เล่าหนัง : Lords of Scam แก๊ง 18 มงกุฎ ต้นตำรับโกง‘คาร์บอน’ลดโลกร้อน

ก่อนจะเข้าเรื่องราวในภาพยนตร์สารคดีฝรั่งเศสเรื่อง “Les rois de l’arnaque” หรือในชื่อภาษาอังกฤษ “Lords of Scam” ที่เน็ตฟลิกซ์ใช้ชื่อภาษาไทยเข้าใจง่ายๆ ว่า “ราชา 18 มงกุฎ” ต้องมาทำความเข้าใจที่มาที่ไปที่เป็นข้อมูลพื้นฐานกันก่อน ถึงจะดูสารคดีเรื่องนี้ได้สนุก และมองให้เห็นว่าปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่โลกเรากำลังวิตกกังวลว่าจะส่งผลต่อวิกฤตภาวะโลกร้อนนั้น ทำให้เกิดขบวนการต้มตุ๋นฉ้อโกงระดับชาติและกระทบถึงภูมิภาคยุโรปได้อย่างไร

ต้องย้อนกันไปตั้งแต่ปี 2540 ที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น มีการประชุมใหญ่สหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ นำมาสู่ “พิธีสารเกียวโต” ที่สาระสำคัญ คือการกำหนดเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะในประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก และประเทศพัฒนาแล้วจะต้องลดการปล่อยก๊าชเรือนกระจกลง โดยจะมีการออกกฎหมายกำหนดระดับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในแต่ละปี รวมทั้งเริ่มใช้มาตรการทางภาษีและโทษปรับกับผู้ที่ปล่อยก๊าชเรือนกระจกเกินระดับที่กำหนด

“พิธีสารเกียวโต” กำหนดกลไกต่างๆ ที่จะช่วยแต่ละประเทศในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ หนึ่งในนั้นคือ “กลไกการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก” โดยคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกตีราคาเป็นเงินเพื่อให้สามารถซื้อและขายเครดิตที่ได้จากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ โดยแนวคิดนี้เพื่อช่วยให้แต่ละประเทศ และองค์กรธุรกิจต่างๆ มีหนทางชดเชยคาร์บอนได้ กรณีที่ไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมาย ก็ไปใช้วิธีหาซื้อเครดิตคาร์บอนเพิ่มจากตลาดซื้อขายคาร์บอน ซึ่งมีผู้ขายนำเครดิตชดเชยคาร์บอนของตัวเองที่เป็นส่วนเกินไปเสนอขาย

แนวคิดนี้เกิดเป็นรูปธรรมในสหภาพยุโรป มีการใช้รูปแบบการซื้อขายโควต้าคาร์บอนขึ้นมา ที่ด้านหนึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมช่วยแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ แต่ด้วยความเป็นเรื่องใหม่ในระยะแรกๆ มันจึงได้กลายเป็นช่องโหว่ และสบโอกาสของคนที่หาทางฉกฉวย

ประเด็นหลักของภาพยนตร์สารคดี “Lords of Scam” ได้ถ่ายทอดให้เห็นขบวนการ 18 มงกุฎ ที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศสช่วงปี ค.ศ.2008-2009 มีการแสวงหาความร่ำรวยจากการ “ยักยอกภาษีมูลค่าเพิ่ม” ในการ “ซื้อขายโควต้าตลาดคาร์บอน” ผ่านกระบวนการตั้งบริษัทบังหน้า บริษัทนอมินี บริษัทปลอม ปั้นบัญชีนอกประเทศจำนวนมาก หลอกลวงธนาคารพาณิชย์ แล้วทำการซื้อขาย ใช้ช่องโหว่ของกฎหมายโควต้าคาร์บอนระหว่างประเทศในสหภาพยุโรปที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และความที่เป็น “ตลาดซื้อขายรูปแบบใหม่” ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเป็น “การโกงเงินรูปแบบใหม่” ด้วย

จุดเริ่มต้นของสารคดีเรื่องนี้เปิดเรื่องในปี 2020 เมื่อหนึ่งในคนสำคัญของแก๊งต้มตุ๋นชาวฝรั่งเศส “มาร์กโก มูลี” ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ หลังจากเขาถูกลงโทษจำคุกเป็นเวลา 8 ปี จากคดีฉ้อโกงภาษีมูลค่าเพิ่มในตลาดซื้อขายคาร์บอน สารคดีเริ่มเกาะติดชีวิตของเขาหลังออกจากเรือนจำ นั่งสัมภาษณ์พูดคุยและเริ่มประกอบร่างเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นชีวิตวัยเด็ก จนความทะเยอทะยานที่ส่งให้เขาได้ไปรู้จักสมาชิกผู้สมรู้ร่วมคิด และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางตรงและทางอ้อม ก่อนจะเชื่อมโยงให้เห็นว่า แก๊งต้มตุ๋นนี้มีวิธีเคลื่อนไหว วิธีโกง และได้ไอเดียยักยอกภาษีมูลค่าเพิ่มจากตลาดคาร์บอนที่ถือเป็นเรื่องใหม่ในเวลานั้นได้อย่างไรผ่านการจัดตั้งบริษัท หาคอนเน็กชั่นให้มีทุนมาซื้อขาย และฟอกเงินออกไปในตอนท้าย ขณะที่บริษัทตัวกลางซื้อขายคาร์บอนเองก็ยังไม่ทันสงสัยในธุรกรรมเหล่านี้ จนทำให้เครือข่ายของ “มาร์กโก มูลี” และผองเพื่อนร่ำรวยกลายเป็นมหาเศรษฐีเซเลบริตี้กันในชั่วพริบตา

สารคดีเน้นหนักไปที่ชีวิตของ “มาร์กโก มูลี” ที่ทำให้เราเห็นถึงเส้นทางชีวิตของเขาจากชีวิตเด็กหนุ่มทำงานร้านขายเนื้อเล็กๆ ในชานเมืองปารีสทำไมเขาถึงขยับสถานะเข้ามามีเครือข่ายรู้จักผู้คนในแวดวงคนรวย คนดัง เศรษฐี ไฮโซ นักการเงิน นักธุรกิจ ด้วยคาแร็กเตอร์ที่ดูอัธยาศัยดี อารมณ์ขัน ฉลาด มีไหวพริบ ทันเล่ห์เหลี่ยม และกลายมาเป็นเศรษฐีใช้ชีวิตหรูหราออกสื่ออยู่ช่วงหนึ่ง แต่ในอีกด้านเขาคือนักต้มตุ๋นสร้างรายได้จากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เขาพร่ำพูดเสมอในสารคดีว่า สิ่งที่เขาโกงไปนั้นเข้าใจมาตลอดว่ามันคือก๊าซออกซิเจนที่ใช้ในทางการแพทย์ ไม่นึกว่าจะไปเกี่ยวอะไรกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเขาอ้างว่ากว่าจะรู้ว่าสิ่งที่โกงนั้นคืออะไรก็ตอนถูกดำเนินคดีแล้ว

หนังสารคดีเก็บบทสัมภาษณ์และเรื่องเล่าจากหลายแง่มุมของเหตุการณ์โกงภาษีมูลค่าเพิ่มครั้งมโหฬารนี้จากทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ อัยการ ที่ไล่เก็บหลักฐานรวมทุกธุรกรรมต้องสงสัย ตลอดจนหาวิธีสืบต่างๆ เพื่อเอาผิด “มาร์กโก มูลี” พร้อมกับเครือข่าย ตลอดจนพูดคุยกับสื่อมวลชนที่เกาะติดรายงานข่าวสืบสวนสอบสวนในเวลานั้นเพื่อฉายภาพแต่ละจิ๊กซอว์นำมาสู่จุดจบของเรื่องราวที่คดีใช้เวลาสอบสวนอยู่นานหลายปี

คดีนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นของการหลอกลวงในธุรกิจซื้อขายคาร์บอน ซึ่งมีรายงานว่าในตลาดนี้ถูกโกงไปได้ 80-90% ถึงขนาดที่บริษัทที่เป็นตัวกลางซื้อขายคาร์บอนได้รับผลกระทบอย่างหนักจนต้องปิดตัวลงในปลายปี 2012

“มาร์กโก มูลี” และผู้สมรู้ร่วมคิดที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ 12 คน ยักยอกเงินไปได้กว่าพันล้านยูโร และถูกตั้งข้อหาโกงภาษีในกลางปี 2016 โดยทั้งหมดถูกศาลตัดสินให้จ่ายเงินชดใช้แก่รัฐราว 238 ล้านยูโร ขณะที่คาดการณ์ว่าขบวนการนี้ทำให้ประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรปได้รับความเสียหายไปอย่างน้อย 6,000 ล้านยูโร เฉพาะประเทศฝรั่งเศสที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องได้รับความเสียหายไปมากกว่า 1,600 ล้านยูโร

นี่คือหนังสารคดีที่เล่าย้อนไปให้เราเห็นถึงรูปแบบการโกงจากโควต้าซื้อขายคาร์บอน ที่เริ่มต้นของแนวคิดตลาดคาร์บอนอยู่บนเป้าหมายที่ดี แต่มันก็กลายเป็นช่องโหว่ให้เกิดแก๊งต้มตุ๋นขึ้นมาเป็นภัยต่อสังคมได้

การชมภาพยนตร์สารคดี “Lords of Scam” ในแง่หนึ่งมีประโยชน์อย่างมาก เพราะต่อไปสิ่งที่กำลังจะเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องในบ้านเราก็คือ ตลาดคาร์บอนเครดิตที่น่าจะเป็นเทรนด์สำคัญในธุรกิจโลว์คาร์บอน เพราะเป็นหนึ่งในกลไกที่จะช่วยพาประเทศไทยเข้าสู่สังคม Net Zero ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ให้ได้ตามเป้าหมายที่รัฐและองค์กรต่างๆ ประกาศความตั้งใจไว้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon