‘ปราง’ เล่าเส้นทางรัก-เลิก-รีเทิร์น ‘โต้ง ทูพี’ พร้อมการันตี ‘แต่งกับคนนี้’

6.06.21 | 15:40 น.

ปรางเล่าเส้นทางรักเลิกรีเทิร์นโต้ง ทูพีพร้อมการันตีแต่งกับคนนี้”

เป็นอีกหนึ่งคู่หวานที่แฟนๆ ลุ้นให้มีข่าวดี สำหรับ ปราง กัญญ์ณรัณ และแร็พเปอร์หนุ่ม โต้ง ทูพี ที่ล่าสุดฝ่ายหญิงได้มาเปิดใจเล่าใน รายการ มารีฝากไว้ให้คิด EP.7 “เลดี้ปราง” เปิดประเด็นรักแบบไม่มีกั๊ก ของนางเอกสาว มารี เบิร์นเนอร์ ถึงความรักที่แม้ว่าจะเคยเลิกรากันไป แต่สุดท้ายก็กลับมารีเทิร์นรักกันอีกครั้ง

ในชีวิต โต้ง เป็นแฟนคนแรกและคนเดียว (ยิ้ม) ถามว่ามีคนอื่นเข้ามาจีบไหม ก็มีมาเรื่อยๆ แต่แม่ปรางเป็นคนดุมากถ้าทำอะไรที่แม่ไม่สบายใจก็ไม่อยากมี ไม่ถึงขนาดไม่คุยกับใครได้ ก็คุยในระดับนึง แต่ไม่ได้พัฒนาให้เป็นแฟน ซึ่งตอนเป็นแฟนกับโต้งก็อายุประมาณ 20 ปี

ก่อนที่ ปราง เล่าถึงสาเหตุที่มีแฟนคนแรกตอนอายุ 20 เพราะตั้งแต่เด็กเชื่อฟังแม่มาตลอดไม่เคยมีแฟน ก็แอบคิดเองว่าแม่น่าจะเชื่อใจเรา ก็เลยลองอยากจะมีความรักดู แล้วมันก็เป็นจังหวะที่โต้งเข้ามาพอดี เขาไปเจอเราที่ไหนสักที่นึงแล้วบอกเพื่อนเขาว่าอยากจีบเรา

เพื่อนเขายังบอกเลยว่า จีบไม่ติดหรอก แม่มารับมาส่งตลอด อย่าจีบเลย (หัวเราะ)”

 

Advertisement

ซึ่งโต้งก็จีบมาเรื่อยๆ พยายามเข้าทางเพื่อน ขอ MSN ตัวเราก็รู้สึกว่าเขาพยายามดีนะ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ชอบเหมือนคุยไปเรื่อยๆ

ส่วนตอนที่ตกลงเป็นแฟนกันนั้น ก็คือเราคุยกันมาสักพักแล้ว เขาโทรมาตอนดึก และถามว่าคุยกันมาขนาดนี้ เราเป็นแฟนกันได้หรือยัง เราก็ตอบไปว่าอืมเราก็คบกันมา 4 ปี ซึ่งในช่วง 4 ปีนั้น โต้งมีโอกาสเจอคุณแม่ เพราะเวลาจะไปเดทกันคุณแม่ก็จะไปส่ง แต่ไม่ได้มารับกลับนะ แต่แม่มีเคอร์ฟิวส์ว่าต้อง 4 ทุ่มนะ เราก็แฮปปี้นะ ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร แต่แม่จะมีกฏเหล็กที่ว่า

ห้ามพามาที่บ้าน ถ้าไม่มั่นใจ ไม่ใช่คนที่จะแต่งงานด้วยไม่ให้พามา

ระหว่าง 4 ปี ที่คบแม่กับโต้งได้เจอกันคือเวลาแม่มารับ ซึ่งโต้งก็แปลกใจมาก จนมาพูดกับเราว่าปกติเขาเป็นคนเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดีนะ แต่กับแม่เราเขาไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ เราก็เข้าใจ คบกันมา 4 ปี ก่อนที่จะเบรกกันไปด้วยสาเหตุที่ว่าไลฟ์สไตล์ต่างกันมาก

เรามีวงกลมคนละวงแต่ก็มีจุดมาคอลแล็บกันได้ เราไปเจอโลกอีกใบก็เอ็นจอยที่จะเรียนรู้ เขามาเจอเราก็งงๆ แปลกๆ เขาก็เอ็นจอย แต่ก็มีส่วนที่ไม่สามารถคอลแล็บกันได้

สิ่งที่ต่างกันสุดโต่งเลย เรื่องของเวลา เขาเป็นคนใช้ชีวิตเวลากลางคืน 4 ทุ่มเพิ่งออกจากบ้าน ไปทำเพลง ไปทำงานแต่ 4 ทุ่ม เราต้องกลับแล้ว 8 โมงเช้าตื่นไปทำงาน

เราก็อยากจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด แต่มันก็ลำบาก แค่หาเวลามาเจอกันก็ยากแล้ว มันเป็นความเหนื่อยที่เข้ามาเองว่าทำไมต้องพยายามขนาดนี้ เมื่อไหร่ที่ต้องใช้ความพยายามมากเกินไปจะรู้สึกท้อ แต่ให้มีความรักมากแค่ไหนก็ตาม ตอนนั้นเป็นช่วงที่เราเองก็รู้สึกไม่ไหว เพราะทำงานเยอะ มีหลายอย่างให้โฟกัส

จริงๆ ปรางเป็นคนมีความฝันเยอะเกี่ยวกับครอบครัว อยากซื้อบ้าน อยากพาครอบครัวไปเที่ยวเมืองนอก ตอนนั้นยังทำอะไรไม่ได้สักอย่าง เลยรู้สึกว่าถ้ายังต้องแบ่งเวลามาดูแลแฟนด้วย ต้องมานั่งปรับตัวกันอีก เลยรู้สึกว่าเบรกดีกว่าปรางว่าเรื่องของความสัมพันธ์มันเป็นเรื่องละเอียด

วันที่เลิกกัน เราก็โทรคุยกัน เราเองก็เริ่มอธิบายความรู้สึก เขาก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก็รู้สึกผิดเหมือนกัน นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ 2 ปีที่เลิกกันไป ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน คือหายไปเลย แต่ก็มีเจอกันผ่านๆ มีครั้งนึงที่เรารู้สึกผิดมาก และน่าจะเป็นครั้งที่ทำให้รู้สึกว่าเรากลับมาเป็นเพือนกันได้แล้ว คือเรากำลังจะข้ามถนน เดินเล่นมือถือ พอเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นผู้ชายคนนึงเดินออกมาจากร้าน เราก็ตกใจ แต่เขาไม่เห็นเรา เราก็รีบหลบข้างพุ่มไม้ แต่พอหันมา โต้งยืนมองอยู่ (หัวเราะ) ก็คิดว่าถ้าเป็นเราโดนทำแบบนั้นใส่คงรู้สึกแย่ เลยส่งข้อความไปขอโทษเขา

เลยทำให้เริ่มคิดได้ว่าคนที่เลิกกันก็กลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ ก็เลยเริ่มคุยกัน แรกๆ ก็ยังมีระยะห่าง แต่วันนึงเขาก็บอกว่าอยากเป็นเพื่อนกันจริงๆ หรือเปล่าไม่เห็นนัดกินข้าวสักที ก็ได้มาเคลียร์ใจกันประมาณ 5-6 ชั่วโมง แต่ก็คุยเป็นเพื่อนกันมาเป็นปีกว่าจะกลับมาคบเป็นแฟนอีกครั้ง

ถามว่ากลับมาแล้วกลัวไหม คือเราก็กลัวจะซ้ำรอยเดิม ทำให้อะไรนิดๆหน่อยๆก็จะคิดเยอะ ก็ต้องขอบคุณเขาด้วยที่เขาช่วยเรา พอเราเริ่มรู้สึก เขาก็พยายามพูดอธิบายให้เรามั่นใจ อะไรที่เปลี่ยนไม่ได้ก็ไม่ได้เปลี่ยน ทุกวันนี้ปรางก็ยังเป็นคนตื่นเช้า เขาก็ทำงานเหมือนเดิม ตื่นสาย ก็เลยต้องใช้วิธีที่ว่า ถ้าวันไหนจะไปกินข้าวด้วยกัน แล้วเราต้องตื่นมาทำงานตอนเช้า ก็จะกินกาแฟตอน 6 โมงเย็น เราปรับตัวเข้าหาเขา ก็ดีขึ้น

การที่เราสองคนกลับมาคุยกัน สัมผัสได้ว่าแม่เป็นห่วงมาก ถ้าเรากลับไปคบกันคนเดิม ก็บอกท่านไปว่าขอลองดูแล้วกัน ถ้าจะเสียใจก็เดี๋ยวเป็นเราเองที่จะรับผิดชอบความรู้สึก โชคดีที่แม่เข้าใจ แต่ 1 ปีที่กลับมาคุยกับโต้ง ไม่ได้บอกใครเลย ไปไหนก็จะแอบๆ แต่ทริปที่ไปเที่ยวทะเล เหมือนมีคนจำได้ว่าหมวกที่เราใส่เป็นหมวกของโต้ง เราก็โอเค งั้นเปิดก็ได้ (หัวเราะ) แต่ที่บ้านรู้แล้วนะ แต่ยังไม่ได้บอกคนอื่น ซึ่ง 2 ปีที่โสดก็ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาคบกับโต้ง ก็ปล่อยตามธรรมชาติเลย

ตอนนี้ครอบครัวก็โอเคมากๆ เจอโต้งก็คุยปกติ มีไปทานข้าวด้วยกันบ้างแล้ว มีไปที่บ้านบ้าง แต่ก็ไปจะไปแบบเรียบร้อยๆ ยอมรับนะว่าเราก็บอกตลอดแหละ “แต่งกับคนนี้” แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ เรายังปล่อยวางเรื่องที่บ้านไม่ได้ ยังอยากดูแลอยู่ อีก 2 ปีแล้วกัน (ยิ้ม)”