‘ศรีศักร’ แนะทางออกปม ‘พระธาตุศรีสองรัก’ ชี้จะให้เป็นวัดก็ไม่ว่า แต่อย่าไปยุ่งกับที่ดิน ยันเป็นเรื่องผี ไม่ใช่พุทธ
สืบเนื่องกรณีนายกิตติพันธ์ ปฐมชัยเกียรติ ไวยาวัจกร ผู้รับมอบอำนาจจากวัดพระธาตุศรีสองรัก อ.ด่านซ้าย จ.เลย ฟ้องร้องกรมที่ดินเป็นจำเลยที่ 1 อธิบดีกรมที่ดินเป็นจำเลยที่ 2 และสำนักงานที่ดินจังหวัดเลย สาขาอำเภอด่านซ้าย เป็นจำเลยที่ 3 ขอให้เพิกถอนหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) เนื้อที่ 106 ไร่ 3 งาน 91 ตารางวา ที่ออกให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ร่วมกัน โดยอยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากออกทับที่ดินของวัดพระธาตุศรีสองรัก เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2564
ศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์ชื่อดัง เจ้าของรางวัลฟูกุโอกะ กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ของศาลผีประจำเมือง ควรมีการชี้แจงให้ภาครัฐเข้าใจว่านี่คือเรื่องของผีเมือง แต่ถูกมองเป็นเรื่องของพุทธ มองเป็นพื้นที่วัด รัฐขาดความรู้ หากจำไม่ผิด มีศาลผี 2 แห่งในบริเวณดังกล่าว ต้องมีการอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน
“ที่ผ่านมา การขึ้นทะเบียนเป็นวัดเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจ เพราะเป็นเรื่องผี ไม่ใช่พุทธ ตรงนั้นมีผีเมือง ชาวบ้านเป็นฝ่ายถูก ราชการไม่รู้เรื่อง ต้องมีการทำความเข้าใจเสียใหม่ การอ้างศิลาจารึกพระธาตุศรีสองรักก็สะท้อนถึงความไม่เข้าใจ ข้อความในจารึกก็ไม่ได้บอกว่าเป็นวัด แต่เป็นการกล่าวถึงการสร้างพระธาตุศรีสองรักขึ้นมา ส่วนทางออกของเรื่องนี้ คิดว่าทางการจะคงไว้เป็นที่วัดก็ได้ แต่อย่าไปยุ่งกับที่ดิน ให้เคารพความเชื่อเรื่องผีของชาวบ้านเท่านั้นเอง” ศาสตราจารย์ศรีศักรกล่าว
ทั้งนี้ พระธาตุศรีสองรัก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2103 กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสําคัญของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 75 วันที่ 8 มีนาคม 2478 รูปแบบสถาปัตยกรรม เป็นเจดีย์ศิลปะล้านช้าง ตั้งอยู่บนฐานเขียงเตี้ย รองรับชั้นบัวคว่ำบัวหงายแบบย่อ มุมไม้สิบสอง โดยทําส่วนมุมให้ตวัดงอนขึ้น ถัดขึ้นไปเป็นองค์ธาตุทรงบัวเหลี่ยม ตกแต่งมุมด้านล่างทั้งสี่ด้านขององค์ธาตุด้วยกาบลายสามหยักและขมวดก้นหอย เหนือขึ้นไปเป็นส่วนยอดเรียวแหลมประดับด้วยฉัตรและเม็ดน้ำค้าง ประวัติการสร้าง ปรากฏในศิลาจารึกพระธาตุศรีสองรัก กล่าวถึงเหตุการณ์ใน พ.ศ.2103 ซึ่งมีการประกาศราชไมตรีและปักปันเขตแดนระหว่างพระมหากษัตริย์ 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ กษัตริย์อยุธยา กับ พระไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีสัตนาคนหุต (ล้านช้าง) นิมนต์มหาอุบาลี มหาเถรวิริยาธิกมุนี และพระสงฆ์อีก 10 รูป พร้อมเชิญมหาอุปราชและเสนาอำมาตย์ของทั้งสองอาณาจักร มาร่วมพิธีกระทำสัตยาธิษฐาน แล้วทรงร่วมกันสร้างพระเจดีย์ศรีสองรักไว้เป็นสักขีพยาน
กระทั่งเมื่อ พ.ศ.2558 ชาวบ้านหลายร้อยรายเคยร่วมกันคัดค้านการรังวัดที่ดิน ‘พระธาตุศรีสองรัก’ มาแล้วครั้งหนึ่ง

