นี่ถ้าเจ้าตัวไม่บอกกับ ดู๋ – สัญญา คุณากร ตรงๆผ่านรายการ ‘เจาะใจ’ ที่จะแพร่ภาพวันพฤหัส 22 กันยายน 21.25 น. ทางโมเเดิร์นไนน์ทีวี เราๆก็คงไม่รู้ว่า เบื้องหลังของนักร้องดัง หนุ่ม วงกะลา – ยุทธพงษ์ แสงสุวรรณ คือชีวิตที่ลำบากยากเข็น ชนิดที่ตอนเรียนหนังสือก็มีช่วงที่มีชุดนักเรียนใส่เพียงชุดเดียว ครั้นพอโด่งดังก็ดันไปติดเหล้า เป็นโรคซึมเศร้า จนเกือบจะฆ่าตัวตายมาแล้ว !!
หนุ่มซึ่งเพิ่งเสร็จจากคอนเสิร์ต pack4 และเตรียมจะออกซิงเกิลใหม่ปลายเดือนนี้ ย้อนอดีตให้ฟังว่า เติบโตมาในครอบครัว ที่ถ้าจะเรียกตามศัพท์คนแถวบ้านย่านสมุทรปราการ ณ ขณะนั้นคือ ‘โคตรยากจน’ โดยพ่อนั้นไปทำงานที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย แม่ทำงานโรงงาน เขาเป็นลูกคนกลาง มีพี่ 1 คน และน้อง 1 คน
บ้านที่อยู่ไม่มีห้องน้ำ เวลาจะปลดทุกข์ก็ต้องไปขอเข้าที่บ้านของน้า ไม่ก็ในสวน ส่วนของน้ำและไฟฟ้าก็มีใช้บ้าง ถูกตัดไปตอนไม่มีเงินจ่ายบ้างเป็นเรื่องปกติ สมัยเรียนมัธยม 4 ตั้งแต่เทอม 2 จนจบมัธยม 6 ก็มีเสื้อนักเรียนแค่ชุดเดียว ทุกเย็นหลังเลิกเรียนก็ต้องกลับมาซัก
อย่างไรก็ตามเมื่อพิธีกรถามว่าตอนนั้นรู้สึกเป็นทุกข์ไหม เขากลับว่า “มันชิน เลยไม่รู้สึกลำบากมาก และด้วยความที่เรายังเด็กอยู่ ช่วงที่บ้านพีคที่สุด แย่ที่สุด คือ ช่วงม.4 เทอม 2 ผมเริ่มเอาเทปคาสเซ็ทที่เก็บสะสมอกมาขาย เลิกเรียนสามโมงครึ่งก็กลับบ้านไปเอาเทปมาขายที่กลางตลาดพระประแดง ขายจนถึงสองทุ่มหรือสองทุ่มครึ่ง ตลาดปิดก็ลากของทุกอย่างไปขายที่ท่าข้ามเรือพระประแดง ถึงประมาณสี่ทุ่ม คนจะไม่มี ก็จะเอาของขึ้นรถเมล์ไปขายที่สนามหลวงถึงตี 5 ครึ่ง ทำแบบนี้ทุกวัน”
“ผมหวังแค่ให้ขายได้วันละ 20 บาท ก็พอ เพื่อซื้อหมู เอามาเป็นกับข้าวของที่บ้าน” หนุ่มบอก
เล่าด้วยว่าความที่ชอบร้องเพลงมาก จึงใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กว่าจะเป็นนักร้อง พยายามอยู่หลายทาง จนในที่สุดก็เข้ามาถึงเวทีฮอต เวฟ มิวสิค อวอร์ดส ตอนเรียนมัธยม 5 แต่ทำได้แค่รอบ 30 วงสุดท้าย ปีต่อไปจึงฮึดเข้ามาใหม่แล้วก็ติด 1 ใน 10 วงสุดท้าย
แล้วก็ได้ออกเทป
“ตอนนั้นผมจบ ม.6 ละ แต่ไม่ได้เรียนต่อ”
เหตุผลนั้น ก็เพราะสถานะการเงินของครอบครัวย่ำแย่ถึงขั้นไม่มีจะกิน ดังนัันแม้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในโควต้าผู้มีความสามารถทางดนตรีได้ แต่เขาก็เลือกจะบอกที่บ้านว่าสอบไม่ติด
“วันที่ผมออกเทป วันที่เซ็นสัญญา ตอนนั้นแม่ไม่สบาย ป่วยตลอดทั้งปี ป่วยแบบนอนจนลุกไม่ได้ ก็ไปขอร้องแม่ พรุ่งนี้แม่ช่วยฝืนไปให้ลูกหน่อยนะ เพราะว่าผมยังอายุไม่ถึง 18 พอไปถึงแกรมมี่ เห็นว่าเซ็นสัญญาจริงๆ แม่นั่งน้ำคลอเลยครับ”

หลังออกเทปแล้วผลงานได้รับการยอมรับ หนุ่มก็ว่าสถานการณ์เริ่มดีขึ้น มีเงินไปใช้หนี้ให้ทางบ้าน แต่ก็ยังนั่งรถเมล์ไปขายของเหมือนเดิม
“ผมนั่งรถเมล์ไปจนถึงออกอัลบั้มสาม สี่มั๊งครับ คือชุดที่สองนี่มาก ทั้งยอดขาย ทั้งอะไรคือดีหมด แต่ผมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหรือฟุ้งเฟ้อไปกับมัน บ้านก็ยังอยู่ในชุมชนเหมือนเดิม รถก็ไม่ซื้อ ไปเที่ยวเตร่เฮฮาก็ไม่ได้ เพราะไม่มีเงิน เก็บเงินไว้ให้ครอบครัวผม”
“แต่ชุดที่ 3 ก้าวกระโดดกว่าเป็นเท่าตัวเลยครับ ดังมากจนไปเล่นหนัง มีโฆษณา มีคอนเสิร์ต300 โชว์ใน 1 ปี เคยดังถึงขนาด เจ้าภาพพูดให้ฟังว่า งานกาชาดบางงานที่ผมไป เก็บบัตร 20 หรือ 40 บาทนี่แหละ แต่เก็บคืนนั้นได้เป็นล้าน”
ช่วงหลายปีที่งานรุ่งๆนั้น ชีวิตจึงวนเวียนอยู่บนเวทีคอนเสิร์ตกับในรถตู้
“ต้องนอนในรถตู้ จะได้กลับบ้านก็ต่อเมื่อเอาเสื้อผ้าเก่ามาส่งให้แม่ เอาเสื้อผ้าใหม่ แล้วก็ขึ้นรถตู้ไป”
แล้วมาถึงจุดลงตอนไหน?
กับคำถามนี้ของพิธีกร หนุ่มบอกตรงๆว่า เป็นช่วงที่ร่วมงานกับเพื่อนวงกะลาได้ 10 ปี
“พวกเราทั้ง 4 คนโตขึ้น เริ่มมีความชอบที่แตกต่างกัน เริ่มไม่คุยกันเหมือนเพื่อน มีบางมุมไม่อยากซ้อมดนตรีกัน ไม่อยากเล่นอะไร มันเลยส่งผลออกไปในงานของเรา ผมเชื่อว่าคนดูในตอนชุดที่ 6 ก็คงรู้สึกได้”
“มันไม่ใช่แค่เพื่อนเปลี่ยนไปนะครับ ผมเองก็เปลี่ยน ซ้อมดนตรีก็ใม่มีความสุข ร้องเพลงก็ไม่ค่อยมีความสุข เลยคุยกับเพื่อนว่า ผมขอหยุด จบทัวร์ชุดที่ 6 เมื่อไหร่กูขอลาออกนะ”
เป็นการออกมาด้วยดี ไม่มีทะเลาะ แต่กระนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรต่อดี
ตอนนั้นหรือที่ ‘เหล้า’ เริ่มมา หรือจริงๆแล้วเป็นก่อนหน้านั้น ดู๋ถามอีก
ซึ่งหนุ่มก็ว่า “ก่อนหน้านั้นครับ”
เอาเข้าจริงเขาบอกได้ไม่ชัด แต่คาดว่าน่าจะอยู่ราวชุดที่ 4 หรือ 5 ที่วันหนึ่งไปโชว์ในผับ ดึกมากละ แต่ก็ยังไม่ถึงคิวที่เขาจะขึ้น
“โผล่ไปดูคนดู คนดูเมามาก มีอยู่ติ่งหนึ่งคิดขึ้นมาว่า คนเมาขนาดนี้ ถ้ากูไปเล่นโดยไม่เมา เขาจะสนุกกว่ากูป่าววะ”
คิดแล้วก็เลยดื่ม
“โดยปกติต้องบอกว่าผมเป็นคนกินนะครับ แต่ไม่เยอะ ปาร์ตี้บ้าง แต่คืนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่กินเหล้าอย่างจริงจัง
แถมกินหนัก กินดุขนาดว่ากินจนน็อกไป 3 ชั่วโมงแล้วก็ลุกมากินอีกรอบเป็นอย่างนี้อยู่เกือบ 2 ปี จนคนรอบข้างพูดกับเขาและครอบครัวเสมอๆ ว่า “หนุ่มมันต้องตายเพราะเหล้าเท่านั้น ยังไงมันก็ตาย”
และเขาก็เกือบจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ส่วนสาเหตุนั้นรอชมแบบเต็มๆ ได้ในรายการ ‘เจาะใจ’ พฤหัส 22 กันยายน 21.25 น. ทางโมเเดิร์นไนน์ทีวี

