ทำไมต้องดู ‘อตีตา’ อีกหน?

บทประพันธ์เลื่องชื่อเรื่องหนึ่งของ ทมยันตี ที่ทำเป็นละครหลังข่าวในความทรงจำมาแล้วครั้งหนึ่ง อตีตา โดยดีด้า วิดีโอ โปรดัคชั่นเมื่อปี 2544 ได้กลับมาพบผู้ชมอีกหน 15 ปีให้หลังโดยเจเอสแอล โกลบบอล มีเดีย

ผู้ชมไม่น้อยยังจำเพลงเปิดเรื่องครั้งก่อนอยู่ได้ ที่ถ่ายทอดความฮึกเหิมของเนื้อหาออกมา และบ้างยังจำภาพของ วินัย ไกรบุตร กับ อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร อยู่ จึงเกิดการเปรียบเทียบอย่างช่วยไม่ได้

เป็นธรรมดาของงานซึ่งนำมาสร้างใหม่ทุกเรื่อง ที่ต้องประสบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นเดียวกัน

กระนั้น เมื่อช่อง 7 เริ่มแพร่ภาพตอนแรกคืนศุกร์กลางเดือนที่ผ่านมา คำตอบรับจากเว๊บต่างๆโดยเฉพาะ พันทิป เป็นไปทางนิยมชมชอบ แต่ครั้นผ่านตอนสองตอนสามและสี่ไป ความเข้มของเรื่องและการแสดงกลับส่งสายตาผู้ชมไปจับเอาดาราชาย อรรคพันธ์ นะมาตร์ กับ ภัทรเดช สงวนความดี ให้เป็นคู่จิ้นกันเสียได้

น้องปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล กับน้องนาว ทิสานาฏ ศรศึก อาจครึ่งยิ้มครึ่งบึ้งเอาทีเดียว หากอ่านที่ผู้ชมโพสท์ขำขันสองหนุ่มเฮฮาส่งกันมา เอ, จะให้ฉันเป็นนางเอกกันทำไมหว่า

อตีตา

นิยายเมื่อนำมาสร้างเป็นหนังละครอีกครั้ง ก็ควรต้องปรับเปลี่ยนรสชาติไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะทำได้แตกต่างเป็นที่ยอมรับไหม เพราะหากทำให้เหมือนกันทุกครั้งก็ไม่เกิดประโยชน์หรือความบันเทิงใด ฝรั่งเขาอาจตีความใหม่ไปเลย หรือสลับตัวละครชายให้เป็นหญิง หรือตัวละครเดิมเป็นคนขาวอาจเอาคนดำมาเล่น ก็ทำมานักต่อนัก ขอให้ยังคงแก่นเรื่องหรือสาระดั้งเดิมไว้ได้เท่านั้น ถือว่าเยี่ยมแล้ว

ถ้าใครหงุดหงิดต่อต้านว่า เอ็กโซดัส : ก้อดส์ แอนด์ คิงส์ ไม่เห็นเหมือน เดอะ เท็น คอมมานเมนท์ส เลย ทั้งๆเป็นเรื่องเดียวกัน เดินตามบทเดียวกันแต่ต่างรายละเอียด ก็คงแย่ แม้หนังให้สาระและบันเทิงชัดเจนออกอย่างนั้น

อตีตาฉบับล่าได้ สุทธิพงศ์ วัฒนจัง เขียนเพลงเปิดเรื่องใหม่ เดินเนื้อหาด้วยความอ่อนหวานไพเราะ แต่ไม่ทิ้งความองอาจผ่าเผยในการปกป้องแผ่นดิน ให้ความซาบซึ้งที่อุ่นระอุไปพร้อมกัน

ส่วนบทของ อักษราวุธ กับ อัณณ์ นั้น พยายามเข้าใจเหตุการณ์และตัวละครด้วยสายตาและความคิด ของคนในยุคสมัยที่การเรียนรู้ประวัติศาสตร์กว้างขวางและลุ่มลึกขึ้น

ประวัติศาสตร์ไม่ได้เรียนหรือสอนให้เกลียดชังคน แต่เรียนและสอนให้เข้าใจผู้คน ให้เข้าใจความคิดของคนแต่ละยุคสมัย ทัศนคติที่แตกต่าง เงื่อนไขที่แตกต่าง และสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง เรียนและสอนอดีตเพื่อเยียวยาปัจจุบัน จะได้มีอนาคตที่สงบสุขร่วมกันได้ มิใช่เรียนเพื่อจะจัดทัพกรีฑาพหลพลไกรไปต่อตีรุกรานทำสงครามกันไม่รู้จักจบสิ้น เกลียดกันจนกระทั่งสิ้นอาเซียน สิ้นโลก

“ดูหนังดูละครแล้วย้อนดูตัว” จากบทกวีเปอร์เซีย รุไบยาต ของปราชญ์ โอมาร์ คยัม ตีพิมพ์ภาษาอังกฤษเมื่อ ๒๔๐๒ และ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงแปลเป็นกาพย์และโคลงเมื่อ 2457 ให้ตระหนักแก่ใจไว้นานแล้ว

ดูละครให้สนุกเถิด อย่าลืมว่าหลายปีมานี้เราดูละครเกาหลีจนรู้จักราชวงศ์โคกุริวกับโชซอนและกษัตริย์เกาหลีมาหลายองค์แล้ว ประวัติศาสตร์มิใช่เรื่องรัก โลภ โกรธ หลง ทั้งนั้นหรือ.

อตีตา

ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ค JSL Global Media

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้09.00 INDEX ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ มีชัย ฤชุพันธุ์ แต่มิได้เป็นสมบัติของ มีชัย ฤชุพันธุ์
บทความถัดไปทองในปท.เช้านี้ขึ้นพรวด 350 บาท ทองแท่ง-รูปพรรณยืนราคาเหนือบาทละ20,000บาท