ติช่า กันติชา เล่าแรงผลักดันที่ทำให้ประสบความสำเร็จ และวันที่ได้เคลียร์ปมในใจกับพ่อเลี้ยง

ติช่า กันติชา เล่าแรงผลักดันที่ทำให้ประสบความสำเร็จ และวันที่ได้เคลียร์ปมในใจกับพ่อเลี้ยง

หลายคนอาจจะจดจำภาพของ ติช่า กันติชา ชุมมะ หรือ ติช่า เดอะเฟซ เป็นสาวสุดมั่น เซ็กซี่ เฟียส ใดๆ ก็ตาม แต่เจ้าตัวก็ยังมุมที่น้อยนักที่จะทราบว่าเส้นทางชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ กว่าจะมีวันนี้ต้องผ่านอุปสรรคอย่างมากมายและเรื่องที่ค้างคาใจระหว่างพ่อเลี้ยง โดยเจ้าตัวได้มาเล่าอย่างหมดเปลือกผ่านรายการ Woody FM ไว้ว่า

“ตอนเด็กๆ เจอความลำบาก เหมือนกับว่าครอบครัวแยกทางกันก็เจอกับความยากจน ติช่าเกิดที่นครศรีธรรมราช แล้วก็ไปอยู่ที่ภูเก็ตสักแป๊บนึงซึ่งจำอะไรแทบไม่ได้เลย ซึ่งก็จำแต่สิ่งแย่ๆ ในหลายๆ ครั้ง โดนทำร้ายโดยผู้ปกครอง แล้วครอบครัวก็แตกแยกกันจึงย้ายไปอยู่ที่สกลนคร”

การก้าวข้ามผ่านชีวิตในวัยเด็กมาได้ เจ้าตัวบอกว่า “ช่าไม่ได้มีตัวเลือกไหนนอกจากใช้ชีวิตต่อ คือช่าไม่รู้หรอกว่าช่าเข้มแข็งเท่าไหร่แต่มันเป็นทางรอดเดียว ไม่งั้น You Cannot”

ก่อนจะเล่าต่อว่า “พอครอบครัวแยกกันก็ไปอยู่กับยาย”

“ตอนนั้นคือจนสุดๆ ขนาดที่ไม่สามารถซื้อรองเท้านักเรียนใส่ได้ ต้องเดินเท้าเปล่า ได้ค่าขนม 3 บาทต่อวัน แต่ช่าเหลือเก็บ 2 บาททุกวัน ภูมิใจในตัวเองมาก เพราะติช่าฝึกควบคุมตัวเองตั้งแต่เด็ก ซึ่งเงินที่เก็บไม่ได้จะไปซื้อของขวัญหรือของเล่น แต่เก็บไว้โทรหาแม่ จำได้ว่าแม่ไปอยู่ต่างประเทศแล้วเราก็โทรไปหาเขา ตอนนั้น 1 นาทีมันราคา 50-60 บาท แล้วช่าอยากคุยกับแม่ 3 นาทีต้องเก็บเท่าไรล่ะ จึงต้องหักห้ามใจถ้ากินเยอะก็จะได้คุยกับแม่น้อยลง ช่าจึงเก็บเงินออมไว้เป็นกระปุกเลยค่ะ”

แต่ก็เจอปัญหาเมื่อเงินที่อดออมด้วยความลำบากนั้นถูกขโมยไป

“เราพาเพื่อนมาเล่นที่บ้าน เขาก็เลยขโมยกระปุกเงินไปที่เราเก็บวันละ 2 บาท ซึ่งได้เป็นหลายร้อยมากเลย ตอนนั้นเสียใจร้องไห้เลยค่ะ”

“ทุกความอดทนที่ฉันอดข้าวมา มันมีหลายครั้งที่มองดูเด็กคนอื่นกินขนมแล้วต้องหันหน้าหนี เพื่อที่เราจะเอาเงินไปทำสิ่งที่สำคัญกว่า ทุกอย่างที่อดทนใช้เวลานานมากมันหายไปเลย”

จนกระทั่งได้ย้ายไปอยู่สวีเดน ที่ ติช่า บอกว่าเหมือนได้ชีวิตใหม่

“ช่ารู้สึกว่า โอมายก๊อดนี่คือโมเม้นต์ของฉัน เป็นคนใหม่ ชีวิตใหม่ ฉันจะเป็นได้ทุกอย่าง ฉันมีโอกาสเท่าโลกเลย จากแต่ก่อนมันอยู่แค่ตรงนั้น”

“แล้วช่าเป็นคนที่ทะเยอทะยานมาก อยากจะเรียนเก่งที่สุด อยากจะทำอันนี้เก่งที่สุด เพื่อวันหนึ่งจะได้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จ มีพลัง มีกำลังที่จะดูแลตัวเองได้”

รวมถึงเรื่องราวการทะเลาะเบาะแว้งกับพ่อเลี้ยง ก็ยิ่งผลักดันให้ต้องประสบความสำร็จให้ได้

“เขาเป็นคนดีนะ แต่มันมีโมเม้นต์ที่เราทะเลาะกัน พอทะเลาะกันก็จะไล่ออกจากบ้าน เราเสียใจมากเพราะไม่มีที่จะไปก็ต้องง้ออยู่ดี ซึ่งมีโมเม้นต์เดียวคือต้องเก่ง ก็เลยตั้งใจเรียนมาก ตั้งใจเรียนมากไม่พอต้องรวยด้วย มันเลยมีแรงผลักดันตรงนั้น”

“อาจจะฟังดูผิดๆ นะ แต่ตอนนั้นมันเป็นอะไรที่เป็นแรงกระตุ้นช่าทุกวันเลย ถ้าช่าตื่นมาแล้วไม่สามารถมองตัวเองสำเร็จได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นคือวันที่ได้ เดอะเฟซ โอมายก๊อด! ได้เงินรางวัล 1 ล้านบาทมันเยอะมากนะ เพราะช่าถังแตกมาก่อนหน้านั้น ฉันได้อันดับหนึ่งนะ”

จนถึงวันที่พ่อเลี้ยงได้มาเยี่ยมที่เมืองไทย ก็ทำให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจและเข้าใจกันมากขึ้น

“ตอนนั้นมาที่ภูเก็ต ช่าให้เขาไปอยู่วิลล่าที่มองเห็นทะเล เขาจะเป็นคนที่ชอบล่องเรือมาก ทำให้เขาก็เอ็นจอยมาก ช่ารู้สึกพราว แต่ก่อนเราจะเป็นฝ่ายโดนด่าเยอะไง แล้วเขาก็เห็น เขาก็บอกว่าวิวสวยเนอะ แต่ช่ารู้เขาภูมิใจ”

“ตอนก่อนที่เขาจะกลับไปสนามบินเราก็ให้ค่ารถเขา แต่เราไม่ได้คิดอะไรนะ แล้วเขาก็น้ำตาไหลจะร้องไห้ บอกว่าไม่ต้องให้ฉัน แล้วพอเขาจะร้อง ช่าก็เลยจำได้ว่าทำไมเขาถึงร้อง แล้วช่าเองก็อยากร้องไห้เหมือนกัน เพราะช่าไม่เคยได้ยินเขาพูดว่า ขอบคุณ ด้วยความที่เราทะเลาะกันตอนนั้น ด้วยความที่เราวัยรุ่น ความใจร้อนชอบเถียงมากๆ เวลาที่เราด่ากัน เขาก็จะบอกว่าเธอไม่รู้สึกขอบคุณฉันเลยในชีวิตที่ฉันให้เธอ เรารู้สึกโดนกดดันว่าต้องขอบคุณเขาตลอดเวลา พอเราได้ยินเขาขอบคุณบ้าง ซึ่งมันไม่ใช่เงินที่เยอะเลยพันกว่าบาทเอง เขาบอกว่าขอบคุณติช่า ซึ่งช่าไม่เคยได้ยินจากปากป๊ะป๋า มันเกิดขึ้นได้ยังไง แต่ก่อนช่าจะเป็นคนที่ขอเขา เป็นโมเม้นต์ที่เขาเองก็ช็อกเรากอดกัน หลังจากนั้นพอเขากลับไป ช่าไปนั่งร้องไห้เป็นชั่วโมงเลย

โอ้มายก๊อด! มันเป็นโมเม้นต์ที่ช่ารอเหรอ ทุกอย่างที่ทำมาในชีวิตที่พยายามจะประสบความสำเร็จ เพื่อช่วงเวลานี้แหล่ะ ที่เรารู้สึกเท่าเทียมกัน เราเป็นผู้ใหญ่ 2 คนมองตากัน อยากเป็นที่ยอมรับที่ทำงานหนัก ไต่เต้ามาเรื่อยๆ ไปทำโน่นนี่ก็เพื่อสิ่งนี้ ให้เขาบอกว่าขอบคุณติช่า มันใช้เวลาขนาดนี้เลยเหรอ แล้วเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นคำๆ นี้ที่เราต้องการ ฉันแค่อยากได้บางอย่าง อยากจะประสบความสำเร็จ แต่พอวันนั้นมา อ๋อ! นี่น่ะเหรอรางวัลของฉัน หลังจากนั้นเราดีกัน รู้สึกว่ามันปลดล็อกอะไรสักอย่าง รู้สึกว่าเราโพซิทีฟกันมากขึ้น”

ติดตามเรื่องราวของเธอทั้งหมดได้ที่นี่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon