จตุรงค์ มกจ๊ก เล่าชีวิตที่เริ่มต้นจากค่าแรงวันละ 60 บาท ความเจ้าชู้ และเหตุผลที่เลิกเด็ดขาด!

9.06.21 | 11:48 น.

จตุรงค์ มกจ๊ก เล่าชีวิตที่เริ่มต้นจากค่าแรงวันละ 60 บาท ความเจ้าชู้ และเหตุผลที่เลิกเด็ดขาด!

อยู่ในวงการบันเทิงมานานกว่า 40 ปี โดย จตุรงค์ โพธาราม มาเล่าชีวิตการทำงานที่เริ่มจากการเป็นหางเครื่องวงดนตรีสู่ตลกแถวหน้าของเมืองไทยในรายการ คุยแซ่บSHOW โดยจาตุรงค์ที่ตอนนี้นอกจากงานในวงการยังหันไปทำธุรกิจร้านอาหารครัวลุงรงค์ ที่ จ.ราชบุรี เล่าว่า สถานการณ์โควิดส่งผลกระทบหนัก ทั้งงานหลักในวงการที่หดหาย ส่วนงานรองคือร้านอาหาร จากที่เคยมี 70 โต๊ะ หลังจากมาเริ่มเปิดอีกครั้งได้ราว 2 อาทิตย์ ก็เหลือแค่ 15 โต๊ะ “รายได้จาก 100 เปอร์เซ็นต์เหลือแค่ 20 เปอร์เซ็นต์” เขาเล่า

ตลกคนดังยังย้อนอดีตเล่าด้วยว่า กว่าชีวิตจะมาถึงวันนี้ เขาเคยประสบความยากลำบาก ตอนอายุ 19 ก็หิ้วกระเป๋าใบเดียวออกจากบ้านเพื่อไปเผชิญโลกที่กรุงเทพ เพราะมีความหวังจะได้เป็นนักแสดง นักร้อง ได้อยู่ในวงการ ได้เป็นคนดัง และคาดว่าน่าจะมีรายได้ดี
“หนีพ่อแม่ เพราะเขาไม่อยากให้เรามา ก็มาอยู่วงลูกทุ่ง มาเป็นหางเครื่อง ได้ค่าตัววันแรก 60 บาท ก็ดีใจ เพราะเราไม่มีเงินเลย”

“ต่อจากนั้นก็อยากเป็นตลก เพราะตลกค่าตัว 350 บาท ส่วนหางเครื่องค่าตัว 80 บาท เลยไปตีสนิทกับพี่ชูศรี เชิญยิ้ม มุขแรกที่ได้เล่นคือต้องทาหน้าขาว ไปเชิดหนังตะลุง ที่ได้เล่นเพราะตลกขาด ก็เลยได้เล่น หลังจากนั้นก็ได้เล่นเรื่อยๆ ส่วนมุขแจ้งเกิดคือมุขกระเทย แต่ก่อนคนที่เล่นเป็นกระเทยจะแต่งหน้าทุเรศ แต่เราแต่งสวยเลย เรียกว่าเรายังไม่ดัง แต่มีคนรอดู”

Advertisement

เขายังเล่าอีกว่า จากค่าตัว 350 บาทในตอนนั้น เมื่อขยับไปเล่นในเคเฟ่ก็ได้ค่าตัวเพิ่มเป็น 2,500 บาท 3,000 บาท รวมไปถึงบางทีก็ได้ 4,500 บาท
“วันหนึ่งเล่น 7 ที่ ตอนนั้นยังไม่ได้ออกทีวีเลยก็มีบ้านมีรถแล้ว”

จตุรงค์ยังยอมรับด้วยว่า สมัยก่อนเขาเป็นคนเจ้าชู้มาก
“สมัยก่อนไม่มีมือถือ ต้องโทรศัพท์สาธารณะ ก็ต้องมีเหรียญเป็นกำมือแล้วก็ไล่โทรทุกวัน คือทุกวันเราต้องได้ แต่ไม่ได้คบจริงจัง เรียกว่าวันไนท์แสตนด์ ก็ได้”

อย่างไรก็ดีหลังจากภรรยาไปเจอ ไปเห็นด้วยตา เพราะบุกไปหาที่ห้องแล้วเจอหญิงอื่นจนเสียใจร้องไห้ ก็รู้สึกสงสาร ขณะเดียวกันก็เห็นว่าลูกโตเป็นสาวแล้ว จึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง
“เขาบุกไปแล้วเจอ เขาก็น้ำตามา แล้วหันหลังกลับไป เราก็ต้องรีบไปขอโทษ ไปง้อ ว่าจะไม่ทำอีกแล้ว แต่พรุ่งนี้เราก็ทำอีก จน ณ วันหนึ่ง เฟิร์นเริ่มโตเป็นสาวเราก็คิดได้ว่า พอเถอะ เพราะลูกเราเริ่มเป็นสาวแล้ว”