ปีศาจในเปลือกหุ่น วิญญาณขบถของมนุษย์

4.02.21 | 07:00 น.

 

จะห้ามการมาของหุ่นยนต์เป็นเรื่องเพ้อฝัน เสียเวลาคิด เพราะอย่างไร เทคโนโลยีวิทยาการก็ต้องก้าวไป เท่ากับห้ามความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ไม่ได้ แต่ทำไมต้องไปนึกถึงว่าการมาของหุ่นยนต์ดีหรือไม่ดี สมควรต้องจัดการให้เหมาะสมหรือไม่ เพราะคนคิดสร้างสรรค์ก็ต้องคิดไป เป็นการเจริญเติบโตทางหนึ่ง แต่คนมีหน้าที่รับผิดชอบก็ต้องคิดให้ทันท่วงทีกับการณ์นั้นๆเช่นกันว่า การเจริญเติบโตลักษณะดังกล่าวกระทบอย่างไรต่อสังคมและมวลมนุษย์บ้าง เพื่อหาทางแก้ไขประยุกต์ บรรเทาปัญหาที่เกิดตามมา

เช่น การปลูกพืชเพื่อหวังผล จะต้องการเพียงผลผลิตจำนวนมากทำกำไร แต่ไม่ช่วยถากถางวัชพืชบำรุงดินเพื่อแสวงผลผลิตได้ยืนยาว อย่างนั้น พืชผลจะอยู่ให้แสวงประโยชน์ได้สักกี่ปี

เหมือนมนุษย์กับการเติบโตอย่างกว้างขวางทางวัตถุ

หุ่นยนต์เพิ่มความสะดวกสบายแต่หุ่นยนต์จะทำให้คนตกงานจำนวนมากมายหรือไม่ สะดวกสบายต่อผู้ใด แต่เป็นปัญหากับใคร ปัญญาประดิษฐ์ที่ตามหุ่นยนต์มา จะทำให้มนุษย์กลายเป็นทาสจักรกลเช่นหนังวิทยาศาสตร์อนาคตหลายๆเรื่องหรือไม่ ฯลฯ ขณะที่มุ่งมองประโยชน์ มีผู้เห็นโทษด้วยไหม

Advertisement

หนังอีกเรื่องที่เชื่อมชีวิตจิตใจเข้าควบคุมร่างจักรกลได้ สามารถกำหนด “จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว” เช่นคนปกติสามัญ แต่ยังเป็นหนังซึ่งใช้โครงเรื่องเดิมๆที่เมื่อวิทยาการก้าวหน้าถึงยุคที่บริษัทสร้างนวัตกรรมเอกชนสามารถผสานร่างกลไกหุ่นยนต์เข้ากับจิตและความคิดมนุษย์ โดยรับทุนสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อใช้เป็นอาวุธปราบปรามอาชญากรรมและการก่อการร้ายเป็นหลัก

เป็นมนุษย์ในร่างหุ่นที่มีจิตวิญญาณเดิม มิใช่หุ่นยนต์กลไก

แต่ครั้นมนุษย์หุ่นตนนี้ติดตามผู้นำก่อการร้ายพบ กลับได้รู้ความจริงเหมือนหนังอีกหลายเรื่องว่า บริษัทเอกชนดังกล่าว ขโมยร่างผู้คนที่ไม่ยินยอมพร้อมใจมาพร้อมกับลบความทรงจำเดิมไป โดยป้อนความทรงจำใหม่ที่ยอมรับสภาพพิกลของตนได้

จากนั้นมนุษย์หุ่นพร้อมเพื่อนร่วมชะตากรรมจึงช่วยกันกลับไปแก้ไขปัญหาปัจจุบัน เพื่อรักษาอนาคต

เพราะจะมีมนุษย์สักกี่คน ที่อ่อนน้อมยอมรับการหลอกลวง กดขี่ ให้เป็นทาสรับใช้เหล่าผู้แสวงประโยชน์ส่วนตนไปตลอดกาล

“โกสท์ อิน เดอะ เชลล์” (Ghost in the Shell)  สร้างจากการ์ตูนญี่ปุ่นซึ่งตีพิมพ์แต่ปี 2532 ฝีมือ มะสะมุเนะ ชิโระ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ เดอะ โกสท์ อิน เดอะ แมชชีน (The Ghost in the Machine – 2510) ของ อาเธอร์ โกสเทียร์ นักเขียนนักหนังสือพิมพ์ลูกครึ่งอังกฤษฮังการี อันเป็นสารคดีปรัชญาจิตวิทยาเกี่ยวกับจิตและกาย ในวันที่จิตสามารถถ่ายทอดความคิด ข้อมูล ความทรงจำ สู่กายที่เป็นจักรกลได้ ทำให้จิตคงอยู่เป็นอมตะในร่างซึ่งซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอด

ความโด่งดังของการ์ตูนเรื่องนี้ ทำให้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังการ์ตูนและการ์ตูนชุดทางโทรทัศน์ถึง 6 ตอน ตั้งแต่ปี 2538 ถึง 2558 แสดงถึงความนิยมอย่างยาวนาน

ด้วยความพิศดารของภาพการออกแบบฉากจากจินตนาการที่ล้ำยุค และเนื้อเรื่องการต่อสู้ที่เข้มข้นฉับไว ตื่นตาด้วยมุมภาพที่ดึงดูด และคำถามถึงความเป็นมนุษย์จักรกลที่ยังเปี่ยมความรู้สึก

มาเป็นหนังเรื่องที่ขาย สการ์เลต โจแฮนสัน โดยเฉพาะ

ไม่ว่าจะด้วยบทบาทการต่อสู้บู๊แหลกของเธอจาก ไอออน แมน หรือ กัปตันอเมริกา หรือ ดิ อเวนเจอร์ส (ปีหน้า 2564 ยังมีโครงการ แบลค วิโดว์ รอให้ดูอยู่อีก) ทำให้เธอกลายเป็นจักรกลสังหารในความทรงจำของนักดูหนังอีกราย นอกเหนือนักปราบผีชีวะจากวิดีโอเกมญี่ปุ่น มิลลา โยโววิช กับสาวนักสู้ในสงครามหมาป่ากับผีดูดเลือด เคท เบคกินเซล ซึ่งล้วนสูงโปร่งผอมเพรียวกว่าเธอ

แต่รูปร่างเล็กสมส่วนของเธอที่สูงเพียง 160 เซนติเมตร เมื่ออยู่ในชุดออกแบบแนบเนื้อสีสันเปิดเผยก็คล่องแคล่วว่องไวชวนชมไม่น้อยกว่าเคทที่สูง 170 กับมิลลาหุ่นนางแบบที่สูง 174 ได้ ที่ดูแข็งแรงใกล้ๆกันก็อาจจะมี แองเจลินา โจลี ที่สูง 169 อีกคน

อย่างที่กล่าวข้างต้นแล้ว ด้วยเนื้อหาหลวมๆคล้ายคลึงกับอีกหลายๆเรื่องที่ใช้เค้าโครงนี้ หนังก็พอจะดูเพลินๆกับนักแสดงมีชื่อสองสามคนที่นำมาสมทบกับนางเอกเช่น ทาเคชิ คิตาโนะ ที่รู้จักกันในอีกชื่อ บีท (beat จังหวะ) ทาเคชิ ตอนเล่นตลกคู่กับเพื่อน บีท คิโยชิ ในทศวรรษ 2503 หลังจากโยนรับส่งมุขกันจนเป็นจังหวะที่รู้จักกันในนาม “ทู บีท”

แต่จากนั้นก็กลายเป็นนักแสดงที่โด่งดังทั้งหนังตลกหน้าตาย ซาบซึ้ง หนังน่ารักที่เล่นกับเด็ก และเป็นยากูซ่าจอมโหดหลายเรื่อง จนคนจำติดตา รวมถึงบทซามูไรบอดที่โลกรู้จัก ซาโตอิชิ

ทั้งยังเป็นผู้กำกับภาพยนตร์เลื่องชื่อคนหนึ่ง

คิตาโนะทำงานลับภายใต้ผู้อำนวยการเจ้าของบริษัท แต่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี นึกว่ามาเข้าฉากแค่เดินไปเดินมาสั่งงานน่าจะเสียของ รอถึงใกล้จะจบจึงเป็นคิตาโนะที่นักดูหนังคุ้นเคยจนได้

ยังมี จูเลียต บิโนเช่ นักแสดงสาวสารพัดรางวัล รวมทั้งตุ๊กตาทองอังกฤษ(บาฟตา) ลูกโลกทองคำ และตุ๊กตาทองออสการ์นักแสดงนำจาก ช็อคโกแลต ที่ปี 2544 กวาดรางวัลไปแทบจะทุกสถาบัน มาเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างมนุษย์หุ่น จนถูกจับได้ว่า กว่าจะทำสำเร็จที่เชื่อมร่างเข้ากับจิตสกาเลทได้ ก็พรากชีวิตคนมาทดลองแล้วไม่รู้มากเท่าไหร่

บทนักวิทยาศาสตร์จักรกลที่เดินไปเดินมาในห้องทดลองของเธอ น่าจะเรียกได้ว่าเสียของมากกว่าคิตาโนะ (ไม่ใช่แบบ จูดี้ เดนช์ ที่เคยชิงตุ๊กตาทองออสการ์ถึง 7 ครั้ง และได้รับจากบทดาราสมทบ เชคสเปียร์ อิน เลิฟ ในปี 2541 ที่เข้าฉากมาเพียง 7 นาที) ซึ่งในที่สุดเธอก็กลับใจชนิดเดาทางได้ไม่ยากเหมือนหนังอีกหลายเรื่อง จากมุ่งความสำเร็จอย่างเดียวมาเห็นใจมนุษย์หุ่นอันสมบูรณ์ของเธอ

นอกจากนี้ก็เป็นกลุ่มก๊วนนักสู้ของคิตาโนะซึ่งทำงานร่วมกับสกาเลท ที่ช่วยให้หนังเดินไปแบบไม่เงียบเหงานัก

สกาเลทเป็น “ผู้พัน” ซึ่งทำหน้าที่ค้นหาและกวาดล้างผู้ก่อการร้าย กระทั่งพบเส้นทางเชื่อมต่อถึงผู้นำขบวนการ เธอจึงได้พบความลับสำคัญ(ที่นักดูหนังอาจไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่)ซึ่งทำให้ต้องกลับมาค้นหาต้นรากของตัวเองจนพบแม่ บทบู๊ของเธอไม่แตกต่างจากเรื่องอื่นๆมาก แต่ตากล้องและผู้กำกับรู้ดี จึงหมั่นถ่ายใกล้ “บิ๊ก โคลส” (big close) ใบหน้าที่งามดึงดูดสายตา ภายใต้ผมสั้น คิ้วกับดวงตาที่ครุ่นคิด เคร่งขรึม ริมฝีปากหนาได้รูป และคางที่แหลมจนเกือบจะเสี้ยม ชวนมองทุกครั้ง

ผู้กำกับหนังเรื่องนี้คือ รูเพิร์ท แซนเดอร์ส คนทำ สโนว์ไวท์ แอนด์ เดอะ ฮันท์สแมน (2555) เทียบกันเรื่องนั้นรายละอียดสนุกกว่า แมัเนื้อหาจะไม่มีอะไรมากเหมือนกัน แต่กับเวลาหนึ่งชั่วโมงห้าสิบนาทีถึงอย่างไรก็ถือว่าดูเพลิน

หนังทั้งเรื่องมีหนึ่งประโยคพูดกับหนึ่งข้อความบรรยายธรรมดาๆ ที่หากคิดตามก็จะได้ภาพของมนุษย์หรือภาพของตัวเองหลายแง่มุม เนื่องเพราะหนังเล่นกับวิทยาการและความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเชิงปรัชญาหรือจิตวิทยาจึงสามารถตั้งคำถามได้มากในการ์ตูน หรือหนังชุด แต่ด้วยเวลาที่จำกัดของภาพยนตร์ จึงขาดส่วนเหล่านี้ไป

เมื่อผู้พันแปรพักตร์กลับเป็นปฏิปักษ์กับบริษัท ปีเตอร์ เฟอร์ดินานโด ผู้อำนวยการซึ่งมุ่งประโยชน์ที่จะได้โดยไม่เลือกวิธีใช้ ก็หัวเสียคำรามออกมาตอกย้ำสิ่งที่ทำไปอย่างเชื่อมั่นว่า นี่ไง ปัญหาของการเป็นมนุษย์ (เปลี่ยนใจเปลี่ยนทัศนะได้เมื่อรู้ความจริง ต่างจากหุ่นยนต์ที่สามารถบังคับควบคุม)

ส่วนตอนเริ่มเรื่องและปิดท้ายเรื่องนั้น ก็มีเสียงบรรยายว่า คนมักจะคิดถึงความทรงจำ และนึกว่านั่นคือตัวตนของเรา แต่สิ่งที่เราทำต่างหาก บอกถึงความเป็นตัวเราอย่างชัดเจน

สองข้อความนี้ สำหรับคนที่ใช้ความคิดอ่านอยู่เสมอ ไม่ได้ลึกซึ้ง หรือยากที่จะค้นหาความหมายแต่อย่างใด สำหรับชาวพุทธซึ่งปวารณาตนเรียนพระธรรมคำสอนแล้ว มนุษย์ต่างทุกข์ด้วยโลภะ โมหะ โทสะ อยู่ตลอดเวลา ความเป็นมนุษย์จึงนอกจากจะมีศีลแล้ว ยังต้องมีธรรมกำกับอีกด้วย

ดังนั้น เมื่อผู้พันรู้ข้อมูลหลักฐานที่แท้ของการยังชีวิต จึงแน่นอนว่าเธอต้องแสดงความเป็นมนุษย์ของเธอออกมาในทางที่ชอบ – ชอบด้วยธรรมและชอบด้วยตรรกะ เหตุผล อันมนุษย์ที่หนาหนักด้วยกิเลสตัณหาซึ่งมุ่งแสวงลาภและอามิส โดยใช้เพื่อนมนุษย์เป็นเครื่องมือให้ได้มา ด้วยการแสดงอำนาจกดขี่ บังคับ ถึงขนาดคร่าชีวิต ย่อมยากจะเข้าใจและเห็นดีด้วยได้

สังคมใด ที่ผู้นำสังคมต้องการให้คนหมู่มากเป็นหุ่นยนต์ หันซ้ายหันขวาได้ตามต้องการ จึงต้องพบแรงต้านอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ด้วยวิญญาณขบถต่อความไม่ขอบธรรมของมนุษย์.

อารักษ์