ชาคริต อัพเดตน้ำท่วมสวนที่จันทบุรี พร้อมเผยแพลนบั้นปลายชีวิต รับเตรียมพร้อมมีลูกสาว

ชาคริต อัพเดตน้ำท่วมสวนที่จันทบุรี  พร้อมเผยแพลนบั้นปลายชีวิต รับเตรียมพร้อมมีลูกสาว

ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วยเช่นกัน สำหรับสวนของพระเอกหนุ่ม ชาคริต แย้มนาม และภรรยา ที่ถึงแม้จะไม่ได้โดนหนักเท่าไหร่ โดยงานนี้เมื่อเจอหน้า ชาคริต ในงานแถลงข่าวเปิดตัวซิทคอมครอบครัวป่วน ก๊วนสุภาพที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็ได้เล่าให้ฟังว่า

ที่จันท์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน แต่ว่าส่วนใหญ่จะท่วมในตัวเมืองหนักในรอบ 10 ปี

แต่ว่าที่สวนของผมโชคดีสวนของเรามันเป็นสองฝั่ง มันมีเกาะและมีคลองล้อมรอบและจะมีอีกฝั่งหนึ่งซึ่งเป็นที่สูงปลูกทุเรียน ส่วนตรงกลางที่มีคลองล้อมรอบเป็นป่ามังคุด เวลาน้ำมามันก็จะท่วมจากคลองฝั่งนี้มาลงอีกฝั่งแล้วก็ไป คือธรรมดาถ้าท่วมก็ประมาณครึ่งวันก็แห้งแล้ว ต้นมังคุดโตแล้วเขาก็ทนน้ำได้ แต่ถ้าเป็นทุเรียนอาจจะเจ็บได้เพราะว่าถ้าน้ำมันขังโคนมันก็จะเป็นเชื้อราได้

ก็โชคดีที่ท่วมครึ่งวันก็ไปแล้วแต่ถ้าฝนตกต่อเนื่องน้ำมันก็จะอยู่สูงเกือบเข่าแต่ว่าแป๊บเดียวก็ลงไปตามทางน้ำ

แต่ว่าสิ่งที่มากับน้ำคืองูเหลือมเท่ากรงไก่ ซัดไก่ไปหมด 3 ตัวเลยครับ เจอแจ็คพอตนอนขดอยู่เขาหนีน้ำมาแหละ ในกรงมันมีไก่อยู่ก็เลยโดนจัดเลย

โดยพื้นที่ที่โดนน้ำท่วมของตนเองนั้น พื้นที่ประมาณ 200 วา เท่านั้น จากพื้นที่ใช้สอยประมาณ 40 กว่าไร่

ไม่มีอะไรเสียหายเลยครับ แค่ไก่ถูกกินแค่นั้นเอง

สำหรับชีวิตในพาร์ทของการเป็นเกษตรกร ชาคริต ก็เผยว่า เป็นความตั้งใจที่จะมาใช้ชีวิตที่จันทบุรีอยู่แล้ว

คือมันก็แบ่งพาร์ทเอาความตั้งใจว่าในบั้นปลายเราจะไปอยู่ที่จันทบุรีเพราะเรามีที่อยู่ที่นั่นอยู่แล้ว พอเรามามีครอบครัวแล้วเป็นคนจันท์อีกแล้วที่อยู่ห่างกันนิดเดียว เราก็ไม่ต้องรอถึงบั้นปลายชีวิต เราก็เอาบั้นปลายมาทำตั้งแต่ตอนนี้เลย

ก็ต้องขอบคุณครอบครัวของภรรยาที่ให้ความรู้ และช่วงโควิดเราก็เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส 2 ปีที่ผ่านมา มันทำให้เราได้เข้าไปเรียนรู้ไปพัฒนาเพิ่ม ตอนนี้ก็กำลังทำอีกแปลงหนึ่งและขยาย ตอนนี้เราก็เห็นแล้วว่ามันก็เป็นความพอเพียงอีกอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจที่มันหาเลี้ยงครอบครัวมั่นคงได้

แต่ว่าในพาร์ทของเราที่เป็นคนเมืองมันก็มีอยู่แล้วที่เราต้องทำงานซึ่งมันก็คืองานหลักของเรา ซึ่งในส่วนของสวนเราก็ทำไว้เพื่อวันหนึ่งน้องโพธิ์จะเป็นอ้ายบ้านนอก เป็นชาวสวน

ก่อนจะเล่าว่า ความคิดที่อยากจะมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่จันทบุรี คิดไว้ตั้งแต่ช่วงอายุ 20 ต้นๆ แล้ว

แต่ผมคิดว่าจะไปอยู่ต้อง 60 อัพเหมือนพ่อหนิง นิรุตติ์ เราก็คิดอย่างนั้นเพราะเรายังต้องทำงานเป็นมนุษย์เมืองร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่พอจังหวะชีวิตมันมีโอกาสที่เราจะได้ไป เรามองเห็นตรงนั้นก็มาคิดว่าทำไมเราต้องรอบั้นปลาย เราอาจจะไม่รู้เลยว่าบั้นปลายเราจะไปอยู่ตรงไหน ก็ใช้มันเลยดีกว่าทำตอนนี้มันก็สร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวได้ด้วย

ทั้งนี้ยังได้เผยถึงแพลนการมีทายาทคนที่ 2 ด้วยว่าพยายามอยู่ครับ ตั้งแต่ครึ่งปีหลังมานี้ก็ลุ้นมาเรื่อยๆ ครับ คอยบำรุงเพิ่มไปเรื่อยๆ

ตั้งใจอยากได้ลูกสาว? “ก็อยาก ถ้าเลือกได้ก็อยากให้เป็น

แต่เราก็ให้เป็นธรรมชาติที่สุด ก็คุยกันว่าถ้าเกิดปีหน้าต้นปีถ้าไม่มา ก็ค่อยมาคิดกันใหม่ว่าอาจจะมีแค่โพธิ์คนเดียวหรือเปล่า เพราะว่าด้วยวัยของเราที่ไปถึงจุดหนึ่งแล้ว เราก็อยากให้ลูกโตทันที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน

ซึ่ง น้องโพธิ์ ลูกชายก็อยากให้มีน้องเช่นกัน

อยากครับ ตามประสาลูกคนเดียว บางทีเราฟังเสียงเขาอยู่ที่บ้านตอนเราทำงานอยู่ เขาบอกแด๊ดดี้ หม่ามี๊มาเล่นกับโพธิ์หน่อย โพธิ์ไม่มีเพื่อน เราก็ใจหล่นแล้วอยากให้เขามี เขาอยากได้น้องสาว เขาบอกอยากได้น้องผู้หญิง

แฟนๆ เห็นภาพครอบครัวในอินสตาแกรม ทุกคนก็ชื่นชมและดีใจกับเราที่ครอบครัวเรามีความสุข?

ผมก็ต้องขอบคุณทุกคนที่อวยพรให้ และคอยติดตามด้วยครับ มันก็เป็นธรรมชาติของความเป็นครอบครัวที่เรียบง่ายที่ทุกคนอาจจะเห็นความต่างของตัวเราด้วยจากเมื่อก่อนมนุษย์เมืองสุดๆ เดี๋ยวนี้พอเป็นครอบครัวแล้วพอมาเจอครอบครัวสิ่งที่มันใช่ทุกอย่างมันก็เป็นชีวิตที่เรียบง่าย

ผมก็รู้สึกดี มันเติมเต็มตัวเราเองก่อนแล้วมันสะท้อนออกไปให้แฟนๆ ของเราผู้หลายคนที่ชื่นชอบติดตามงานของเรามาเขาสัมผัสได้มันก็คือความสุขที่เขามีความสุขกับเราไปด้วย อยากจะบอกว่ามันเติมเต็มเราจริงๆ อย่างที่ทุกคนเห็น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon