นับเป็นหนังที่แฟนคลับรอคอยไม่น้อยทีเดียว สำหรับ Shin Godzilla ที่สตูดิโอโตโฮ ต้นฉบับผู้ให้กำเนิดก็อดซิลล่าตัวแรกเมื่อปี 1954 กลับมาปลุกราชาไคจูให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งหลังห่างหายไปนานถึง 12 ปี
ถามว่า “สมการรอคอยหรือไม่?”
คำตอบที่ได้คงแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว ทำนองว่าถ้าไม่ “ชอบ” ก็อาจ “เบื่อ” ไปเลย โดยเฉพาะผู้ที่หวังจะเห็นการต่อสู้ฟาดฟัน มีฉากแอ๊กชั่นตลอดทั้งเรื่องคาดว่าน่าจะ “ผิดหวัง” มากทีเดียว
เพราะก็อดซิลล่าภาคนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างเหล่ามอนสเตอร์เหมือนกับหลายๆ ภาคที่ผ่าน แต่ 2 ผู้กำกับ ฮิเดอากิ อันโนะ และ ชินจิ ฮิงูจิ กลับว่าถึงประเทศญี่ปุ่นที่จู่ๆ เกิดภัยพิบัติ หลังจากถูกบุกโดยตัวอะไรก็ไม่รู้ นั่นทำให้คณะรัฐบาลต้องมาร่วมกันแก้ปัญหาท่ามกลางสถานการณ์คับขัน

ความสนุกจึงอยู่ที่การลุ้นว่าพวกเขาจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไร ในเมื่อระบบที่เป็นอยู่ไม่ว่าจะการนับถืออาวุโส ไม่เชื่อในฝีมือคนรุ่นใหม่ การตัดสินใจอะไรต้องนำเข้าที่ประชุมก่อนนั้นไม่เอื้อให้การทำงานเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว
แต่ถึงอย่างนั้นผู้นำของเขากลับนึกถึงสวัสดิภาพของประชาชนก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าประชาชนคนนั้นจะเป็นเด็ก หนุ่มสาว หรือแก่แค่ไหนก็ตาม ที่สำคัญยังมีความอ่อนโอนผ่อนปรน แม้จะไม่เคยลืมสิ่งที่อเมริกาทำแต่ก็ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ เมื่ออีกฝ่ายยื่นมือมาช่วยในยามยากลำบากก็พร้อมจะรับไว้ เพราะ “สวัสดิภาพความปลอดภัย” ของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
อย่างไรก็ตามต่อให้ภาคนี้จะดูเหมือนเป็นหนังที่เน้น “การเมือง” ต่อสู้ห้ำหั่นกันด้วยความคิด คำพูดคมๆ มากกว่าเน้นเจ้าสัตว์ประหลาดตัวร้าย แต่ทุกครั้งที่ชิน ก็อดซิลล่าปรากฏตัวก็เรียกความตื่นเต้นได้เสมอ

ด้วยก็อดซิลล่าตัวนี้มีขนาดลำตัวสูง 118.5 เมตร สูงสุดเท่าที่เคยมีมา, น้ำหนักมากสุดถึง 92,000 ตัน, ผิวหนังขรุขระเหมือนหินแข็งเพราะเป็นแผลที่เกิดจากระเบิดนิวเคลียร์นั้นมีรอยแตกแดงไม่ต่างจากลาวา แถมมีเลือดและความเศร้าไหลเวียนอยู่บนตัว, มือแคระแกร็น บิดเบี้ยว แสดงถึงความเจ็บปวดและสยดสยอง นอกจากนี้ส่วนหัวยังคล้ายกลุ่มแก๊สร้อนที่พุ่งสู่ท้องฟ้าของระเบิดนิวเคลียร์
สัตว์ที่เป็นผลจากการกระทำของมนุษย์ตัวนี้จึงดูแข็งแกร่งและน่าหวั่นเกรงจนไม่รู้จะสรรหาวิธีใดมาปราบ แต่ขณะเดียวกันก็น่าสงสารในชะตากรรมที่ไม่ได้เลือก
และนั่นเป็นสิ่งย้ำเตือนว่า “มนุษย์” ไม่อาจควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ได้ก็จริง แต่ทุกการกระทำของเราล้วนส่งผลบางอย่าง ซึ่งบางครั้งอาจจะหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะกลับไปแก้ไขความผิดพลาดนั้นได้


