‘ได๋ ไดอาน่า’ เล่าเบื้องหลังเพจ ‘เราต้องรอด’ ช่วยโควิด ห่วงกังวลหนักจนนอนไม่หลับ และวันที่ต้องเสียน้ำตา

‘ได๋ ไดอาน่า’ เล่าเบื้องหลังเพจ ‘เราต้องรอด’ ช่วยโควิด ห่วงกังวลหนักจนนอนไม่หลับ และวันที่ต้องเสียน้ำตา

ตัวแม่ของวงการงานอีเว้นท์และพิธีกรสาว ได๋ ไดอาน่า ถูกรับเชิญมาเป็นแขกในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHAMGE2561 มาเปิดเผยเรื่องราวชีวิตเบื้องหลังงานอาสาช่วยเหลือสังคมด้วยการเปิดเพจ #เราต้องรอด เพื่อผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งจุดเริ่มต้นของงานอาสานี้สาวได๋เผยว่าเธอเองได้มีการพูดคุยกับ จ๊ะ นงผณี ว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด

“จ๊ะ เขาก็บอกว่าเราจะทำอะไรกันดีแต่ตอนนั้นคือ ระลอกที่สามยังไม่ได้มาหนักนะคะ แล้วก็มีเคสหนึ่งส่งเข้ามาหา จ๊ะ เขาก็เลยมาปรึกษาเราว่าทำยังไงกันดี เราก็ช่วยประสานโรงพยาบาลหาเตียงให้พอเราทำสำเร็จ จ๊ะ ก็นำไปลงเราสามารถประสานช่วยได้สำเร็จแล้วหนึ่งราย แค่นั้นแหละคนก็ DM เข้ามาหาทั้งเราและจ๊ะเยอะมาก เราก็คิดกันว่าเราจะทำยังไงกันดีให้ทุกอย่างมันไปอยู่ตรงกลางที่ทุกคนจะช่วยกันดูแลได้แล้วเราก็คุยกัน”

ซึ่งสมาชิกในกรุ๊ปนี้มีกันอยู่เพียง 4 คน นั้นก็คือ ได๋ จ๊ะ พี่สาวจ๊ะเป็นผู้ช่วยและผู้ช่วยของได๋ โดยเดิมที เราต้องรอด เป็นชื่อกลุ่มของพวกเขาทั้ง 4 คน จึงได้นำมาต้องเป็นชื่อเพจด้วย “แต่ก่อนที่เราจะเปิดเพจนี้ขึ้นมา ช่วงแรกที่เราทำเราแค่ต้องการที่จะช่วย ประสาน หาเตียงให้ผู้ที่ติดโควิดเท่านั้น ยังไม่ได้คิดว่าจะเปิดเพจหรือว่าอะไร แค่จัดการส่งเข้าระบบงานของเราก็สำเร็จ

จากตอนแรกที่เราเปิดเพจกันแค่สี่คน ช่วยกันตอบ ซึ่งการตอบหลักๆในเพจก็คือ ได๋ ส่วนผู้ช่วยคือจะช่วยดูหลังบ้านให้ ส่วนจ๊ะจะคอยทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ให้

ได๋เล่าว่า “ตอนสองวันแรกมีเคสเข้ามา 30 เคสเลยซึ่งมันเยอะมากเลยนะคะ คือเราช่วยมาสองวันเต็มๆแล้วและวันที่สามเราต้องมาถ่ายรายการ ซึ่งถ่ายรายการเราก็มาพะวงว่าในช่วงที่เราถ่ายรายการอยู่เราจะทำยังไงกับข้อความในอินบ็อกที่เด้งอยู่ตลอดเวลาซึ่งเขากำลังต้องการความช่วยเหลือเราจะช่วยเขายังไง

โชคดีที่ว่าวันนั้น คุณนิหน่า เขาก็ทักมาหาเราบอกว่าติดตามอยู่นะ มีอะไรให้ช่วยบอกนะเราก็บอกไปเลยทันทีว่า มี ฉันตั้งเธอเป็นแอดมินนะ พี่นิหน่า คือ น่ารักมากก็ตอบตกลงเลยว่าได้เพราะว่าช่วงนั้นเขาว่างเพราะว่าต้องกักตัวพอดีเพราะว่าไปอยู่ใกล้กับคนที่ติดโควิด”

หลังจากที่ นิหน่า สุฐิตา ปัญญายงค์ เข้ามาช่วยได๋เผยว่าหลังจากวันนั้นนิหน่าก็ไปหาคนมาเพิ่มเพื่อช่วยเหลือประมาณ 10 กว่าคน ได้มีการประชุมแบ่งงานกัน ซึ่งก็มีคนที่เข้ามาทำทั้งกราฟฟิก คนตอบ ช่วยประสาน และทำให้ official มากขึ้น เปิดเป็นไลน์แอดขึ้นมา แล้วจิ๊กซอว์สุดท้ายได้รับการติดต่อจากน้องๆ EMT จุฬาฯเป็นหน่วยฉุกเฉิน

“ซึ่งๆน้องกลุ่มนี้เขาจะมีเครื่องผลิตออกซิเจนแล้วก็สามารถที่จะไปประเมินหน้างานให้เราได้ ว่าสถานการณ์ที่เราเข้าไปเจอเราต้องโทรหา 1669 หรือยังเพราะว่าเมื่อไหร่ที่เคสยังรอได้เราก็จะให้ติดต่อ 1330 หรือ 1668 ไปก่อน ซึ่งพอมีทีมนี้เข้ามาเขาสามารถช่วยเราประเมินสถานการณ์ได้มากขึ้น”

“ซึ่งทุกวันนี้คือคนที่อินบ็อกเข้ามาเราก็จะมีรายละเอียดให้กรอก พร้อมกับแนบบัตรประจำตัวประชาชน หรือ พาสสปอร์ต(ถ้าเป็นคนต่างด้าว)พร้อมกับผลตรวจว่าไปตรวจที่ไหนมา

พอเราได้รับข้อมูลแล้วเราก็จะส่งเคสไปที่ LINE Official Account ของเราในนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานในเรื่องเอกสารให้ว่าตามสิทธิ์ของเราคุณต้องไปที่ไหน มีประกันไหม ถ้ามีประกันเราจะได้ประสานไปที่ดูแลเราโดยตรง หรือว่า หน่วยงานของคุณ แล้วก็จะมีอีกทีมที่เรายจะคอยมิตเตอร์อาการของเคสต่างๆ ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง เพราะว่าแต่ละคนที่กำลังรอเอกสารอยู่อาการของเขาจากเขียว อาจจะกลายเป็นเหลือง หรือ จากเหลืองอาจจะกลายเป็นแดง เราก็จะมีทีม EMT ที่เคยดูแลประเมินให้ที่หน้างานว่าเป็นยังไงบ้างค่ะ ก็จะให้ยาสามัญประจำบ้านหรือ เครื่องวัดออซิเจนไว้ให้ เมื่อถึงเวลาที่เขาได้รับตัวไปแล้วเราค่อยไปรับของคืนแล้วก็ทำความสะอาดบ้านให้เขา”

ซึ่งทุกขั้นตอนมีรายละเอียดที่ค่อนข้างเยอะ ส่วนค่าใช้จ่ายในเพจได๋บอกว่าจ่ายเองทั้งหมด “วงแรกก็จะเป็น จ๊ะ กับ ได๋ ค่ะ เพราะเราไม่ได้เปิดรับบริจาคเพราะเราเห็นมาตลอดว่าในการช่วยเหลือแบบนี้ถ้ามีเงินเข้ามาเยอะๆมันจะมีดราม่าเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเราคิดว่าเราตัดดราม่าออกไปเลยแล้วกันอะไรที่เราสามารถช่วยได้เราออกเองได้เราก็ออกไปกันเองก่อน”

หลังจากที่คนเริ่มรู้จักเพจนี้ขึ้นก็มีเพื่อนๆยื่นมือมาช่วย เล็กๆน้อยๆมาช่วยซัพพอร์ตในเรื่องของค่ารถ ค่าน้ำมัน บ้าง

ตั้งแต่ทำมาได๋เผยว่าเยอะสุดคือ 300 เคสจากแคมป์คนงานก่อสร้าง ซึ่งก็โชคดีที่มีหลายหน่วยงานติดต่อเข้ามาว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็แจ้งเขามาได้เลย

“เราโชคดีมากที่การทำงานนี้เราได้รับความช่วยเหลือจากทุกคนทุกฝ่าย”

งานอาสาช่วยเหลือแบบนี้ต้องทำด้วยใจจริงๆจนทำให้ได๋เองถึงกับนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงและกังวล

“ยิ่งช่วงแรกๆเพราะว่าเราเป็นคนประสานเองติดต่อเอง คนนี้ เขตนี้ต้องการความช่วยเหลืออยู่ ซึ่งเราก็ต้องประสานให้เขาว่าถ้าติดต่อจบในเขตที่เราประสานคือก็จบ แต่บางเคสไม่จบเราก็ต้องหาที่ให้เขา ซึ่งแต่ละเคสคือมีรายละเอียดเยอะมาก แล้วพอเราเอาใจของเราไปผูกกับทุกคนคือเราไม่สามารถที่จะทิ้งใครได้เลย”

ได๋เผยว่าช่วงแรกที่ทำเธอร้องไห้ทุกวัน “เพราะว่าเมื่อเราทำสำเร็จทุกคนเขาก็จะโทรมาขอบคุณเราสำหรับการช่วยเหลือเขาที่เราร้องไห้เพราะว่าเรารู้สึกว่า คำนั้น คือ รางวัลของเรา เพราะเราคิดว่าเราเกิดมาชาตินี้เราไม่เสียชาติเกิดแล้วเพราะว่าเราได้ช่วยชีวิตคน และอีกอย่างที่เราร้องไห้เพราะว่าทำไมโชคชะตาของแต่ละคนทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย อย่างบางคนตกงานไม่พอเขายังต้องมาติดโควิดอีก”

และทุกครั้งที่สถานกาณ์เบาลง สมาชิกในทีมคุยกันทุกครั้งว่าจะปิดเพจแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้ปิดเพจเพราะยังมีคน INBOX เข้ามาเรื่อยๆ นั้นก็ทำให้ก็ยังหยุดไม่ได้ 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon