ททบ.5 มั่นใจ ‘กนก-ธีระ’ นำทีมทัพข่าวใหม่ เน้น ‘ไม่เติมเชื้อไฟ- Hate Speech’ ดีเดย์ 3 ม.ค.65

เช้าวันนี้ (30 กันยายน) สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก(ททบ. 5) ได้จัดงานแถลงข่าวจับมือพันธมิตรร่วมผลิตรายการข่าว โดยพลโทรังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ททบ.5 ให้สัมภาษณ์ว่า การร่วมมือกับบริษัท กาแล็กซี่ มัลติมีเดีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมผลิตข่าว โดยมี กนก รัตน์วงศ์สกุล, ธีระ ธัญไพบูลย์, สันติสุข มะโรงศรี และ สถาพร เกื้อสกุล มาเป็นผู้ประกาศข่าวจะเริ่มตั้งแต่ปี 2565 โดยตกลงกันว่าจะผลิตข่าวที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน

 “เป้าหมายเราคือเอาข่าวที่เป็นความจริงในทุกด้าน เจาะลึกถึงรายละเอียด และจะไม่สร้างความแตกแยกให้สังคม เราจะไม่เติมเชื้อไฟ จะดึงฟืนออกจากกองไฟด้วยซ้ำ ให้ข้อมูลข่าวสารครอบคลุมทุกด้านในทุกมิติ แม้จะมีความขัดแย้งเราจะเสนอทั้ง 2 ด้าน จะเป็นสื่อหลักที่ไม่ตัดสินว่าใครผิด ใครถูก เสนอข้อมูลทุกด้าน และประชาชนเป็นผู้ตัดสิน”

 พลโทรังษียังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีคนบอกว่าโลกทุกวันนี้เป็นของโซเชียลมีเดีย แต่ตนไม่เชื่อ ยังมั่นใจในสื่อกระแสหลัก

 “ขอให้สัญญาประชาชนว่าในปี 2565 ช่อง 5 จะเป็นสื่อที่ให้ความรู้กับประชาชน จะไม่เติมฟืน เติมไฟ เติมเชื้อเพลิง ไม่ตัดสิน จะให้ข้อมูลแก่ประชาชน”

สำหรับเรื่องเรทติ้งของสถานี พลโทรังษีกล่าวว่า ไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องเรทติ้ง สนใจเรื่องความนิยม และความเชื่อมั่นมากกว่า 

“บางช่องอาจมีละครน้ำเน่า หรือเกมโชว์ไร้สาระ แต่คนดูได้อะไร ผมอยากได้เรื่องที่คนดูแล้วนำไปปฏิบัติได้จริง ดูช่อง 5 ด้วยความศรัทธา เชื่อมั่น นั่นคือเรทติ้งของผม การให้คนดูดูรายการที่ไม่มีสาระ ไม่ใช่แนวทางผม แต่ถ้าพิธีกรหรือบริษัทกาแลกซี่ ทำให้คนมาดูเพราะศรัทธ มาเชื่อมั่นในข้อมูล ดูแล้วได้ประโยชน์ เอาตัวเองได้รอด ผมเชื่อว่านั่นคือเรทติ้งของผม”

ด้านนายแพทย์ชัยวัฒน์ เตชะไพฑูรย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กาแล็กซี่ มัลติมีเดีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด บอกว่า มั่นใจในตัวพิธีกรซึ่งมีผู้ติดตามเยอะ จึงเชื่อว่าจะทำให้เรทติ้งช่องขึ้นมาอยู่ในระดับท็อปเทนได้ภายใน 3 เดือน ส่วนเรทติ้งข่าวต้องขึ้นมาในประดับท็อปทรี

พลโทรังษีกล่าวด้วยว่า บริษัทกาแลกซี่จะเสนอข่าว 4 ช่วงคือ ช่วง 06.00-07.00 น. 12.00-14.00 น. 18.00-20.00 น. และ20.30-22.30 น. โดยในแง่ผลตอบแทนช่อง 5 จะได้ผลตอบแทน 65 ล้านบาทจากการทำสัญญา 1 ปี

ส่วนเรื่องที่ผู้ประกาศทั้ง 4 จะยังคงทำงานให้ท็อปนิวส์ควบคู่กับช่อง 5 รวมถึงข่าวที่นำเสนอจะเหมือนกันไหม กนกกล่าวว่า เมื่อมาอยู่ใต้ร่มเงา ททบ. 5 ก็มีโจทย์ 3 ข้อที่ต้องทำ คือหนึ่ง ต้องเสนอความจริงทุกด้าน ทุกมิติ สอง ต้องไม่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ไม่มีเฮชสปีด สาม ทำหน้าที่ในการนำเสนอเรื่องเพื่อฟื้นฟูในเรื่องต่างๆอันเป็นเหตุมาจากโควิด-19

“สิ่งที่เราเคยทำที่ท็อปนิวส์จะเป็นแบบไหนก็ตามแต่ แต่พอมาเป็นที่นี่ ก็ต้องมารับนโยบายและปรับตัว ทำตามนโยบายของช่อง 5” 

ทั้งนี้กนกบอกว่า การมาทำงานที่ช่อง 5 ไม่ได้มีเพียงแค่ 4 คนที่เห็น แต่จะมีเพิ่มเติมอีกในปีหน้า

ในส่วนข่าวที่เสนอจะเป็นแบบท็อปนิวส์หรือช่อง 5 พลโทรังษีกล่าวว่า ให้รอดูในวันที่ 3 มกราคม 2565 ซึ่งเป็นวันออกอากาศวันแรก

“พูดไปตอนนี้ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น ไม่เท่าหูฟัง ดูว่าทีมกนกจะเปลี่ยนลุคยังไง”

พลโทรังษียังกล่าวด้วยว่า เป็นโชคดีที่ได้ 4 พิธีกรมา เพราะช่อง 5 เหมือนยักษ์ที่หลับอยู่ และตนเชื่อว่าบริษัทกาแลกซี่จะปลุกยักษ์ตัวนี้ให้ตื่นให้มา แล้วมาสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ

ด้านกนกบอกด้วยว่า การมาทำงานที่ช่อง 5 พวกตนได้เวลาออกอากาศวันละ 7 ชั่วโมง ขณะเดียวกันก็ยังจะทำงานที่ท็อปนิวส์ด้วย

ขณะที่สันติสุขก็ว่าสิ่งที่อยากบอกคืออย่าเพิ่งตัดสินเราจากสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำ ไม่ต้องกลัวว่าจะมาเติมความเครียดให้สังคม เรามีแต่ความจริงและเจตนาที่ดีให้แก่บ้านเมือง ให้ความจริงให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ส่วนเนื้อหาสาระทิศทางเป็นยังไง ข่าวก็คือข่าว แต่สิ่งที่เราจะเติมคือความรอบด้านและความถูกต้อง 

สำหรับธีระเขาบอกว่าความจริงกับความแตกแยกไม่เหมือนกัน เราเน้นความจริงไม่เน้นความแตกแยก

ส่วนสถาพรก็ว่า จะนำข่าวต่างประเทศมาเสนอ มาเติมเต็มให้เห็นความจริงที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้กนกยังกล่าวเสริมด้วยว่า จริงๆแล้วเรื่องความแตกแยกจะมาจากสื่อโซเชียล ไม่ได้มาจากสื่อกระแสหลัก แล้วพวกตนเวลาเห็นอะไรแบบนี้ก็จะไปช่วยอธิบายออกหน้าจอ เป็นกระบอกเสียงให้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในโซเชียลคืออะไร ซึ่งเราก็จะมาทำที่นี่ด้วย ว่าอะไรที่มันไม่จริง เราจะบอกว่าความจริงคืออะไร ไม่ได้สร้างความแตกแยก เราเสนอความจริงให้ทราบ”

เมื่อถูกถามว่ามีคนบอกว่าเป็นไอโอ กนกก็ว่า ไอโอคืออะไรยังไม่ทราบเลย

เรื่องที่คนสงสัยว่าบริษัทกาแลกซี่ มัลติมีเดีย คือท็อปนิวส์หรือเปล่า นายแพทย์ชัยวัฒน์ กล่าวว่า กาแลกซี่ มัลติมีเดีย และ ท็อปนิวส์ เป็นคนละนิติบุคคลกันเลย พิธีกรทั้ง 2 ท่านก็ทำงานกับทั้ง 2 ที่ 

“เวลาเราทำงานที่ไหนก็ทำตามนโยบายของแต่ละที่แต่ละสถาบัน อย่างผมมาทำที่ ช่อง5 ก็ต้องดูกฎกติกามารยาทของที่นี่ เหมือนทั้ง 4 ท่าน ที่ถือเป็นสิ่งที่ต้องทำ แต่ผมเชื่อว่าการนำเสนอจะแตกต่างกันออกไป ยืนยันว่า กาแลกซี่ มัลติมีเดีย และ ท็อปนิวส์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน เพียงแต่มีคนทำงานที่ซ้ำกันบ้าง”

เกี่ยวกับเรื่องพลโทรักษีบอกว่า ทั้งหมดอยู่ที่การกระทำ อย่าไปติดว่าจะท็อปนิวส์ จะกาแลกซี ผมไม่สนใจประเด็นนั้น สนใจว่าเมื่อมาทำแล้วประชาชนได้อะไร ประเทศได้อะไร

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“SKY ICT” เผยโฉม “SOC” ศูนย์สั่งการความปลอดภัยอัจฉริยะใหญ่ที่สุดในไทย
บทความถัดไปรวบหนุ่มใหญ่ปลอมไลน์ ‘เลขาธิการสำนักพระราชวัง’ หลอกเงินชาวบ้าน สูญกว่า 1 ล้าน(คลิป)