ไม่ใช่แค่สวย นางเอก ‘ฟิล์ม-ฉัตรดาว’ เผยเคล็ด เรียนยังไงได้เกียรตินิยมอันดับ 1 จากจุฬาฯ

ต้องบอกว่าไม่ได้มีดีแค่สวยสำหรับนางเอกวิกหมอชิต ฟิล์ม-ฉัตรดาว สิทธิผล ที่มีดีกรีระดับเคยเข้ารอบ 18 คนสุดท้ายเวทีนางสาวไทยปี 2555 พร้อมกันนั้นช่อง 7 ก็ยังเห็นแวว นำมาปั้นเป็นนางเอกใหม่ มอบละครให้แสดงทีเดียวถึง 3 เรื่อง คือ ‘อกธรณี’ , ‘โซ่เสน่หา’ และ ‘ลูกหลง’ เพราะในแง่การเรียนเธอก็สามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาครองได้ โดยจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในวันที่ 20 ตุลาคมนี้

โดยนางเอกวัย 23 ปี ให้สัมภาษณ์ ‘มติชนออนไลน์’ หลังเสร็จจากพิธีซ้อมรับปริญญาที่หอประชุมจุฬาฯ ในช่วงบ่ายวันนี้ ( 1 ตุลาคม) ว่า ดีใจที่มีวันนี้ ส่วนที่สามารถทำคะแนนดีจนได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ได้น่าจะเป็นเพราะตั้งใจกับเรื่องเรียนมาก รวมทั้งยังพบวิธีเรียนที่เหมาะกับตัวเอง

“ต้องหาวิธีที่เหมาะกับเราให้เจอ บางคนเรียนดีได้จากการอ่าน แต่ตัวเรามีเทคนิคเรียนดีจากการฟังกับลงมือปฏิบัติ เพราะฉะนั้นตอนเรียนจะตั้งใจฟังอาจารย์มาก พยายามจดอะไรที่อาจารย์บอก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอะไรก็ตาม และที่สำคัญคือก่อนสอบจะทำสรุปให้ตัวเอง ทำช็อตโน้ตสั้นๆ จะได้รู้ว่าความรู้ที่เราได้มามีอะไรบ้าง และตรงไหนที่น่าจะออกสอบ” ฟิล์มซึ่งจบเอกภาษาอังกฤษและจิตวิทยากล่าว

ฟิล(์มก

นางเอกสาวยังเล่าด้วยว่าก่อนจะพบว่าตัวเองเหมาะกับวิธีดังกล่าวก็ได้ลองวิธีอื่น เช่น อ่านหนังสือเยอะๆก่อนสอบ แต่พอเปลี่ยนแนวมาใช้วิธีตั้งใจฟังตอนเรียนและจดช็อตโน้ตตั้งแต่ช่วงเรียนมัธยมปลายเป็นต้นมา กลับรู้สึกว่าสามารถเข้าใจได้มากขึ้น

“จริงๆไม่ได้เป็นคนเรียนเก่งนะคะ แต่มีความพยายามมากกว่า รู้สึกว่าคนเราจะประสบความสำเร็จไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าเรียนเก่งอย่างเดียวแล้วจบ เพราะถ้าไม่ใส่ใจคงไม่ได้ เกียรตินิยมที่ได้มาก็เหมือนเป็นรางวัลของความตั้งใจมากกว่า”ฟิล์มกล่าว

ในงานรับปริญญาซึ่งปกติมักจะมีผู้มาแสดงความยินดีด้วยการมอบดอกไม้หรือให้ของขวัญนั้น ฟิล์มบอกว่าสำหรับเธอถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะขอเปลี่ยนของเหล่านั้นเป็นเงิน เพื่อนำไปมอบต่อให้เด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

ฟิล(์มกก


“ก็บอกเพื่อนๆ และขอให้คุณแม่ประกาศในเฟซบุ๊คว่าอยากขอรับเป็นเงินทำบุญ เพราะตอนที่ไปฝึกสอน ได้อยู่กับเด็กเยอะ เพราะสอนภาษาอังกฤษด้วย เป็นครูแนะแนวและครูประจำชั้นด้วย เห็นว่ามีเด็กหลายคนที่ขาดโอกาส ขาดแคลน และแม้ครอบครัวเราจะไม่ได้ร่ำรวย แต่อีกหลายครอบครัวก็ลำบากกว่า เลยคิดว่าเอาไปใช้ประโยชน์ตรงนี้ดีกว่า” ฟิล์มกล่าว และว่าที่ตั้งใจไว้คือจะนำทั้งเงินที่มีคนมอบให้ในโอกาสนี้ รวมถึงเงินส่วนของตนอีกจำนวนหนึ่งสมทบกัน

เจ้าตัวยังบอกอีกว่า ณ ขณะนี้นอกจากการทำงานซึ่งมีละครที่กำลังถ่ายทำอยู่ 3 เรื่องแล้ว ตนยังเรียนต่อปริญญาโทคณะจิตวิทยา ที่จุฬาฯด้วย

“ที่เรียนเพราะรู้สึกว่าคนเราไม่ควรจะหยุดหาความรู้ให้ตัวเอง เพราะวันหนึ่งในอนาคตก็อาจจะเอาความรู้่ที่ได้ไปใช้ และที่สำคัญอีกอย่างคือสาขาที่เรียนกับงานการแสดงมีส่วนเกี่ยวข้องกัน เป็นการเรียนเรื่องพฤติกรรมมนุษย์ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ให้รู้ว่าในสถานการณ์หนึ่งๆที่เกิดขึ้นคนเรามีการตอบสนองต่อสถานการณ์นั้นยังไง เพราะอะไร ทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของคน และเอาไปปรับใช้ในการแสดง ทำให้เข้าใจตัวละครมากขึ้น”

 

 

 

ขอบคุณภาพบางส่วนจาก @chartmakeup

บทความก่อนหน้านี้ด่านหินนายกฯ โดย จำลอง ดอกปิก
บทความถัดไปรบ.หนุน ขสมก. ซื้อรถเมล์ใหม่ 489 คัน เน็ตฟรี-รองรับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ปี’60ได้ใช้