กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง สำหรับกรณีของ น้องบอส-โชคชัย ทองเนื้อขาว นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ที่เฟซบุ๊ก Pook Sukonta Berthebaud ได้บอกเล่าเรื่องราวไว้ว่า น้องบอสโดนรุ่นพี่รับน้องด้วยการให้ดำลงไปในบ่อน้ำ บ้างว่าเป็นบ่อบำบัดน้ำเสีย บ้างว่าเป็นบ่อบำบัดสารเคมี แล้วสุดท้ายน้องบอสก็เกิดจมน้ำและมีอาการปอดติดเชื้อ นอนไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียู
โดยภายหลัง นายจงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า กิจกรรมรับน้องที่เกิดขึ้นอยู่ในความดูแลของอาจารย์ และบ่อดังกล่าวไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสีย หรือบ่อบำบัดสารเคมี แต่เป็นบ่อน้ำปกติที่รองรับน้ำฝน โดยทางมหาวิทยาลัยจะไม่ปัดความรับผิดชอบเด็ดขาดตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : ม.เกษตร แจงแล้ว!! รับน้องโหด ไม่ใช่ดำน้ำ ‘บ่อบำบัดน้ำเสีย’ แค่บ่อรับน้ำฝน พร้อมรับผิดชอบ)
อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นกับน้องบอสก็ทำเอาชาวเน็ตหลายคนอดนึกถึงเหตุการณ์ใกล้เคียงกันที่เคยเกิดขึ้นกับอดีตนักร้องดัง บิ๊ก ดีทูบี-ปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ ไม่ได้ ซึ่ง “มติชนออนไลน์” ก็ขอพาย้อนไปยังเหตุการณ์ในตอนนั้นอีกครั้ง
เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2546 หลังฝึกซ้อมร้องเพลงที่บริษัทอาร์เอส ย่านลาดพร้าว เสร็จ บิ๊กก็ได้ขับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่น 318 สีดำ หมายเลขทะเบียน วพ 4973 กรุงเทพมหานคร ของตัวเองกลับบ้านที่สมุทรปราการ โดยมีเพื่อนโดยสารไปด้วยอีกคน ทว่าเมื่อถึงหน้าสวนอาหารเครื่องเทศ 1 หมู่ 5 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ รถเกิดเสียหลักพุ่งชนป้ายโฆษณาหน้าสวนอาหาร ก่อนหมุนเคว้งพลิกคว่ำตกลงไปในคูน้ำกว้างประมาณ 3 เมตร ลึก 2 เมตร
หลังเกิดเหตุเพื่อนบิ๊กเกิดอาการสำลักน้ำเล็กน้อย แต่นักร้องดังกลับอยู่ในสภาพไม่ได้สติ เพราะสำลักน้ำจนต้องผายปอดปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งตัวไปที่ห้องไอซียูโรงพยาบาลวชิรปราการ เมื่อฟื้นคืนสติก็ถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลวิชัยยุทธ จากนั้นในวันที่ 1 ส.ค. แฟนๆ ก็ใจชื้นกับการปรากฏตัวของบิ๊กพร้อมรอยยิ้มหวานๆ และมือที่ชู 2 นิ้ว แถมเขายังยืนยันว่าอาการดีขึ้น แล้วเดี๋ยวแฟนๆ จะได้กลับมาเจอกันเหมือนเดิม

ทว่าวันที่ 4 ส.ค. แพทย์กลับตรวจพบว่ามีฝี 5 จุดในสมองของบิ๊กจึงต้องรีบผ่าตัดดูดออก ซึ่งหลังผ่าตัดเขาก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย แต่คณะแพทย์ก็ยังคงต้องทำการผ่าตัดอีกหลายครั้ง เพื่อต่อสู้กับฝีที่ผุดขึ้นเรื่อยๆ โดยเมื่อนำไปเพาะเชื้อพบว่าเป็น เชื้อราในวงศ์ Scedosporium ชื่อ Pseudallescheria boydii (สูดาเรส ชีเรีย บอยดิไอ) ที่มากับน้ำในคู ซึ่งเชื้อรานี้ได้เข้าทางกระแสเลือดผ่านปอด ค่อยๆ เข้าไปกัดกินเส้นเลือดในสมอง ไม่ได้เข้าไปในสมองโดยตรง ทำให้สมองซีกขวาถูกทำลายเกือบหมด และซีกซ้ายค่อยๆ ถูกทำลายไปทีละนิด นั่นทำให้แพทย์ถึงกับออกมาบอกว่าบิ๊กมีความหวังที่จะรอดชีวิตเพียง 0.01%
ถึงอย่างนั้นหลังอาการทรงๆ ทรุดๆ เป็นเวลาร่วมปี บิ๊กก็เข้ารับการบำบัดทางสมองจนอาการดีขึ้นสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ แล้วในปี 2548 คณะแพทย์โรงพยาบาลศิริราชก็สรุปว่าบิ๊กเป็น “เจ้าชายนิทรา” เนื่องจากก้านสมองและสมองส่วนสำคัญถูกทำลาย ที่กะพริบตา อ้าปากได้ เพราะระบบประสาทพื้นฐานยังทำงานอยู่ ระหว่างอยู่ที่บ้านบิ๊กอาการทรงๆ ทรุดๆ เป็นระยะโดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา กระทั่งวันที่ 3 ธ.ค. 2550 บิ๊กเกิดปอดติดเชื้อรุนแรง หายใจไม่ออกจึงต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช แล้ววันที่ 9 ธ.ค. “บิ๊ก ดีทูบี” ก็เหลือเพียงชื่อที่เป็นตำนานให้คนได้ “คิดถึง”
อย่างไรก็ตาม แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบิ๊กจะใกล้เคียงกับของน้องบอส แต่ทุกคนก็คาดหวังและเป็นกำลังใจให้ “น้องบอส” ตื่นขึ้นได้ในเร็ววัน เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่ลงเอยเหมือนบิ๊ก ดีทูบี

