ทราย เจริญปุระ เล่าวันที่หลานเรียนออนไลน์ เครียดจนอ้วก พร้อมคำแนะนำจากหมอ

ภาพจาก Inthira Charoenpura

ทราย เจริญปุระ เล่าวันที่หลานเรียนออนไลน์ เครียดจนอ้วก พร้อมคำแนะนำจากหมอ

นักแสดงสาว ทราย เจริญปุระ ที่เจ้าตัวได้แชร์เรื่องราวการเลี้ยงลูกจากเพจ เลี้ยงลูกนอกบ้าน ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวที่ตนเองได้ประสบพบเจอ จากหลานวัย 7 ขวบ ผู้ซึ่งเป็นลูกของน้องชายนั้น เกิดอาการป่วยเนื่องจากความเครียดที่ต้องเรียนออนไลน์ให้ฟังว่า

“เมื่อซักเดือนที่แล้ว เพกา(หลานเราค่ะ ลูกของน้องชาย อายุ7ขวบ) มีอาการผะอืดผะอม จนบางทีก็อาเจียนออกมาจริงๆ ซม พ่อแม่ก็พาไปโรงพยาบาล เช็คทุกอาการผิดปกติทางกายก็ไม่เจออะไร ไม่เป็นหวัด ร่างกายแข็งแรงปกติ เราเลยคุยกับน้องชายว่าอาการนี้เราเคยเป็นตอนป.3-ป.4 ไปโรงเรียนแล้วอาเจียนเนี่ย มันเป็นความเครียด คือเราทำการบ้านไม่เสร็จค่ะ >< พอไม่เสร็จก็ไม่รู้จะรับมือยังไง เลยทิ้งไว้ที่โรงเรียน กลับมาบ้านแม่ถามก็บอกอยู่โรงเรียน พอไปโรงเรียนครูถามก็บอกอยู่ที่บ้าน สลับไปสลับมาแบบนี้ จนการบ้านมันเยอะขึ้น ทำไม่ทัน แล้วมันเครียด จนสุดท้ายความแตก ครูเรียกแม่ไปคุย แม่เลยถามว่าการบ้านอะไร

มันแค่งานคัดลายมือตามรอยเส้นประเองค่ะ คือแค่ลากเส้นนะ แต่สำหรับเรามันน่าเบื่อมากกกกกกกกกก มากและไม่รู้จะทำไปทำไม ลายมือเราก็ไม่ใช่แบบนั้น คัดเสร็จก็เท่านั้น เลยไม่ทำเอาดื้อๆ สุดท้ายพอแม่รู้ก็เลยลากมาทำจนจบ จบแล้วก็หาย เหมือนมันไม่เครียดไปเอง
เพกาไปหาหมอแล้วหมอก็ถามว่าทำอะไรบ้าง ตอนนี้เพต้องเรียนออนไลน์อาทิตย์ละ5วัน วันละ7ชั่วโมง มีพักบ้างนะคะ แต่ก็คือต้องเรียนตามกติกาโรงเรียน พ่อแม่ก็ผลัดกันนั่งเฝ้า การบ้านก็ต้องทำทั้งเป็นคลิปเป็นเปเปอร์
หมอถามว่าคุณพ่อคุณแม่เครียดมั้ย น้องเราก็ยอมรับว่าเครียดแหละ ให้มานั่งเฝ้ากว่าจะจบวัน กว่าจะเข็นกันไปกินข้าวอาบน้ำ นั่งหน้าจอนานๆพ่อก็เบื่อลูกก็เบื่อ เวลาที่จะทำอะไรช่วงระหว่างวันก็หายไปสุดท้ายอาการมันก็สะท้อนออกมา หมอบอกเพก็เครียดนะ กลัวเป็นเด็กไม่ดี กลัวพ่อแม่เสียใจ แต่เพก็รู้ว่านี่คือสิ่งที่ต้องทำ ควรทำ พ่อแม่ก็บอกให้ตั้งใจ อย่ายุกยิก ส่งงานหรือยัง รีบกินข้าวแล้วไปเรียน(จ้องจอ)ต่อ เพก็ไม่อยากให้พ่อแม่รู้สึกแย่ เพราะก็โดนย้ำทุกวัน แต่ตัวเองก็แย่
เลยจบที่การอ้วกค่ะ ><
ไม่มีอะไรฮะ แชร์ไว้ในวันที่ทุกคนต้องจ้องจอแบบออนไลน์ ทั้งที่มันเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับพวกเราทุกคน การเรียนการสอนการประชุม ผู้ใหญ่เองยังแย่เลย ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับการนั่งจ้องจอ แต่เด็กเองก็ไม่มีทางเลือก อธิบายก็ยาก ยิ่งเหมือนเป็นตัวประกันทั้งความรักจากพ่อแม่และการศึกษามันก็พากันตึงไปหมด ลูกเรียนคนเดียวเครียดไปทั้งบ้าน
อ่อ หมอบอกว่า ถ้าเป็นไปได้ คุณพ่อคุณแม่ลองให้เพหยุดบ้างดีมั้ย หยุดเพราะหยุด หยุดเพราะพอแล้ว ไม่ต้องอ้างเหตุผลอะไร ไม่ต้องรักหรือไม่รัก ไม่ต้องบอกว่าป่วยไข้อะไรทั้งสิ้น แค่หยุด แค่พอ
ตอนนี้เพดีขึ้นแล้วค่ะ คนที่ระทมแทนคือแมวหมิม เพราะพี่เพวิ่งหาไม่หยุดเลย 555555″

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘เลอบรอน’ ฉีดวัคซีนโควิดแล้ว แต่ไม่ขอทำหน้าที่เชิญชวนคนอื่นให้ทำตาม
บทความถัดไปชงบอร์ด ก.ค.ศ.สอบครูผู้ช่วยปี64 หลังโควิดระบาดหนัก ทำเลื่อนไม่มีกำหนด