Silicon Valley-StartUp โลกจริง-โลกมืดของชาวสตาร์ตอัพ

Silicon Valley-StartUp โลกจริง-โลกมืดของชาวสตาร์ตอัพ

Silicon Valley-StartUp

โลกจริง-โลกมืดของชาวสตาร์ตอัพ

สถิติ 90 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทสตาร์ตอัพมักจะลงเอยที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เจาะเข้ามาดูเฉพาะในประเทศไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติรายงานว่า สตาร์ตอัพไทยไม่ไปถึงไหน เพราะขาดกำลังคน เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน เข้าไม่ถึงกลุ่มลูกค้า ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งหมดนี้ยิ่งซ้ำเติมไปยังคำตอบที่ว่าประเทศไทยไม่มีองค์กรประกอบหรือสภาพแวดล้อม Ecosystem สำหรับธุรกิจสตาร์ตอัพในแบบที่จะดึงดูดธุรกิจเทคโนโลยีให้หลั่งไหลเข้ามาที่บ้านเราเลย

ในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาทั่วโลกรู้จัก “Silicon Valley” ในแคลิฟอร์เนียว่าที่นี่คือแหล่งบุกเบิกเพาะบ่มนักนวัตกรรมและไอทีระดับโลก ภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่องที่เล่าเรื่องราวใน ซิลิคอน วัลเลย์ ต่างก็สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นแลนด์มาร์กของธุรกิจเทคโนโลยีและสตาร์ตอัพระดับโลก

หนึ่งในซีรีส์ที่พูดถึงชีวิตชาวสตาร์ตอัพในซิลิคอน วัลเลย์ ได้สนุกสนานน่าสนใจ คือ ซีรีส์ที่ชื่อตั้งมาตรงๆ เข้าเป้าเลยว่า “Silicon Valley” เป็นซีรีส์แนวตลกเสียดสีเล่าเรื่องของกลุ่มเพื่อนชาวแก๊งเนิร์ด 5 คน ที่พยายามปลุกปั้นบริษัทสตาร์ตอัพขึ้นมาในฐานะดาวรุ่งผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ในการบีบอัดข้อมูลมหาศาล Data Compression

ความสนุกอยู่ตรงที่ ริชาร์ด เฮนดริกซ์ พระเอกของเรื่องที่เป็นคนเขียนอัลกอริธึ่มคิดค้นเรื่องนี้มาได้ต้องเลือกระหว่างจะขายนวัตกรรมชิ้นนี้ให้กับบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ของโลก (ซีรีส์หยอกล้อให้บริษัทนี้มีทำนองเทียบเท่ากูเกิล) ที่ยอมจ่ายระดับมโหฬารเพื่อซื้อไปพัฒนาต่อ หรือเขาจะเลือกเชื่อแนวคิดของนักธุรกิจ VC ที่เสนอร่วมทุนและให้ริชาร์ดเป็นซีอีโอ โดยเขาต้องเริ่มจากศูนย์ในการนำเงินทุนที่ได้มาก่อร่างสร้างธุรกิจสตาร์ตอัพ
ของตัวเองขึ้นมา

เมื่อชั่งตวงวัดระหว่างการเลือกรับเงินมานอนกอดเป็นเศรษฐีและใช้ชีวิตต่อไป หรือจะลองทำธุรกิจสตาร์ตอัพโดยที่ไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจดูสักตั้ง “ริชาร์ด” เลือกอย่างหลัง นั่นคือจุดกำเนิดของเรื่องราวการก่อตั้งบริษัทที่ริชาร์ดและเพื่อนๆ ที่แสนจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาร่วมกันทำธุรกิจ ทั้งหมดมีเพียงความเก่งไอทีและแพสชั่น ซึ่งธุรกิจใหม่ของพวกเขาก็ผ่านทั้งช่วงพีคและหายนะตลอด 6 ซีซั่นจนถึงบทอวสาน

เรื่องราวในซีรีส์ “Silicon Valley” นั้นสนุก ตลก เสียดสี และพูดเรื่องจริงแบบจิกกัดในแวดวงธุรกิจเทคโนโลยี และสะท้อนให้เห็นว่าเส้นทางสตาร์ตอัพนั้นยากเย็นแสนเข็น แม้จะมีไอเดีย มีความสามารถ มีทุน แต่บางครั้งก็บรรลัยเอาได้โดยไม่คาดคิด พอๆ กับที่บางช่วงก็มีจังหวะประสบความสำเร็จเกินคาดด้วยเช่นกัน

ตลอดทั้ง 6 ซีซั่นของซีรีส์นี้จะพาไปดูการล้มลุกคลุกคลาน ล้มเหลว ลุกขึ้นใหม่ ปรับตัว เปลี่ยนแปลง คิดค้น สู้กลับ ก่อร่าง และตกผลึก สารพัดที่กลุ่มเพื่อนสตาร์ตอัพจะต้องเผชิญ ซึ่ง “ริชาร์ด” ได้ผ่านทั้งบทเรียนชีวิตธุรกิจ ได้เรียนรู้แง่มุมชีวิตนักบริหาร ซีอีโอ เห็นทั้งเล่ห์เหลี่ยมธุรกิจที่มาทั้งแบบตรงๆ หลอกแทงข้างหลัง หักหลังซึ่งหน้า เอาคืนกันเจ็บแสบ มิตรเป็นศัตรู ศัตรูเป็นมิตร การสร้างความเชื่อมั่นให้เหล่าผู้ร่วมลงทุน การรับมือกับความล้มเหลว การบริหารจัดการองค์กรธุรกิจ ซึ่งซีรีส์
เล่าเรื่องได้สนุกทุกตอน อารมณ์ขันตลกร้ายใส่มาเต็ม และทั้งหมดก็สะท้อนให้เห็นความอลเวงของโลกสตาร์ตอัพและธุรกิจเทคโนโลยีเลยทีเดียว ใครสนใจสามารถชมรูปแบบสตรีมมิ่ง
ได้ทาง HBO

ถัดมาที่ซีรีส์เกี่ยวกับวงการสตาร์ตอัพอีกเรื่องที่อยากเแนะนำให้ชม มีชื่อตรงตัวว่า “StartUp” เป็นเรื่องราวที่มีบรรยากาศคนละขั้วกับ “Silicon Valley” โดยสิ้นเชิง เพราะเรื่องนี้ทั้งโหด ดาร์ก ดิบ เล่าเรื่องกลุ่มคนที่มาจากพื้นฐานแตกต่างกัน คนละอุดมการณ์ชีวิตกัน แต่มาร่วมลุยธุรกิจสตาร์ตอัพด้วยกันแบบตกกระไดพลอยโจน และก้าวขาพาธุรกิจไปอยู่บนเส้นทางสายดาร์กที่ต้องไปข้องเกี่ยวกับเรื่องราวอาชญากรรม แก๊งใต้ดิน การฟอกเงิน เงินทุนที่มาอย่างไม่โปร่งใส ซึ่งบรรยากาศฉากหลังของเรื่องทั้งหมดเกิดในไมอามี่ที่มีแต่ความเกี่ยวพันกับแก๊งอาชญากรรม และเจ้าหน้าที่เอฟบีไอนอกรีตที่คอยแบล๊กเมล์กลุ่มสตาร์ตอัพกลุ่มนี้

เรื่องราวเริ่มต้นจากโปรแกรมเมอร์หญิงอัจฉริยะ อิซาเบล โมลาเรส ที่คิดค้นสกุลเงินดิจิทัล “เจนคอยน์” ขึ้นมา ซึ่งมีอนาคตที่จะสูสีได้ในระดับเดียวกับ “บิทคอยน์” ด้วยคุณสมบัติที่สดใหม่กว่า และการรับประกันความปลอดภัยขั้นสุด แต่ติดที่ว่าไม่มีแหล่งทุนใดที่จะเชื่อมั่นในศักยภาพของสกุลเงินที่เธอออกแบบมา แต่โชคชะตาก็ทำให้เธอมาเจอกับ นิค ทัลแมน หนุ่มออฟฟิศด้านการลงทุนที่ตัดสินใจนำเงินใต้ดินผิดกฎหมายก้อนหนึ่งมาลงทุนกับเธอในการสร้างธุรกิจสตาร์ตอัพคริปโต
เคอร์เรนซี่ขึ้นมา โดยมี โรนัลด์ เดซี่ นักเลงชาวเฮติอพยพที่ขนเงินค้ายามาร่วมลงทุนด้วย เพราะเชื่อในพลังของสกุลเงินดิจิทัล ตัวละครหลักทั้งสามคนที่ร่วมหัวจมท้ายผ่านความเป็นความตายเพื่อก่อตั้งสตาร์ตอัพขึ้นมาได้ ต่างก็มีภูมิหลังที่ส่งผลให้พวกเขายืนอยู่บนอุดมการณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในการทำธุรกิจ

“อิซาเบล” นั้น สร้างสกุลเงินดิจิทัลของเธอขึ้นมา เพื่อก่อร่างสร้างโลกที่การเงินมีเสรีภาพหลุดจากพันธนาการของระบบ เพราะเชื่อว่าสกุลเงินดิจิทัลจะตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเงินทุน ซึ่งมาจากปมในวัยเด็กที่ครอบครัวของเธอต้องกู้หนี้ยืมสินนอกระบบจ่ายค่าดอกเบี้ยที่แสนโหด ส่วน “นิค” ชายหนุ่มที่อยากจะภูมิใจในชีวิต เติบโตประสบความสำเร็จมีธุรกิจเป็นของตัวเองและหนีจากเงาของพ่อที่เป็นนายธนาคารนักฟอกเงิน ทำงานบริหารจัดการการเงินใต้ดินมาตลอดชีวิต และ “โรนัลด์” หัวหน้าแก๊งชาวเฮติอพยพผู้อยากหลุดพ้นจากวงจรชีวิตในแก๊งอันธพาล และมีความหวังจะนำเงินเก็บไปลงทุนในธุรกิจที่มีอนาคตมากกว่าเป็นพ่อค้ายาเสพติดไปตลอดชีวิต

เช่นเดียวกับใน “Silicon Valley” เรื่องราวใน “StartUp” เล่าให้เห็นว่าธุรกิจสตาร์ตอัพของพวกเขาก็ล้มลุกคลุกคลานเช่นกันตั้งแต่เริ่มต้น และยิ่งถลำลึกไปจนเกี่ยวกับอาชญากรรมต่าง ๆ นานา จนกระทั่งสตาร์ตอัพของพวกเขาตั้งหลักนับหนึ่งได้ แต่ก็ต้องแลกกับความสูญเสียชีวิตของคนใกล้ตัว และมันก็สร้างบาดแผลทางใจให้กับพวกเขาพอๆ กับที่ต้องเดินหน้าดันให้ธุรกิจเติบโตต่อไป

ในเรื่องนี้เราจึงได้เห็นธุรกิจสตาร์ตอัพของคนกลุ่มนี้ที่ต้องผ่านทั้งมรสุมประเภท เจ็บจริง ตายจริง สูญเสียคนรอบตัว คนใกล้ชิด ซึ่งซีรีส์ “StartUp” มีทั้งหมด 3 ซีซั่น เรื่องราวระทึกน่าติดตาม และเล่าเรื่องโลกธุรกิจสตาร์ตอัพสายดาร์กและโลกอาชญากรรมคู่ขนานกันไปได้สนุกสนาน ใครสนใจรับชมได้ทาง Netflix

ภาพประกอบ Youtube Video / HBO / Netflix / Sony Pictures Entertainment

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ภาครัฐ’ บูรณาการกีฬา-ท่องเที่ยว ‘ทัพพาราไทย’ อำลา ‘ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์’
บทความถัดไปแอน ทองประสม กับการวิ่ง และสิ่งที่ได้นอกเหนือจากการออกกำลังกายและสุขภาพ