ตั้งแต่จบซีรีส์ เลือดมังกร ตอน กระทิง เมื่อปีที่แล้ว เชอร์รี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ ก็ห่างหายไปจากหน้าจอทีวี พอวันนี้ (21 กันยายน) ได้เจอสาวเจ้าในงานเปิดตัว ‘โครงการดอยตุง แอนด์ เฟรนด์ส‘ เธอก็ได้แจงว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับงานบันเทิงและไม่มีแผนจะรับด้วย เพราะนอกจากยุ่งเรื่องที่ทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกอยากจะเริ่มเล่นละคร ทั้งที่ก็มีติดต่อเข้ามาพอสมควร แต่ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดาย เนื่องจากเวลาทำอะไรจะคิดทบทวนมาดีแล้วว่า ณ ตอนนั้นชีวิตต้องการทำอะไร ดูตามโอกาสและตามความสุขในช่วงเวลานั้นมากกว่า
“คือเชอร์รี่ว่า เป็นคำถามที่หลายคนถามว่าเชอร์รี่รวยมากหรือถึงไม่ทำงาน แต่จะบอกนะคะว่า ความรวยของคนเรามันอยู่ที่ความพอ เพราะว่าถ้าเราพอปุ๊บ รวยทันทีเลยค่ะ แล้วคือถ้าเกิดว่าถ้าวางแผนชีวิตในการใช้ชีวิตของเราให้มันเข้ากับสตางค์ที่เรามี แล้วเราบอกไม่ได้หรอกว่าเราจะอยู่ไปถึงอายุเท่าไร เราคิดว่าถ้าเราจะต้องทำงานเก็บเงินเพราะเราจะอยู่ถึงอายุ 90 แล้วมีเงินให้พอถึงจุดนั้นบอกเลยว่าพอ ถึงจุดนึงเราก็จะไม่พออยู่ดี สิ่งที่ทำให้รวยได้ก็คือที่ใจของเราเองค่ะ” เชอร์รี่ว่า
และยังบอก “ระดับหนึ่งความพอเพียงคนจะคิดว่าเราร้องไปปลูกข้าวเพื่อที่จะไปเป็นชาวนาและเลี้ยงดูตัวเองพอเพียง เลี้ยงปลา ปลูกผัก คือมันไม่ต้องมีพอเพียงแค่รูปแบบนั้น คนเรามันมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นพอเพียงของเชอร์รี่ก็ไม่เหมือนกับที่อยู่เชียงรายที่เขาจะพอเพียง เราว่ามันเป็นการวางแผนชีวิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยบอกไว้ว่าการที่เราใช้ชีวิตพอเพียงไม่ได้หมายความว่าเราจะใช้แบรนด์เนมไม่ได้นะ แต่ว่าเราให้คุณค่าแล้วเราใช้มันให้มันคุ้มค่ากับมัน เพราะว่าบางคนอย่างเชอร์รี่ใช้ของชิ้นหนึ่ง เราซื้อเพราะว่าของมันทำมาดี ใช้งานได้นาน มันขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนมากกว่า”
ส่วนวันเกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมาซึ่งมีอายุครบ 36 ปีนั้น เชอร์รี่ว่า ได้ไปวัดทำบุญเลี้ยงพระ หลังจากหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้ไปทำบุญจริงจัง โดยในงานจัดแบบเรียบง่าย มีแค่พ่อ พี่ เพื่อน รวมถึงแฟนด้วย ซึ่งที่หลายคนมองว่าเป็นภาพคู่ครั้งแรก จริงๆ ไม่ใช่ภาพคู่ แต่เป็นภาพหมู่ และจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ปิดบัง แค่เป็นคนที่ขี้เขิน ถ้าถ่ายรูปคู่กันอาจจะไม่ชิน แต่ถ้าจำเป็นต้องถ่ายก็ได้ เช่นเดียวกับการพูดเรื่องความรักก็รู้สึกเขินเช่นกัน สำหรับของขวัญวันเกิดจากแฟนนั้นไม่มี เพราะทั้งตนและเขามองว่าวันเกิดไม่จำเป็นต้องมีของขวัญให้กันทุกปี แต่สิ่งที่มีให้กันตลอดคือการ์ด และพยายามดีต่อกันในทุกวันมากกว่า
นอกจากนี้ เชอร์รี่ยังพูดถึงเรื่องแต่งงานว่า “ยังค่ะ คืออาจจะไม่ได้อยู่ในแพลนของชีวิตในตอนนี้ เชอร์รี่ไม่ได้เป็นคนวางแผนอะไรยาวมาก อาจจะเป็นใกล้ๆ อยู่แถวๆ นี้ ช่วงนี้เรามีอะไรหลายอย่างต้องทำก็ทำไปก่อน ความเป็นจริงสำหรับตัวเราเองไม่ได้ให้ความสำคัญกับงานแต่งงานสักเท่าไร แต่ว่าอาจต้องมีเพราะว่าเรา พ่อ หรือครอบครัวที่เราต้องให้เกียรติ ถ้าวันหนึ่งที่เราอยากจะไปอยู่ด้วยกัน แต่ว่าวันนี้เชอร์รี่ยังอยากอยู่กับพ่อ อยากเกาะพ่ออยู่ เลยไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้”
เชอร์รี่ยังบอกด้วยว่า ที่ลดงานไม่ใช่เพราะจะแต่งงาน แต่เป็นช่วงจังหวะชีวิตมากกว่า และไม่คิดจะตามให้ทันปูเป้-รามาวดี นาคฉัตรีย์ พี่สาว เพราะลูกของฝ่ายนั้นอายุ 13 แล้ว แต่ตนกลับไม่อยากมีลูก จึงไม่ได้กังวล

ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม ramavadeepae

