กบ ปภัสรา เล่าเส้นทางรักคบ 2 เดือนแต่ง รับรู้สึกไม่ดีถูกมองตกถังข้าวสาร

13.08.21 | 10:43 น.

กบ ปภัสรา เล่าเส้นทางรักคบ 2 เดือนแต่ง รับรู้สึกไม่ดีถูกมองตกถังข้าวสาร

กบ ปภัสรา เตชะไพบูลย์ รับเชิญจากรายการ ‘คุยแซ่บSHOW’ มาสนทนาเรื่องชีวิต ความรัก รวมไปถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 โดยเจ้าของตำแหน่งมิส ไทยแลนด์ เวิลด์ ปี 2531 ซึ่งแต่งงานกับ เอ๋ พรเทพ เตชะไพบูลย์ หลังจากคบหาเพียง 2 เดือน จนถูกเรียกหาว่าเป็น ‘ซินเดอเรลล่าเมืองไทย’ เผยว่า

ในสถานการณ์โควิด 19 ระบาด เธอก็ได้รับผลกระทบทั้งในส่วนงานผู้จัดละครที่ต้องหยุดยาว ขณะที่ร้านอาหาร ‘บ้านสวนองุ่น’ ก็ปรับเป็นให้สั่งแบบเดลิเวอร์รี่ ขณะที่ตัวเธอนั้นก็เข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดด้วยการจัดทำโรงพยาบาลสนามที่จ.สุพรรณบุรี บ้านเกิด รวมถึงก่อนหน้านี้ก็ได้จัดหารถพาผู้สูงอายุจากจ.สุพรรณบุรีมาฉีดวัคซีนในกรุงเทพ

ขณะที่ในเรื่องของตัวเอง กบ ปภัสรา บอกว่าเธอแต่งงานกับเอ๋ พรเทพ มานานถึง 22 ปีแล้ว พร้อมกันนั้นก็ย้อนอดีตเล่าให้ฟังว่า

“ตอนนั้นเจอกันเพราะคุณอายิ่งพันธ์ มนะสิการ กบเรียกท่านว่าคุณพ่อ เป็นคุณพ่อบุญธรรม เป็นคนแนะนำให้รู้จัก บอกว่าตอนนี้เป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงวิทย์อยู่ ก็ไม่รู้จัก แต่ตอบไปว่าค่ะ คือเราคิดว่าเขาไม่น่าจะสนใจ หรือมองคนที่ทำอาชีพดารา นักแสดงแบบเราหรอก คุณอาบอกให้มาเจอ เราก็บอกว่าก็ได้ๆ ตอนนั้นเราทำร้านอาหารอยู่ ถ้าจะเจอก็มาเจอกันที่ร้านอาหารแล้วกัน มาวันแรกเราก็ยุ่งมาก เพราะกำลังจะทำละครเรื่องมัสยา ลยได้คุยบ้าง ไม่ได้คุยบ้าง เพราะเราต้องติดต่อสถานที่ นั่นโน่นนี่ ซึ่งคุณอาก็แอบมาบอกว่าเราไม่น่ารัก เพราะผู้ใหญ่มา เราก็เดี๋ยวก็ลุกทำโน่นนี่ วันนั้นก็จบสภาพแบบนั้น” กบ ปภัสรา เล่า

Advertisement

อย่างไรก็ดี ต่อมาตนก็ได้บอกไปว่าอยากเจอก็ให้มา ซึ่งเขาก็มาทุกวันหลังเลิกงาน
“เจอทุกวัน ได้คุยทุกวัน แล้วอายุเรา 30 แล้ว ก็บอกเขาไปเลยว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านแม่เรือนนะ ทำกับข้าวไม่เป็น เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้สนใจว่าผู้หญิงต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน”

เรื่องครอบครัวที่เคยมีมาก่อน แล้วเลิกรา เขาก็เล่าให้ฟัง-กบ ปภัสราให้รายละเอียด เรื่องอายุที่ห่าง โดยฝ่ายชายอายุมากกว่า 16 ปี “ เราก็บอกว่าไม่เป็นอะไร ถ้าคิดจะเริ่มต้นด้วยกันอะไรที่ผ่านมาก็จบไป เราก็จะเริ่มต้นแล้วเดินไปข้างหน้า”

ส่วนการตัดสินใจแต่งงานหลังเวลาผ่านไปเพียงแค่ 2 เดือน “คนก็บอกกันว่าเร็วมาก” ปภัสรายอมรับ

“คือเราก็บอกเขาไปว่าถ้าชอบก็ให้แม่มาขอ เขาก็บอกว่าไปอยู่ด้วยกันเฉยๆ ไม่ได้เหรอ เราบอกไม่ได้ เพราะเราก็มีพ่อมีแม่ คุยกันว่าต่างคนต่างไปคุยกับพ่อแม่ตัวเองว่าจะไม่จัดงานแต่งได้ไหม เพราะทางโน้นเขาเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว และมีลูกแล้ว เราก็คิดว่าให้ผู้ใหญ่มาคุยกัน มารับรู้ แล้วค่อยแถลงข่าวทีหลัง” ผลคือแม่ของเอ๋ พรเทพ ไม่เห็นด้วย

“คุณแม่บอกว่าต้องจัดจะงานเล็กงานใหญ่ก็ต้องจัด เพราะลูกเขามีพ่อมีแม่ คุณแม่เขาน่ารักมาก แต่ทางแม่ของกบบอกว่าอย่างไรก็ได้ ก็แล้วแต่กบ เพราะแม่เป็นคนต่างจังหวัด ยังไม่รู้เลยว่า พรเทพ เตชะไพบูลย์ เป็นใคร รับฟังจากลูกอย่างเดียว”

เล่าด้วยว่าตอนแรกคิดจะจัดเป็นงานเล็กๆ มีแขกฝ่ายละเพียง 15 คน ครั้นจะไปขอฤกษ์ก็น่าจะยุ่งยาก เพราะไม่อยากให้มีข่าวออกไป เอ๋ พรเทพเลยขอให้ฤกษ์สะดวกคือวันที่ 18 เดือน 9 ซึ่งเป็นวันที่เธอมีงานบวงละครพอดี จึงตัดสินใจไปบวงสรวงตอนเช้า แล้วกลับมาก็แต่งที่คนเม้าท์ว่าเป็นหนูตกถังข้าวสาร เป็นซินเดอเรลล่าเมืองไทย กบ ปภัสราบอกว่าเธอก็รู้

“น่าจะเป็นเพราะเราเป็นนักแสดง แล้วไปแต่งงานกับตระกูลดัง”

“เจอคำว่าตกถังข้าวสาร ก็จะนิดหนึ่ง เพราะเราคิดว่าเราก็มีของเรา วันนั้นยังไม่มีการจดทะเบียนสมรส เรามีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว มีรถขับ มีเงินในบัญชีที่จะดูแลตัวเองได้ แต่พอผ่านไปได้สักพักก็มีการจดทะเบียนสมรสทีหลัง” ปภัสรา ซึ่งปัจจุบันอายุ 51 ปี บอก

เล่าด้วยว่าชีวิตหลังแต่งงานในส่วนของเธอเองไม่มีอะไรเปลี่ย “เราสองคนไม่เคยมีอะไรเหมือนกันเลย อย่างเรื่องการกิน พี่เอ๋ไม่ทานปลาร้า แต่กบทาน กบไม่ทานเนื้อ แต่พี่เอ๋ทาน ตอนแรกๆ เขาแคร์เรา เราก็แคร์เขา เราก็ถามว่าปลาร้าเอาเข้าบ้านได้ไหม เขาบอกได้ แต่ต้องอยู่ในครัว ห้ามเอาขึ้นโต๊ะ เราเลยถามเขาว่าแล้วเนื้อล่ะ เขาก็บอกงั้นก็ไม่ต้องเอาเนื้อขึ้นโต๊ะเหมือนกัน จะได้แฟร์ๆ แต่พออยู่ๆ กันไปสักพัก เราก็ให้เขาเอาเนื้อขึ้นโต๊ะได้ ตอนหลังปลาร้าก็เอาขึ้นโต๊ะได้ หลังๆ พี่เอ๋เริ่มทานปลาร้าได้บ้างแล้ว คือมันอยู่ที่ความเข้าใจ พอเข้าใจกันแล้ว อายุที่ห่างกัน 16 ปี ก็ไม่ได้บ่งบอกว่า เราจะต้องมีสิ่งที่ไม่ตรงกัน ไม่เข้าใจกัน พี่เอ๋เขาก็มองกบเหมือนมองเด็ก”

สำหรับ ‘น้องเหนือ’ ลูกสาววัย 21 ปี กบบอกว่า กำลักเรียนที่อยู่ที่คณะนิเทศศาสตร อินเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในส่วนของวงการบันเทิง กบ ปภัสรา บอกเลยว่าลูกไม่ชอบ

“เอาเขามาเล่นเป็นเด็กวิ่งในกองถ่าย เขาก็ไม่ชอบ อย่างเรื่องกาเหว่า ขอให้มาเล่นสักฉากหนึ่ง คือเล่นง่ายๆ เข้าฉากแล้วตาย เขาก็เยอะ มีถามว่าบทเป็นอย่างไร ต้องร้องไห้ไหม ร้องไห้ไม่เอานะ คือเขาก็จะฟีลของเขา กว่าจะต่อรองให้เล่นได้เป็นอาทิตย์กว่าจะยอม เขาบอกว่าเขาไม่ชอบ”

เมื่อพิธีกรถามว่าลูกเหมือนพ่อหรือแม่ กบ ปภัสราบอก เหมือนทั้ง 2 คน
“คือกีฬา เรื่องเรียนเก่งเหมือนคุณเอ๋ แต่ถ้าเรื่องความสวยต้องได้แม่ ถามว่ามีหนุ่มๆ จีบเยอะไหม คือเขาก็จะใช้คำว่าเพื่อน บอกว่าก็มี แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนกันทั้งนั้นแหละ”

อย่างไรก็ดีเธอบอกว่าไม่ได้ตั้งสเป็กเกี่ยวกับแฟนของลูกไว้ บอกไปแค่ว่าขอให้เป็นคนดี ทำมาหากิน ดูแลเลี้ยงลูกได้ ไม่มาเอาของลูก

“แล้วสรุปว่าเอาอย่างนี้ เอาให้เหมือนป๊านี่แหละ เพราะป๊าเขาก็หวงเหมือนกัน”
อีกทั้งยังเล่าด้วยว่า “พอบอกว่าเหมือนป๊า ทุกคนก็บอกว่าเยอะ”

“แต่สรุปแล้วมันก็เป็นเรื่องของเด็กๆ เพราะสุดท้ายแล้วการที่เขาจะหาใครสักคนมาอยู่ในชีวิตของเขา เขาเป็นคนเลือกดีที่สุด ถ้าเราเลือกให้คงไม่ดีเท่าเขาเลือก เดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องชอบ ไม่ชอบ แต่ก็มีเวลาอีกเยอะ เพราะตอนนี้เขาเพิ่งจะอายุแค่ 21 เอง”

ติดตามชมคำสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ในคลิปนี้