คำเตือนจาก ‘กอล์ฟ พิชญะ’ อย่าเข้าวงการตั้งแต่เด็ก เพราะถ้าภูมิไม่ดี มีสิทธิ ‘เพี้ยน’

17.08.16 | 06:00 น.

ประสบความสำเร็จไม่น้อยกับการผันตัวจาก ‘ศิลปิน’ มาเป็น ‘นักแสดง’ เพราะนอกจากได้รางวัลตุ๊กตาทองและสตาร์พิคส์ ไทย ฟิล์ม อวอร์ด การันตีฝีมือ เรื่องผลงานก็มีให้เห็นต่อเนื่อง โดยล่าสุดนั้นมีทั้ง ‘สายลับรักป่วน’ ทางช่อง 3 และ ‘อุบัติรักเทวา’ ทางช่องทรูโฟร์ยู

ทว่ากว่าจะเดินทางมาถึงวันนี้ เส้นทางนักแสดงของ กอล์ฟ-พิชญะ นิธิไพศาลกุล กลับเริ่มต้นด้วยคำว่า “ไม่ชอบ”

“ตอนแรกไม่ชอบด้านการแสดง” หนุ่มวัย 29 เล่าย้อนไปถึงวันวาน

“ตอนเป็นนักร้องจะมีความติสท์ๆ หน่อย ชอบเพลงอิเล็กทรอนิกส์ แล้วละครเรื่องแรกที่เล่นกับ ไมค์ (พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล น้องชาย) ปี 2551 ‘อุบัติรักข้ามขอบฟ้า’ ตอนนั้นเป็นจุดที่บอกเราให้เรารู้สึกแอนตี้นิดๆ ว่าการแสดงมันดึงอารมณ์เราออกมาในจุดเราไม่อยาก”

“กอล์ฟเป็นคนสนุกสนานเฮฮา วันไหนสนุกมาก เฮฮามาก แต่ซีนนั้นต้องร้องไห้ เพราะน้องเป็นเนื้องอกในสมอง เราก็ร้องเต็มที่ เสียใจจริงๆ”

Advertisement

ที่สำคัญ “ตอนนั้นประสบการณ์ชีวิตยังน้อย ไม่เคยเจออะไรอย่างนั้นมา  บางครั้งเวลาเล่นบทแบบนี้เยอะจะปวดหัว เหมือนยังรับไม่ไหว”

“แต่พอโตขึ้นเรื่อยๆ เราเจออะไรมาหลายรูปแบบ พอได้กลับมาเล่นละคร รู้สึกว่าสภาพจิตใจ เรารับไหว กับการที่ต้องร้องไห้ หรือต้องเครียด”

IMG_3267

ยิ่งเมื่อผ่านภาพยนตร์ ‘ตายโหง ตายเฮี้ยน’ งานที่ทำให้เขาได้รับรางวัลจากเวทีต่างๆ และถึอว่าเป็นหนึ่้งในงานที่หนักหนาสาหัส หลังๆ จึงค่อยยังชั่ว

อย่างไรก็ดี ก็ขอเว้นวรรคบทเครียดๆ มารับละครที่ดูเบาๆ หน่อย คอมเมดี้ อย่างที่เห็นสักระยะ

ถึงอย่างนั้นก็ยืนยันว่าอีกไม่นานจะไปรับเล่นบทหนักๆ อีก เพราะมีอะไรน่าค้นหา แม้จะค่อนข้างยากก็ตาม

“ล่าสุดกอล์ฟดูซีรีส์เรื่อง ‘เบทส์ โมเทล’ (Bates Motel) เกี่ยวกับเด็กที่มีภาวะทางจิตที่แม่เขาปกป้องลูกมากเกินไปจนเขาไม่มีจุดยืน บางครั้งเขารู้สึกหลอน เห็นแม่ตัวเองมาพูดกระซิบข้างๆ จนสุดท้ายเขาลงเอยเป็นฆาตกรโรคจิต”

“บทแบบนี้น่าสนใจ ผมชอบ รู้สึกว่ามันลึกแล้วก็น่าค้นหา” กอล์ฟว่า

และอย่างที่บอกว่าถ้าเป็นแต่ก่อนเขาคงไม่คิดอย่างนี้ ซึ่งนี่ถือเป็นหนึ่งใน ‘ความเปลี่ยนแปลง’ ที่เกิดขึ้นหลังเข้าวงการมาร่วม 14 ปี ตั้งแต่สมัย ‘จี-จูเนียร์’ โครงการฝึกหัดศิลปินหน้าใหม่ของจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ รุ่นที่ 1

“ต่างเยอะมาก” กอล์ฟยืนยัน

“ตอนไปทำซีรีส์เป็นผู้จัด ‘Devil Lover เผลอใจให้นายปีศาจ’ ทุกคนก็ตกใจ เพราะอยู่แกรมมี่จะเห็นกอล์ฟตั้งแต่เด็กๆ บางทีก็จะงอแงในบางครั้ง

“แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือประสบการณ์ เหมือนเราทำนู่นทำนี่ หัดเอง อยากได้อะไรก็หัด จนสามารถทำได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะทำเพลง โปรดิวซ์เพลง ทำเอ็มวี ไปขายสปอนเซอร์ อยากรู้อะไรก็พิมพ์ในยูทูบแล้วก็ทำตาม ก็ทำให้เราทำอะไรได้มากขึ้นเรื่อยๆ”

IMG_3162

“รวมๆ ก็คือเวลาและประสบการณ์ ทำให้เราก้าวมาถึงจุดนี้”

ขณะเดียวกันก็ทำให้เข้าใจโลก เข้าใจชีวิต จากข่าวสารพัดที่ผ่านเข้ามา

“เหมือนต้องมีความเข้าใจและปล่อยวางกับมัน” เขาให้ความเห็น

“เพราะถ้าเราไม่ปล่อยวาง กอล์ฟเชื่อว่าคนที่อยู่วัยกอล์ฟ คนที่เริ่มทำงานตั้งแต่เด็กหรือเด็กกว่ากอล์ฟ แล้วสิ่งที่เจอมาอาจทำให้เขาเพี้ยนๆ ไปเลยก็ได้  อย่างพวกดาราฮอลลีวูดที่โดนหนักกว่าเรา โดนปาปารัสซี่ดักหน้าบ้านไปไหนไม่ได้ อย่างเด็กที่เล่น ‘สตาร์ วอร์ส’ (เจค ลอยด์) ก็มีปัญหาตอนโต”

“มันอยู่ที่ครอบครัว แล้วก็ตัวเราว่าจะรับกับมันยังไง ต้องเข้าใจว่าเราอยู่ในสายตาของสาธารณะทำอะไรก็เป็นข่าว”

“ต้องเผชิญกับมัน ต้องสู้กับมัน แล้วมันก็ผ่านไป แค่ข่าวๆ หนึ่งที่จบ แล้วตัวเราคือคนที่รู้ดีที่สุดว่าเราเป็นยังไง ไม่ต้องไปแคร์คนพูด ใครจะพูดอะไรเขาก็พูดได้”

อย่างไรก็ตาม “ถ้ากอล์ฟมีลูกไม่อยากให้ลูกเข้าวงการตั้งแต่เด็ก”

“แบบเด็กมากๆ เลย เพราะว่าเขาจะขาดช่วงชีวิตที่ควรจะอยู่กับเพื่อน มีสังคมจริงๆ ไม่ใช่แบบนี้ กอล์ฟยังโชคดีที่มาเริ่มทำจริงๆ อัลบั้มแรกออกไปคือ 18  แม้ช่วง 14 ที่เข้ามาฝึกซ้อมก็ยังแบบเจอเพื่อนได้ จะทำอะไรก็ไม่ได้เป็นข่าว ก็สนุก แต่พอ 18 ก็คิดว่าเป็นช่วงชีวิตที่เริ่มมีวุฒิภาวะ สามารถแก้ปัญหาอะไรต่างๆ ได้ ถือว่ากำลังโอเค”

เขายังว่าส่วนตัวเองช่วงเริ่มต้นเจอข่าวก็รู้สึกเครียดมาก แต่หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ปล่อยวางได้

“ก็เหมือนคนไม่สบายที่พอโดนมาสักพัก ก็เริ่มมีภูมิคุ้มกัน”

แล้วนั่นก็จะทำให้เข้มแข็ง เหมือนอย่างที่เขาบุกบ่าฝ่าฟันมาได้จนทุกวันนี้