เอวา ยอดมือสังหารสาวคนล่า กับ 10 มือสังหารหญิงตลอดกาล

8.01.21 | 06:39 น.

เอวา ยอดมือสังหารสาวคนล่า กับ 10 มือสังหารหญิงตลอดกาล

เอวา (Ava) มือสังหารหญิงหน้าใหม่ฝีมือฉกาจไม่เคยพลาดขององค์กรมืด ที่เดินทางไปทั่วโลกเพื่อปฏิบัติภารกิจลับอันยากเย็น ด้วยประสิทธิภาพสูงสุด แต่เมื่อการทำงานเกิดสะดุดอันตรายขึ้นมาด้วยช่องโหว่ซึ่งไม่ควรเกิด เธอก็จำเป็นต้องเอาตัวรอดจากอันตรายนั้นให้ได้ด้วยตนเอง

เอวา หนังใหม่ 2020 ปีนี้ ที่ผลิตนักฆ่าสาวขึ้นมาอีกคนในวงการ ด้วยความร้ายกาจของความสามารถรอบตัว จนทำให้สื่อและนักดูหนังของ “เนทฟลิกซ์” เช่นผู้เขียนผู้วิจารณ์ เจค ดี ต้องยกให้เป็นมือสังหารสตรีบนจอภาพยนตร์ตามหลัง 10 นักฆ่าสาวที่สุดแสนจะอันตรายตลอดกาลมาติดๆ เมื่อ 13 ธันวาคมที่ผ่านมานี้เอง
น่าจะมีคนอยากรู้หรือนักดูหนังที่สนใจใคร่พิจารณาว่า สตรีทั้ง 10 ที่รับบทเหน็ดเหนื่อยแสนเข็ญเหล่านั้นเป็นผู้ใดบ้าง

ลองไล่ชื่อดูว่าจะเห็นด้วยกับความแสบของเธอเหล่านั้นหรือเปล่า

ย้อนขึ้นมาจากอันดับ 10 คือ นักแสดงสาวซึ่งปัจจุบันสูงวัยที่ไม่บังเอิญอย่างมากที่ได้มาเล่นในเรื่อง “เอวา” นี้ด้วย จีน่า เดวิส นางเอกเรื่อง เดอะ ลอง คิส กู๊ดไนท์ (The Long Kiss Goodnight-2539) ในบท “ซาแมนธา เคน” ครูสาวซึ่งเป็นภรรยาความจำเสื่อมที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอจึงเกิดมีทักษะปฏิกิริยาในการต่อสู้อย่างคล่องแคล่วชนิดไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งสามารถใช้ทุกอย่างเป็นอาวุธได้อย่างชำนิชำนาญแม้แต่เครื่องครัว จนวันหนึ่งถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็นสายลับมือฉมังมาก่อน

ที่ไม่บังเอิญก็เพราะผู้กำกับ เทท เทเลอร์ คนทำหนังประทับใจหญิงผิวขาวกับสาวผิวดำ เดอะ เฮลป์ (2554) จำบทเจ็บๆนี้ของเธอได้ จึงเลือกมาเล่นด้วย

Advertisement

อันดับ 9 คือ โซอี้ ซาลดานา ในบท “คาตาลียา” เรื่อง โคลัมเบียนา (Colombiana-2554) ที่เขียนโดยเจ้าพ่อผู้นิยมสร้างมือสังหารหญิง ลุค เบซอง ในบทนักลอบยิงเลือดเย็นมืออาชีพ ผู้ตามล่าฆาตกรที่สังหารพ่อแม่เธอ

อันดับ 8 คือ ชาลีซ เธอรอน ที่ก่อนหน้านั้นเป็นมือปืนตัวเก๋มาแล้วจาก อีออน ฟลักซ์ (Aeon Flux-2548) แต่เมื่อสามปีก่อนเรื่อง อะตอมมิค บลอนด์ (Atomic Blond-2560) ของผู้กำกับ จอห์น วิค จอมทรหดตายยาก เดวิด ลีทช์ เธอสวมบท ลอเรน บรัฟตัน เจ้าหน้าที่ชั้นสูงของ “เอ็มไอ 6” ของอังกฤษที่ไร้อาวุธ เพียงใช้ร่างกายกับมือเปล่าต่อสู้อย่างถึงเลือดถึงเนื้อ จนหน้าตาหัวหูยับเยิน ตามล่าสายลับสองหน้าในเบอร์ลิน เยอรมัน

อันดับ 7 เริ่มจากตอนที่ลุค เบซองทำ ลีออน เดอะ โปรเฟซชันนอล (Leon : The Professional-2537) หนึ่งในหนังยอดเยี่ยมเกี่ยวกับมือสังหาร นาตาลี พอร์ทแมน ในบท “มาธิลดา” ไม่ได้ดูน่าเกรงขามนัก ดังนั้น เบซองจึงสร้าง “ลูซี่” ใน ลูซี่ (Lucy-2557) ขึ้นมา

นักสู้สาวสวยจากหนังสารพัดซูเปอร์ฮีโร่ สการ์เลท โจแฮนสัน เป็นหญิงสาวธรรมดาๆที่แผลงตัวเองมาเป็นนักฆ่า ตามล้างเหล่าทรชนค้ายาที่หลอกเธอให้ขนยาเสพติดให้แต่ต้น


อันดับ 6 เป็นทั้งนักมวยไทยและนักต่อสู้แบบผสมผสาน (mixed martial artist – MMA) ชาวอิตาเลียนอเมริกันวัยเกือบ 30 เมื่อรับบท “มัลลอรี่ เคน” ใน เฮย์ไวร์ (Haywire-2554) อดีตนางแบบและนักสู้รายนี้ จีนา คาราโน เป็นมือสังหารอิสระรับงานสกปรกแทนรัฐบาลสหรัฐปฏิบัติภารกิจในสเปนกับไอร์แลนด์ ความระทึกแบบล้างผลาญหายใจหายคอไม่ทันจึงเกิดขึ้น เพราะขณะเดียวกันเธอก็ถูกหมายหัวจากนักล่าเงินรางวัลด้วย

หนังอาชญากรรม บู๊ เขย่าขวัญเรื่องนี้เป็นฝีมือ สตีเวน โซเดอร์เบิร์ก ผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ถึง 9 ครั้ง เช่น แทรฟฟิก (2543) อีริน บรอคโควิช (2543) เซ็กส์, ลายส์, แอนด์ วิดีโอเทป (2532) เป็นต้น

อันดับ 5 คือ แองเจลิน่า โจลี่ ในบท “ฟอกซ์” เรื่อง ว้อนเต็ด (Wanted-2551) นักสู้มือสังหารรายนี้บู๊อึกทึกมาแล้วสารพัดไม่ว่า มิสเตอร์ แอนด์ มิสซิส สมิธ (2548) หรือ ซอลท์ (2553) แต่ในเรื่องนี้เธอกลายเป็นบรมครูมือสังหารไป

อันดับ 4 นักแสดงวัยรุ่นไอริชอเมริกัน เซอร์ซา โรนัน ในบท “ฮันนา” เรื่อง ฮันนา (Hanna-2554) เด็กโตเกินวัย 16 ที่ถูกเลี้ยงให้เป็นนักฆ่าเลือดเย็นโดยพ่อตัวเอง อีริค บานา ในบ้านนอกฟินแลนด์ แต่ระหว่างถูกส่งไปฝึกฝนเพื่อปฏิบัติภารกิจกับสายลับเลือดเย็นพอกัน เคท บลานเชท เธอเริ่มสงสัยวิถีชีวิตกับสถานะตัวเอง

อันดับ 3 ตัวละครอีกตัวของลุค เบซอง “นิกิตา” ในหนังชื่อเดียวกันอีกเรื่อง นิกิตา (Nikita-2533) นักแสดงสาวฝรั่งเศส แอน พาริญโญ นักฆ่าที่กล่าวกันว่าเป็นอัตลักษณ์ใหม่ของมือสังหาร ที่มีโอกาสเลือกว่าจะเป็นอาชญากรแล้วเข้าคุกไป หรือยอมถูกฝึกเป็นมือสังหารทำงานให้รัฐบาลฝรั่งเศส บทบู๊เหี้ยมเกรียมของเธอแสดงทักษะการฆ่าฟันอันสบอารมณ์บรรดาซาดิสท์ขาโหดทั้งหลาย


อันดับ 2 หากมิใช่คอหนังบู๊เลือดท่วมอาจจะลืมไปแล้วคือ บท “บีทริกซ์ คิดโด” ใน คิล บิล (Kill Bill-2546) หนังของเจ้าพ่อโรงฆ่าสัตว์ เควนติน ทารันติโน ที่เสกให้ดาราสาว อุมา เธอร์แมน ในชุดวอร์มเหลืองคาดดำ เชือด ฟาด สับ และแทง แทนที่จะใช้เครื่องมือหรืออาวุธล้ำยุค อย่างที่นักฆ่าหญิงชายอื่นๆใช้ เธอกลับกระชับดาบซามูไรเล่มยาว ไล่ฟันสมัครพรรคพวกลิ่วล้อขาใหญ่ล้มระเนระนาดเลือดท่วม
ยิ่งฝึกฝนการใช้ดาบในญี่ปุ่น เธอยิ่งแข็งแกร่งและยิ่งดุร้าย


อันดับ 1 แม้แต่คอหนังก็ยากจะคาดเดา กระทั่งนึกไม่ถึง ว่าเป็นนักแสดงคนไหน มาจากหนังฆ่ากันวินาศสันตะโรเรื่องใด จะว่าไป แม้แต่คิล บิลของเควนติน ทารันติโน หรือกระทั่ง ปักชานอุก ที่ทำหนังไตรภาค เลดี้ เวนเจนซ์ (Lady Vengeance-2548) หนังจิตวิทยาสยองขวัญ ก็เป็นหนี้แรงบันดาลใจที่คมกริบ หมดจด ไร้ผู้เทียมทานรายนี้

นั่นคือ เลดี้ สโนว์บลัด (Lady Snowblood-2516) ของผู้กำกับ โทชิยะ ฟุจิตะ ซึ่งทำจากการ์ตูนมังงะของ คะสึโอะ โคอิเกะ สร้างรูปลักษณ์นักฆ่าสาวในชุดกิโมโนถือร่ม แต่ตวัดดาบได้เร็วจนหากกระพริบตาดาบก็กลับเข้าฝักเสียแล้ว
เมอิโกะ คะจิ ในบท “ยูกิ คะชิมะ” เด็กหญิงซึ่งถูกฝึกให้เติบโตขึ้นมาเป็นนักฆ่าอาชีพที่น่าสะพรึงกลัวสุดๆ จากนั้นเธอจึงตามล้างผลาญกลุ่มโจรที่ฆ่าฟันทำลายครอบครัวของเธอตั้งแต่ตอนที่เธอยังเป็นทารก
แค่หาดูคลิปสั้นๆฉากสองฉากก็จะเห็นฝีมือหมดจดชวนผวาของเธอได้

และแล้วก็มาถึง เจสสิกา แชสเทน (Jessica Chastain) กับบท “เอวา” นักฆ่าสาวที่ดุดันอำมหิต แต่ยังมีใจห่วงพะวงในสิ่งที่ต้องทำ โดยพยายามไต่ถามคาดคั้นเหยื่อก่อนสังหารให้ได้ ว่าไปทำอะไรมาหนักหนาขนาดไหนถึงได้มีผู้ต้องการเอาชีวิต

การสร้างปฏิสัมพันธ์กับเหยื่อของเธอ ทำให้ผู้จ้างงานไม่พอใจจนเกิดประสงค์ร้ายต้องการกำจัด แต่คนกลางที่เป็นครูฝึกฝนเธอมาพยายามไกล่เกลี่ยรับรอง กระนั้นยังไม่อาจเปลี่ยนใจอีกฝ่ายได้ การแตกหักถึงตายจึงเกิดขึ้นอย่างน่าสะเทือนใจ – โหดเหี้ยม แต่สะเทือนใจ

หนังเรื่องนี้ชวนให้ติดตามเพราะมิได้ฆ่าฟันกันเอามันสะใจอย่างเดียว แต่กลมกลืนกับชีวิตพี่น้องสองสาวซึ่งรักชายคนเดียวกัน กระทั่งพี่สาวพบเรื่องที่พ่อทำลับหลังแม่ จนทนไม่ได้ แต่แม่กลับเชื่อพ่อมากกว่า และว่าเธอสร้างเรื่องน่าอับอายขึ้นเอง เธอจึงไปเป็นทหาร เมาหัวราน้ำก่อเรื่องวุ่นวาย จนหายไปจากชีวิตทุกคน 8 ปี อยู่ในโลกที่คนธรรมดาไม่อาจคาดเดานึกถึง ก่อนจะโผล่กลับมาอีกทีก็เมื่อพ่อตายจากไปแล้ว

หนังไม่ได้เดินเรื่องตรงๆตามที่เล่ามา แต่ค่อยๆคลี่เนื้อหาที่ผูกออกมาทีละปม จนผู้ชมปะติดปะต่อกันได้

สลับกับความรุนแรงของการทำลายล้าง ไม่ว่าการลวงสังหารเหยื่อหรือปะทะกันเองในองค์กร

แชสเทนในหนังตัวอย่างเรื่องนี้ ที่ตัดต่ออย่างสั้นๆรวดเร็ว เห็นแว่บๆตอนไม่รู้ว่าใครแสดง นึกว่า คาเมรอน ดิอาซ กับเบ้าตาลึกและยิ้มปากกว้าง เห็นฟันขาวเป็นแถวยาว แต่ไม่ใช่ ร่างเล็กดูแข็งแรง 163 เซ็นติเมตรเหมือนสการ์เลท โจแฮนสัน มีเสน่ห์ชวนมองยามเคลื่อนไหวแม้มิใช่คนสวย เล่นบทบู๊ได้จริงจัง ทะมัดทะแมง

จอห์น มัลโควิช เป็นครูคนกลางระหว่างผู้บริหารองค์กร กับผู้ปฏิบัติงาน ในวัยเกือบ 70 ปี เล่นบทบู๊หนักๆถึงตายได้อย่างที่เห็นก็น่าชมแล้ว

คอลิน ฟาเรลล์ เป็นผู้ร้ายแบบน่าเกลืยดน่าชังตอนแรกๆเข้าฉาก แต่มาออกแรงตอนท้ายโดยไม่มีลูกสมุนห้อมล้อม เลยดูลงเอยง่ายๆประหลาดๆไปหน่อย

จีน่า เดวิส พ้นวัยมือสังหารมาเป็นแม่ ยังสร้างสีสันกับหนังให้มิติเพิ่มขึ้นได้ แม้แต่ เอียน กรัฟฟัดด์ มนุษย์ยางยืดจาก แฟนทาสติค โฟร์ ยังยอมมาเล่นฉากเดียว จนเมื่อผ่านไปแล้วยังเหวอๆอยู่ว่า มาแค่นี้ก็เอาเหรอ ขนาด โจอัน เฉิน เจ้าแม่บ่อน ยังออกแรงตบตีอยู่หลายฉากเลย

ยามที่อึมครึมด้วยการบ้าน การเมือง โรคภัย รุมเล่นงานชีวิตทุกคนถึงตายได้อยู่ขณะนี้ ดูหนังผู้คนระทมทุกข์หนักๆออกจะยากที่จะส้องเสพ ได้ดูหนังฆ่าฟันเมามันล้างผลาญนี่แหละ ดูจะเข้าบรรยากาศกว่า ช่วยปลดปล่อยจิตใจให้หายอึดอัดได้บ้าง
ว่าไหม.

——————————-
อารักษ์