เล่าเรื่องหนัง : Love & Anarchy รักวินาศสันตะโร

6.11.21 | 11:11 น.
เล่าเรื่องหนัง : Love & Anarchy รักวินาศสันตะโร

เล่าเรื่องหนัง : Love & Anarchy รักวินาศสันตะโร

 

ท่ามกลางมหาสมุทรซีรีส์มหาศาลในเน็ตฟลิกซ์ “Love & Anarchy” ดูจะเป็นซีรีส์แนวรักๆ ใคร่ๆ ผสมตลกนิดๆ (Rom-Com) ที่มองทีแรกดูไม่น่าสนใจหรือจะได้รับความนิยม แต่ซีรีส์สัญชาติสวีเดนเรื่องนี้กลับสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยเรื่องราวที่เตลิดเปิดเปิงเอามากๆ ตรงกับที่ชื่อไทยของซีรีส์ตั้งไว้ว่า “รักวินาศสันตะโร” เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ และที่สำคัญสารของเรื่องที่ซุกซ่อนไว้ในแบบไม่ได้จงใจออกมาให้คนดูต้องสะดุดคิดมากมายกลับทำหน้าที่ของมันได้อย่างเต็มที่

ทันทีที่ดูซีรีส์เรื่องนี้จบลงและใคร่ครวญเรื่องราวทั้งหมด ลงเอยว่าซีรีส์เรื่องนี้ดึงดูดใจมากพอให้นำมาเล่าผ่านเรื่องราวความสัมพันธ์อลเองของ “โซฟี” และ “แม็กซ์” ที่เราไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นคู่รักใดๆ เพราะจุดเริ่มต้นและการดำเนินความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยังอยู่ในภาวะสับสนอลหม่าน ท่ามกลางเรื่องราว ที่ต้องบอกว่านี่คือซีรีส์ตลกที่เล่าได้อุกอาจอย่างมาก

“Love & Anarchy” หรือในชื่อสวีเดน Kärlek och anarki เล่าเรื่องของ “โซฟี” หญิงวัยเกือบสี่สิบ
อาชีพที่ปรึกษาทางธุรกิจ และในอีกบทบาทคือภรรยาแสนน่ารัก และคุณแม่ลูกสองที่มีชีวิตรูทีน ทำงาน ดูแลครอบครัว อยู่กินกับสามีที่มีกรอบชีวิตเป็นแบบแผน พร้อมกับคอยดูแลลูกสาวคนโตแสนฉลาดที่มีความคิดเป็นผู้ใหญ่สนใจแนวคิดต่างๆ ทางสังคม ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้รับอิทธิพลมาจากคุณตา พ่อของโซฟีที่เป็นนักอุดมคติต่อต้านทุนนิยมสุดโต่ง ทั้งยังมีอาการป่วยทางระบบประสาทด้วย

Advertisement

ชีวิตของโซฟีจึงหมุนไปตามผู้คนรอบตัว จนไม่ได้หันกลับมามองหรือเพ่งถึงความต้องการของตัวเองเลย

กระทั่งโซฟีไปรับงานที่ปรึกษาทางธุรกิจให้สำนักพิมพ์มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งที่กำลังประสบชะตากรรมทางการเงินร่อแร่และต้องปรับโครงสร้างธุรกิจเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลเพื่อให้นักลงทุนสนใจเข้าซื้อกิจการ ที่นั่นเธอได้พบกับพนักงานไอทีฝึกหัด “แม็กซ์” หนุ่มวัยรุ่นบุคลิกนิ่งเงียบแต่ดูกวนประสาทกันตั้งแต่แรกพบ

เรื่องราวอลเวงของ “โซฟี” และ “แม็กซ์” เกิดขึ้นจากการเริ่มต้น “ท้าทายซึ่งกันและกัน” ในเกมที่ดูไร้สาระด้วยการที่อีกฝ่ายจะแกล้งตั้งโจทย์ให้อีกคนต้องยอมทำอะไรพิเรนทร์ในที่สาธารณะ ซึ่งเมื่อสลับกันท้าทาย และเกมก็เริ่มเพิ่มระดับความแผลงความประหลาดขึ้นมาเรื่อยๆ จนเกมของพวกเขาก็ไปกระทบโดยอ้อมถึงเพื่อนร่วมงาน ชีวิตส่วนตัวของทั้งคู่ลามไปถึงความเป็นความตายของสำนักพิมพ์

แต่บนความวินาศสันตะโรที่ดูไร้สาระนั้นมันกลับส่งผลทางจิตใจให้ “โซฟี” ต้องกลับมาทำความเข้าใจตัวเองใหม่ มองชีวิตและสิ่งรอบข้างของตัวเองใหม่ และตั้งคำถามอีกครั้งกับชีวิตของเธอ

การเข้ามาของ “แม็กซ์” จึงไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์เสน่หาที่ล่อแหลม เล่นเกมท้าทายกันไปมาจนเหมือนตกหลุมรักกัน แต่เนื้อแท้มันคือแรงผลักให้โซฟีต้องตระหนักและมองเข้าไปในตัวตนของตัวเองที่แท้จริงว่าเธอกำลังใช้ชีวิตอย่างที่เคยใฝ่ฝันไว้หรือไม่ และก็เริ่มเข้าใจได้ว่านี่ไม่ใช่ชีวิตที่เธอต้องการเสมอไป เธอทำบางอย่างไปตามขนบระบบสังคมแค่นั้นหรือไม่ ซึ่งในซีรีส์จะมีวิธีทำให้โซฟีเข้าสู่ภาวะความตระหนักได้เป็นห้วงๆ จนมาถึงในท้ายซีซั่น

ต้องบอกว่า “Love & Anarchy” เป็นซีรีส์ที่มีวิธีเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ในแบบที่หาดูยากเรื่องหนึ่งในมหาสมุทรซีรีส์ที่มีอยู่ขณะนี้ ด้วยเรื่องราวที่ทำหน้าที่ออกมาได้แบบไม่สนสายตาบรรทัดฐานสังคม จนมีนักวิจารณ์ต่างประเทศถึงกับแซวว่า ใครที่คิดจะดูซีรีส์เรื่องนี้ควรจะดูคนเดียว

นี่เป็นซีรีส์ที่เปิดเปลือยพฤติกรรมเสี่ยงๆ และเรื่องราวตลกที่แปลกแปร่ง แต่กลับมีสารที่พูดชัดเจนไม่เสแสร้งที่จะเล่า ทั้งยังเล่าไปอย่างซื่อสัตย์ และอิสระอย่างมาก ระหว่างทางเราจะเห็นถึงเรื่องราวที่เล่นกับประเด็นที่ท้าทายหลายสิ่งหลายอย่างตามบรรทัดฐานของสังคม และหลายเรื่องก็ทลายข้อจำกัดมันไปซะเลยด้วยซ้ำ ซึ่งความดีงามหนึ่งต้องยกให้การแบ่งปันเคมีที่ยอดเยี่ยมหว่างนักแสดงนำหลักสองคนของเรื่องที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีความหลักแหลมบนความบันเทิง

นอกจากนี้ “Love & Anarchy” ยังมีแง่มุมแตะถึงประเด็นทางสังคมและยุคสมัยได้อย่างเนียนๆ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์เชิงเสน่หาของคนต่างวัยระหว่างโซฟีและแม็กซ์ ความคิดของคนในที่ทำงานต่างเจเนอเรชั่น ไปจนถึงการพูดถึงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสำนักพิมพ์สู่ความเป็นดิจิทัล การปะทะกันของความคิดเก่าและความคิดใหม่ ทุนนิยมหรือรัฐสวัสดิการ และประเด็นประเภท Political Correctness (PC)

หลายอย่างในซีรีส์เรื่องนี้กำลังพูดถึงชีวิตผู้คนที่ร่วมสมัยเอามากๆ และแน่นอนเพ่งไปที่กลุ่มคนที่ทำงานใช้ชีวิตในเมืองหลวงอันวุ่นวายในกิจวัตรประจำวัน พร้อมกับตั้งคำถามต่อความดิ้นรนในชีวิตคนเมืองว่าทุกวันนี้เราเป็นใคร เราอาจไม่ใช่คนอย่างที่เราคิดมาทั้งชีวิตก็ได้ วันนี้เราภูมิใจกับอะไร กำลังหวาดกลัวอะไร และถ้าคุณมองเห็นหรือรู้แล้ว คุณกล้าจะเปลี่ยนมันไหมทั้งที่ผลลัพธ์ที่ตามมามีราคาที่ต้องจ่ายทั้งในชีวิตส่วนตัวและสังคมก็ตาม แต่ในเมื่อมันคือตัวตนจริงๆ ของคุณ คุณจะเลือกอะไร…

ภาพประกอบ Youtube Video / Netflix