‘แฟนเดย์’ อีกบทที่ ‘ต้อง’ ทำให้ได้ของ ‘เต๋อ ฉันทวิชช์’

4.09.16 | 08:30 น.

ขึ้นแท่นเป็นพระเอกร้อยล้านเพราะภาพยนตร์ ‘กวนมึนโฮ’ และ ‘เอทีเอ็ม เออรัก เออเร่อ’ ถูกใจคอหนังจนทำรายได้ถล่มทลาย มาวันนี้ เต๋อ – ฉันทวิชช์ ธนะเสวี มี ‘แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว’ ผลงานกำกับของโต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล ภาพยนตร์เรื่องแรกของค่ายจีดีเอช 559 ที่กำลังเข้าฉายรอให้ชมฝีมือพระเอกร้อยล้านและคนเขียนบทพันล้านคนนี้อีกครั้ง

“ไม่เชิงพิสูจน์ตัวเองครับ แต่เป็นสิ่งที่เราอยากทำให้ได้มากกว่า” เต๋อว่ายิ้มๆ 

พร้อมเล่าว่าครั้งนี้เขารับบทเป็น‘เด่นชัย’ หนุ่มไอทีรูปไม่หล่อ ที่แอบหลงรัก ‘นุ้ย’ ซึ่งรับบทโดยมิว – นิษฐา จิรยั่งยืน สาวสวยในออฟฟิศเดียวกัน ซึ่งเพื่อให้สมกับบทบาทนั้นเขาก็ต้องเปลี่ยนแปลงรูปโฉมตั้งแต่หัวจรดเท้า

2

“เด่นชัยเป็นคนไม่ค่อยดูแลตัวเอง ไม่ค่อยมีความมั่นใจ ประหม่า ขี้เขิน จะเป็นคนแบบเนิร์ดๆ หน่อย ใส่แว่น”

Advertisement

“ผมจึงต้องเพิ่มน้ำหนักขึ้นมาประมาณ 10 โล แล้วก็ต้องดัดผมให้ผมหยิก”

แถมยังต้องใส่ฟันปลอมเพื่อให้ดูขี้เหร่ เข้ากับคอนเซ็ปต์หนังที่ว่า “หมามองเครื่องบิน” อีกต่างหาก

แต่ “สนุกดีครับ” เขาว่า

“ผมค่อนข้างชอบนะครับ เป็นช่วงหนึ่งในชีวิตที่เรามีโอกาสเปลี่ยนตัวเอง ทุกวันที่ตื่นมาก็จะคิดว่านี่คือเราหรอ ดูผมตัวเอง ดูหุ่นตัวเองอ้วนๆ ดูหน้าตัวเอง”

“แต่คนตกใจสุดเหมือนจะเป็นแม่มากกว่า แม่ค่อนข้างจะใช้เวลานานเหมือนกัน กว่าจะชิน” เต๋อเล่าพลางขำ

นอกจากนั้น ครั้งนี้เขาต้องพลิกบทบาทจากผู้ชายสนุกสนานเฮฮามาเป็นหนุ่มที่มีอารมณ์อ่อนไหว

“เด่นชัยบุคลิกภาพไม่เหมือนตัวเราเลย เพราะตัวจริงเราเป็นคนสนุกไง ปล่อยมุกเฮฮา ก็ต้องทำการบ้านเพิ่มนิดนึง”

“มันก็จะมีสองอย่างที่ต้องทำ ส่วนแรกคือกายภาพ ส่วนที่สองคืออินเนอร์ข้างใน”

โดยในส่วนกายภาพ นอกจากจะเปลี่ยนแปลงรูปโฉมต่างๆ นานาแล้ว “เราต้องดึงคาแร็คเตอร์บางอย่างของบางคนที่เข้ากับตัวเด่นชัยมาผสมกัน ซึ่งมันเกิดจากการไปคุยกับคนนั้น คนนี้ ดึงบุคลิกอะไรบางอย่างของเขามาใช้ สร้างเป็นตัวละครตัวใหม่ขึ้นมา”

ส่วนอินเนอร์ข้างใน “จะเป็นเรื่องของดราม่า เรื่องของความเซ้นซิทีฟ ตรงนี้เราต้องจินตนาการ ต่อยอดความคิด สร้างเรื่องอะไรก็ได้ ให้กระทบกับจิตใจเราทุกวัน โดยที่ไม่ได้มีคนมาช่วยพูด ช่วยอะไรกับเรา ทำยังไงก็ได้ให้เป็นคนต่อมรับความรู้สึกเร็ว”

“ก็ต้องทำทุกวัน เป็นการฝึกตัวเองให้เซ้นซิทีฟขึ้น ฝึกให้ตัวเองอินกับความรู้สึกมากขึ้น เพราะปกติผู้ชายก็จะไม่ค่อยหวั่นไหวเท่าไร” เต๋ออธิบาย
และว่า ยิ่งในแง่ของการเป็นนักแสดงยิ่งต้องทำให้ได้

“ถ้าเราจะเป็นนักแสดงที่มีการพัฒนาขึ้นไป ก็ต้องรับบทที่หลากหลายได้ ไม่ใช่ว่าเเล่นแต่บทที่เราถนัดอย่างเดียว บางบทเราอาจจะไม่มั่นใจ ไม่เป็นไร เราต้องทำให้ได้” คนที่เคยได้รางวัลการแสดงยอดแย่ ‘ทุเรียนเน่า’ ที่เว็บไซต์หนึ่งมอบให้จากบทดราม่าในเรื่อง ‘โปรแกรมหน้าวิญญาณอาฆาต’มาแล้วบอก

DSCF2162

อย่างไรก็ตาม เต๋อย้ำอีกครั้งว่า “มันก็ไม่ได้เป็นการพิสูจน์ตัวเองขนาดนั้น แต่รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ในสาขาวิชาชีพที่เราต้องทำ เหมือนเราเขียนบทแบบเดียว มันก็จะน่าเบื่อสำหรับคนดู เราก็ต้องมาฝึกตัวเองให้เก่งขึ้น”

ซึ่งในเรื่องของบทภาพยนตร์เรื่องนี้ที่เขามีส่วนร่วมด้วยนั้นก็ยากพอๆ กับการพลิกคาแรคเตอร์ตัวเอง

“มันยากตรงต้องหาบทใหม่ๆ นี่ล่ะครับ ตอนเราเริ่มคิดเรื่องนี้ เราเริ่มตอน ‘พี่มาก’ยังอยู่ในโรงอยู่เลย”

“พอได้ไอเดียมาปุ๊บ มันก็ยากอีกกับการต้องเปลี่ยนแนวหนังที่เราทำ ปกติผมก็เขียนบทแนวคอเมดี้อยู่แล้ว แต่เรื่องนี้คอเมดี้จะลดทอนลง เป็นซึ้งๆ มากกว่า อันนี้เราก็ต้องหาเหตุการณ์อะไรที่คนรู้สึกว่าจี๊ดจังเลย” ซึ่งพวกนี้ล่ะที่ยาก

และแม้ว่านี่จะเป็นหนังเรื่องแรกของค่าย จีดีเอช 559 ที่คนคาดหวังกันมากทั้งคุณภาพและรายได้ แต่เต๋อก็ว่า “ไม่กดดันครับ”

“ถึงมันจะเป็นหนังเรื่องแรกของค่ายใหม่ แต่ว่าระบบการทำงานเราก็ทำด้วยความตั้งใจเหมือนเดิม ทุกๆ เรื่องเราก็ใส่ใจ แล้วก็เต็มที่กับมัน อย่างบทก็ใช้เวลาจะเป็นปี ทุกๆ อย่างเป็นระบบที่เราค่อนข้างทุ่มเทให้มันมาก”

เพราะ “ความคาดหวังของผมอย่างเดียวคือให้คนอินกับมัน ดูแล้วเชื่อในสิ่งที่เราทำ”

“ผมรู้สึกว่าเรื่องตัวเลขมันเป็นแค่ส่วนหนึ่ง มันเป็นสิ่งที่ตามมา แต่ความคาดหวังหลักเลยคือ อยากให้คนเข้าไปชมแล้วอินกับตัวละคร ซึ่งเมื่อไรก็ตามที่คนเข้าไปดูแล้วอินกับหนังเรื่องนี้ คนก็จะบอกต่อกันไปเอง ทุกคนก็จะอยากมาดู”

“ผมรู้สึกว่าโจทย์สำคัญของการเล่นเรื่องนี้คือการเป็นตัวละครนั้นแล้วให้คนเชื่อ ถ้าคนไม่เชื่อหนังก็ไม่ประสบความสำเร็จเลย”

ซึ่ง “ผมก็เชื่อว่าผมได้ทำหน้าที่ของผมอย่างดีที่สุดแล้ว พี่โต้งก็ได้กำกับอย่างดีที่สุดแล้ว มิวก็ส่งอารมณ์ให้ผมอย่างดีที่สุดแล้ว”

“สุดท้ายเสียงตอบรับจากคนดูไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราก็สามารถบอกได้ว่าเราทำอย่างเต็มที่แล้วแน่นอน”

DSCF2160