‘แคทรียา อิงลิช’ ป่วยซึมเศร้า 10 ปี เอาหัวโขกเตียงระบายอารมณ์ ดิ่งสุดคิดฆ่าตัวตาย

‘แคทรียา อิงลิช’ ป่วยซึมเศร้า 10 ปี เอาหัวโขกเตียงระบายอารมณ์ ดิ่งสุดคิดฆ่าตัวตาย

นักร้องสาว แคทรียา อิงลิช เปิดใจผ่านรายการบันเทิง Z story ช่องอมรินทร์ทีวี ถึงอาการป่วยโรคซึมเศร้าที่ทนทรมานมากว่า 10 ปีเต็ม พร้อมแนะนำวิธีการเผชิญกับโรคซึมเศร้า โรคฮิตของคนไทยที่กำลังเป็นปัญหาร้ายแรงในขณะนี้

ย้อนเล่านิดนึง เรารู้ตัวเองได้ไงว่ามีอาการของโรคซึมเศร้า?

“ตอนแรกก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า รู้แค่ว่าเราอารมณ์แปรปรวน เหมือนจะเหมือนกับว่าเราอารมณ์สวิง ร้องไห้ง่าย บางทีบางวันไม่ได้ร้องไห้ แต่ว่านั่งๆ อยู่แล้วมันสะอื้น เคยเป็นมั้ยที่มันเหมือนเราอยากร้องไห้ แต่มันแน่นหน้าอกอ่ะ มันไม่มีเหตุผลเลย แต่รู้แค่ว่าทำไมวันนี้เราอยากร้องไห้จังเลย อยากร้องไห้โดยไม่มีเหตุผลอะไร ในช่วงนั้นเราถ่ายละคร เป็นครั้งแรกที่เล่นละครร้าย แล้วอารมณ์ตอนนั้นมันคงไป เพราะว่าวันนึงเล่นฉากแบบนั้นประมาณ 40 ฉาก ร้องไห้พอคัตปุ๊บออกมา เติมหน้าเติมตา กลับไปเข้าฉาก ร้องไห้อีก กรี๊ดแตกในฉาก มันเหมือนกับว่าเรารับอารมณ์ของตัวเองไม่ทัน มันก็เลยสวิงไปหมด”

คิดว่ามันอาจจะมาจากอารมณ์ค้าง ที่ติดมาจากการเล่นละครมั้ย?

“รู้สึกนะ มองว่าละครจบไปแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกอยู่ คืออยากร้องไห้ อยากกรี๊ด ใครพูดอะไรก็พูดไม่เข้าหูทุกอย่าง ทุกอย่างเป็นเนกาทีฟไปหมด มองอะไรคือมองไปแง่ร้ายไปเลย ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ เราเซ้นซิทีฟในทุกๆ เรื่อง คือ เพื่อนออกไปเที่ยว แล้วเห็นในโซเชียลก็ร้อง เหมือนเพื่อนออกไปเที่ยวแล้วทำไมไม่ชวน เราจะสามารถน้อยใจได้กับทุกเรื่องเลย คือเราจะคิดเล็กคิดน้อยทุกอย่างเลย สิ่งที่เราจะคิดอยู่เสมอเลยคือเราไม่สำคัญ”

อาการของโรคซึมเศร้าเคยดิ่งสุดขนาดไหน?

“เคยมีนะ แต่ว่าไม่ได้ทำ ยังมีสติอยู่ สิ่งที่สำคัญเลยนะ คือเรื่องสติ เพราะว่าคิดสั้นหลายๆ คนก็เป็นนะ มันจะวูบเดียว แวบเดียว ฉันจะอยู่ทำไม ฉันรู้สึกทุกข์ ฉันหาทางออกไม่ได้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันอยู่ที่จิตใจของเรามากๆ”

อะไรที่ทำให้เราดึงตัวเองกลับมาได้?

“นึกถึงครอบครัวค่ะ คือนึกในใจว่าถ้าฉันไป คนที่จะแย่ไม่ใช่เรา เพราะเราจะไม่รับรู้อะไรแล้ว คนที่จะแย่ก็คือคุณพ่อ คุณแม่ น้องชาย ซึ่งเรารู้ว่าลึกๆแล้วอะ น้องชายพึ่งเราพอสมควร ทำด้านจิตใจและหลายๆอย่าง ส่วนคุณแม่นึกในใจว่าคุณแม่ให้ชีวิตเราคลอดเราออกมา แล้วจะทำกับเขาแบบนี้ได้ยังไง นี้จะเป็นสิ่งที่จะทำให้ดึงตัวเองกลับมาได้ทุกเวลา”

ได้มีการรักษากับทางการแพทย์ยังไงบ้าง?

“ก็มีไปหาหมอ มีให้ยามาทาน หมอช่วยได้บ้างส่วน อย่างน้อยได้มีที่ระบาย มีคนที่เราสามารถจะปรึกษาได้ คุยได้ แล้วเค้าก็ชำนาญในด้านนี้อยู่แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอยู่ที่จิตใจเราจริงๆ เราก็มีคนทีรู้จักและเป็นหนักมากๆ ทำร้ายตัวเองด้วย เราก็อยากบอกเค้าว่าเราต้องมีสตินะ ถ้าคุณควบคุมสติไม่ได้ คุณต้องเผชิญกับมันแล้วผ่านไปให้ได้ ซึ่งมันยากมากๆ”

เราต่อสู้กับโรคนี้มานานแค่ไหนแล้ว?

“เป็น 10 ปีแล้วค่ะ ประมาณ 10 ปี ที่เราต้องเจอมา หนักสุดคือเวลาทำงาน กลับบ้าน คือเราเอาหัวไปโขกเตียง มันเหมือนว่าเรารู้สึกเจ็บจากข้างใน แต่ไม่รู้จะระบายออกมายังไง หมั่นเขี้ยวตัวเอง มันเจ็บปวดไม่รู้จะระบายยังไง เอาหัวโขกโป้ง โอเค ฉันเจ็บดีจังเลย แต่ละคนจะมีวิธีที่ระบายออกต่างกัน ไม่ได้แนะนำว่าทุกคนต้องทำแบบนี้นะ แต่มันผ่านมาแล้ว สติคือสำคัญมาก”

เห็นว่าเวลาคนบอกว่าสู้ๆให้กำลังใจเหมือนไม่ได้ทำให้ดีขึ้นเลย?

“มันไม่ได้ช่วย เพราะอาการมันจะมองทุกอย่างในแง่ลบ เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าสู้ๆนะ สู้กับอะไร ทั้งชีวิตของฉันมันไม่มีอะไรดี สู้เพื่อ คือคนปกติอาจจะโลกสดใส คนที่เป็นโรคซึมเศร้าจะไม่มองแบบนี้”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้บอร์ด ADB เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาลเป็นหุ้น-เงินสด โชว์กำไร 9 เดือน โตกว่า 400% ตั้งเป้าปี 63 ผลงานดีสุดรอบ 5 ปี
บทความถัดไปภาพเก่าเล่าตำนาน : ย้อนอดีต…วิทยุเสียงจากปักกิ่ง โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก