลขคนตายโควิด เพราะว่าตอน 59 มันก็ออก 58 ก็ออก คราวนี้ 60 คน งวดนี้ก็ต้องออกผมก็เลยซื้อ 60 ดักไว้ก่อนแล้วตอนนี้ ไม่ได้บอกอะไรนะครับ(หัวเราะ) แต่อย่าลืมนะครับเลข 9 กับเลข 9 ตัวเดียวกันนะครับ

อย่างเงินที่เราถูกหวย เอาไปทำอะไรยังไง

ผมทำบุญหมดเลย รับรองว่าสิ่งที่ได้กลับมาได้มาฟรีๆ ที่ไม่ต้องอะไรอ่ะ ผมจะทำบุญหมดเลยทำบุญในที่นี้คือมอบแก่พี่น้องประชาชนที่เราเข้าไปช่วยเหลือเรา เข้าไปดูเราเดินเข้าไปนู่นไปนี่ อย่างที่ผ่านมาน้ำท่วมผมควักเงินของผมเองก็เป็นล้าน ให้พี่น้องประชาชนครอบครัวละ 1,000 บาท โดยไม่ได้ใช้เงินของมูลนิธินะ เพราะมูลนิธิเค้าแจกข้าวสารอาหารแห้ง ผมก็จะจัดเป็นเงินเพราะผมรู้ว่าปัจจัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของพวกเขา

โชคนี้ถือเป็นโชคใหญ่ที่สุดเลยไหม

ไม่ไม่ ผมเคยถูก 3ล้านกว่า อันนี้ก็ถือว่าจิ๊บๆ แค่ 3แสน

แบบนี้มีคนเข้ามาถามเลขเด็ดไหม

ก็ถาม อย่างเมื่อกี้เดินแจกเครื่องดื่ม เค้าก็เข้ามาถามว่าเลขอะไร ผมก็บอกไปว่า ผมซื้อ 60″

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ซีดาน-ซิเมโอเน่’ เชิดชูตำนาน ‘มาราโดน่า’ ชี้เป็นเรื่องเศร้าวงการฟุตบอล
บทความถัดไปเศร้า! เด็กแฝดอินเดียเกิดมาหัวติดกันตายแล้ว หลังผ่าตัดได้ 3 ปี