บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ กับ ‘คำถาม’ ที่หา ‘คำตอบ’ ไม่ได้
“ตอนนี้ออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชีวิตของขาช็อปค่อนข้างมาก” บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ในฐานะที่เป็นหนึ่งในขาช็อปที่ชอบกดสั่ง กดสั่ง บอก
“มันสบาย เพราะเราก็อยู่บ้าน แต่ก็ช็อปได้ แต่ก่อนอาจจะมีปัญหาว่าช็อปปิ้งออนไลน์จะดีเท่ากับไปช็อปที่ร้านหรือเปล่า เราไม่ได้เห็นสินค้าเอง ไม่ได้รับรู้ข้อมูล แต่เดี๋ยวนี้มีการอัพเกรดข้อมูลในระดับที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าแล้ว”
ด้วยเหตุนี้พอ อีฟ โรเช่ ชวนให้เป็น ‘เฟรนด์ ออฟ อีฟ โรเช่ บิวตี้ คลับ แชร์ ชิล’ เพื่อชักชวนให้คนอื่นๆเข้าร่วมเป็นสมาชิก ‘บิวตี้ คลับ’ ของอีฟ โรเช่ อันจะได้สิทธิประโยชน์คือคะแนนสะสมที่จะกลายมาเป็นส่วนลด เมื่อมีการช็อปปิ้งออนไลน์ เขาก็เลยแฮปปี้ พร้อมกับขอบอกต่อให้ผู้สนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ใน Yves Rocher (Thailand)
บอยซึ่งบอกว่าแต่ก่อนนั้นไม่ได้สนใจจะดูแลตัวเองเท่าไหร่นัก ยังนึกเสียดายว่าถ้าพิถีพิถันกับตัวเองมาแต่เนิ่นๆ ตอนยังหนุ่ม เป็นวัยรุ่นก็น่าจะดีกว่านี้
อย่างไรก็ดีหลังจาก “ลุยหนัก” ตามศัพท์เจ้าตัว ทั้งในเรื่องการดูแลสุขภาพ อาหาร การออกกำลังกาย และการดูแล บำรุง นั่น โน่น นี่ สภาพของผู้ชายวัย 36 ปีก็เป็นอย่างที่เห็น
ซึ่งก็โอเคมากกกก-ว่าไหม?

ถามพระเอกคนดังเรื่องชีวิต เจ้าตัวยิ้มร่า ก่อนบอกว่า ที่เป็นอยู่ไม่ใช่สิ่งที่เคยคาดฝัน
“ผมเริ่มถ่ายโฆษณา เริ่มเดินแบบ ตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นคิดแค่ว่าถ่ายโฆษณาตัวนึงได้ 15,000 บาท โอ้โห! เยอะมากสำหรับเรา แล้วก็เก็บเป็นเงินค่าขนม จะไปซื้ออะไรที่ไม่ต้องไปขอแม่ คิดแค่นั้นเลย จนเรียนจบก็มีหนังมาติดต่อ ก็คิดแค่ว่าหนังมันคือเรื่องๆเดียว จบไป ก็ดีนะ ได้เงิน ได้ขึ้นจอในโรงหนังด้วย”
ไม่ได้นึกต่อเลยว่า อยู่ๆจะมีคนไปแคสต์ที่ช่อง 3 แต่ก็มี
“ผมก็ท้วงไปว่าเราไม่น่าจะไปถึงตรงนั้นได้ บอกเขาว่าผมจะไปเป็นพระเอกได้ไง ดูหน้าผมสิ ไปก็เสียเวลา ไม่ไปหรอก”
แต่เมื่อบ่อยครั้งเข้า ก็เอ้าลองดู แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นนี่ละครับท่านผู้ชม
กับการเป็นที่รู้จัก ไปไหนมาไหนถูกทัก ถูกรุมล้อม ขอถ่ายรูป บอยบอกว่าสำหรับเขาเป็นเรื่องสบายมาก อาจเพราะเป็นคนมีเซอร์วิส มายด์ รวมถึงมีหัวใจของคนชอบดารา เพราะว่าตัวเองก็เคยเป็น ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำจึงเป็นเพียงการปรับตัวเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น
เป็นต้นว่า ต้องเผื่อเวลาในการเดินทาง
“ช่วงที่คนรู้จักผมใหม่ๆ รู้จักเยอะๆ ถ้าผมอยู่พารากอน แต่จะไปทำธุระฝั่งสยามสแควร์ จริงๆเดินแค่ 5 นาทีก็ถึง แต่ผมเรียนรู้ที่จะเผื่อเวลา บางทีต้องเผื่อครึ่งชั่วโมงเลย เพราะผมรู้ว่าระหว่างทาง ผมจะเจอคนที่เพิ่งดูละครเรา ชอบเรา มาขอถ่ายรูป เราเองก็มีใจอยู่แล้ว เป็นคนที่ต่อให้รีบแค่ไหน ถ้าไม่จำเป็นจะไม่ปฏิเสธ เพราะเราก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ชอบดารา เรารู้ว่าการเจอแบบนี้มันดีนะ แล้วไม่ใช่ว่าจะเจอกันง่ายๆ พอเราไปอยู่ตรงจุดนี้ แล้วมีคนที่อยากเจอเรา เราก็คิดในมุมนี้เหมือนกัน ว่าเราอาจจะเจอคนเยอะ แต่การที่เขามาเจอเรา มันอาจจะเป็นครั้งเดียวของเขาก็ได้”
“แล้วผมก็ยังปรับความคิดด้วย ว่าการทำงานตรงนี้ ผมทำงานหน้ากล้องก็จริง ถ่ายละคร ออกอีเว้นท์ แต่ผมจะคิดอยู่เสมอ ว่าเดินไปไหนมาไหนก็คืออีกงานหนึ่งเหมือนกัน ถ้าจะมีคนเข้ามาขอถ่ายรูป นั่นคือหน้าที่ของผม”

ในเรื่องของงาน บอยบอกว่า นอกจากงานแสดง ตอนนี้เขาขยับมารับงานพิธีกร ซึ่งรายการที่ทำอยู่ตอนนี้คือไอดอล พาราไดซ์ ที่ออกอากาศทุกวัน ทางช่อง 3 HD ขณะเดียวกันก็ยังมีธุรกิจส่วนตัวหลายอย่าง ทั้งร้านอาหารหลายแห่ง สตูดิโอให้เช่าถ่ายละคร โฆษณา รวมถึงมีแผนว่าจะทำสตูดิโอถ่ายภาพนิ่งเพิ่ม
ขณะเดียวกัน “ก็มีอีกหลายอย่างที่อยากทำอยู่ในหัว เรื่องของการเป็นผู้จัดหรือผู้กำกับ”
อย่างไรก็ดีคงต้องดูโอกาสและจังหวะอีกที
สำหรับเรื่องความรักที่หลายๆ คนเชียร์ เรื่องนี้คนโสดหัวเราะเบาๆ ก่อนบอกว่าเข้าใจทุกความหวังดี
“เขามองว่าเรารู้จักคนเยอะ รู้จักนู้นนี้ แต่ทำไมถึงไม่มีแฟน”
ซึ่ง “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน” เขาว่า
จากนั้นเผยความรู้สึกบอก “ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องอายุไหม สิ่งที่ผมรู้สึกคือ พอโตขึ้นเริ่มรู้สึกมีโลกส่วนตัวมากขึ้น ชอบใช้ชีวิตคนเดียวมากขึ้น คือหนึ่ง ไม่มีใครตามเรา สอง เราไม่ต้องตามใคร จะไปไหนไปเลย ไม่ต้องบอก ไม่ต้องปรึกษาใคร อยากทำไร ทำ อยากดูไร ดู แล้วเป็นคนใช้ชีวิตคนเดียวได้ หมายถึงดูหนังคนเดียวได้ ไปกินหมูกระทะคนเดียวได้ ถามว่าเหงาไหม มันก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญมาก”
“กลายเป็นว่าโตขึ้นกลับชอบใช้ชีวิตคนเดียว แต่ก็เริ่มมีความคิดที่ว่าเราคงต้องลดความสุขตรงนั้น เพราะน่าจะต้องถึงจุดที่น่าจะต้องมีใครแล้ว”
“หลักๆก็เรื่องอายุแหละ”
คนที่คิดคำนวณล่วงหน้าว่าถ้าเริ่มมีแฟนตอนนี้ กว่าจะได้แต่ง กว่าจะมีลูก อายุก็อาจใกล้ๆ 40 ปี กว่าลูกจะโต เขาก็แก่พอดี ซึ่งไม่ไหว-ไม่ไหว
หากแม้จะคิดอย่างนี้มาราว 1 ปีแล้ว “แต่ก็ยังไม่ได้รีบเร่งอะไรขนาดนั้น”
จนกว่าจะถึงวันซึ่งเจอคนที่ใช่แหละ-เนอะ.


