โอเลี้ยง เชิญยิ้ม เล่าทั้งน้ำตา ชีวิตลำบากติดค่าไฟ-บ้าน เผยยินดีขายดวงตาหาเงินยังชีพ

โอเลี้ยง เชิญยิ้ม เล่าทั้งน้ำตา ชีวิตลำบากติดค่าไฟ-บ้าน เผยยินดีขายดวงตาหาเงินยังชีพ

ตลกรุ่นใหญ่ โอเลี้ยง เชิญยิ้ม ในวัย 61 ปี ได้ออกมาพูดคุยเปิดใจกับรายการ Apop Today ทางช่องอมรินทร์ ทีวี เผยว่าตอนนี้กำลังลำบากหนัก ทั้งเงินเก็บ ทรัพย์สินและของมีค่าไม่เหลือแล้ว เนื่องจากผลกระทบโควิดทำให้ขาดแคลนรายได้ เงินเก็บที่เคยเก็บมาทั้ง 2 ปีก็ไม่เหลือแล้ว

โอเลี้ยงเล่าให้ฟังว่าทุกวันนี้ลำบากมาก ค่าไฟไม่ได้จ่ายมา 5 เดือน ค่าผ่อนบ้านค้างมา 3 งวด เพราะไม่รู้ว่าจะนำเงินที่ไหนมาจ่าย และเผยว่าลูกสาวเพียงคนเดียว น้องกาแฟ เรียนอยู่ปีสุดท้ายและไม่รู้ว่าจะนำเงินที่ไหนมาส่งเสียลูก ด้านลูกสาวก็พยายามดิ้นรนออกไปหารายได้เสริม

โดยเดิมที่บ้านที่อยู่อาศัยนั้นผ่อนใกล้หมดแล้ว แต่ช่วงที่ลูกสาวเข้ามหาวิทยาลัยทำให้หมุนเงินไม่ทันและไม่มีงานจึงได้ตัดสินใจนำบ้านไปฝากขาย ทำให้ไม่มีเงินไปนำเอาออกมา สุดท้ายมีผู้ใหญ่ช่วยแต่บ้านก็เป็นชื่อของผู้ใหญ่คนนั้น ทุกวันนี้จึงต้องผ่อนกับเขา

ส่วนเรื่องหาอาชีพเสริมเจ้าตัวบอกว่า มีความสามารถด้านเดียว อายุก็เยอะแล้ว มีโรคประจำตัวคือโรคหอบ เหนื่อยง่ายต้องกินยารักษาอยู่เป็นประจำ เคยคิดจะทำน้ำปลาร้าขายสุดท้ายเจ๊ง แต่อีกหนึ่งความสามารถการร้องเพลงและแต่งเพลง เคยแต่งเพลง คุณลำไย ได้ค่าแต่งเพลง 3,000 บาท เพราะไม่คิดว่าเพลงจะดังขนาดนี้

ขณะที่ให้พูดคุยอยู่เขาก็ได้ร้องไห้อย่างหนัก เผยว่า ตอนที่มันไม่ไหวเคยคิดสั้นเพราะไม่ไหวจริงๆ พร้อมกับยกมือไหว้ทั้งน้ำตาขอความเมตตาจากผู้ใจบุญ ช่วยส่งความช่วยเหลือกันเข้ามาเพราะทุกวันนี้มีเพียงแค่เบี้ยเลี้ยงคนชรา 600 บาทในการยังชีพ

ส่วนเงินเก็บที่เคยโด่งดังนั้น โอเลี้ยงเผยว่า หาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ส่งลูกเรียน ยืนยันว่าไม่ได้เอาเงินไปใช้อย่างฟุ่มเฟือย ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับแอลกอฮอล์และการพนัน

ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยไลฟ์สดถึงไฮโซลูกนัท พูดถึงหากเขาต้องการดวงตาใหม่ โอเลี้ยงยินดีที่จะขายดวงตาข้างละ 8 ล้านบาท โอเลี้ยงเผยว่า ยอมเสียดวงตา เพราะตัวเองเห็นโลกมาเยอะแล้ว แต่ไฮโซลูกนัทยังหนุ่มยังแน่น ยังมีอนาคตอีกไกล

“เกือบ 2 ปีไม่มีอะไรเหลือ ลูกก็ยังเรียน นี่จะจบปีสุดท้ายแล้วยังคิดอยู่เลยว่าเราจะทำยังไง ลูกก็ช่วย ไปทำน้าที่เปิดร้านอาการ ทุกเดือน ค่าบ้าน ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าโทรศัพท์ ค่ากิน จิปาถะเยอะไปหมด งานก็ไม่ค่อยมี ภาระคนเดียวที่จะต้องรับผิดชอบ ความสามรถของตัวเองก็มีอยู่ด้านเดียว อายุปูนนี้แล้วอีกอย่างด้วยสุขภาพ เป็นไปได้ก็ขอความเมตตา จริงๆ ผมก็ไม่อยากบริจาคกลัวสังคมจะว่า

เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่คิดว่า (ร้องไห้) เคยคิดแต่กลัวบาปถ้าไปแบบนั้นมันจะต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก 500 ชาติ สู้ทั้งที่สุขภาพตัวเองไม่เต็มที่ แล้วแต่ก็สู้”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไตรมาส  3 “แสนสิริ” ขายทะลักโต 139% Q 4 จ่อเปิดอีก 7 โครงการ ประกาศรับซื้อดิน 10 ทำเลรอบกทม.
บทความถัดไปธนาคารกรุงเทพ สนับสนุนการเงินดุสิตธานี ผุดโครงการมิกซ์ยูส