ขอบคุณที่รักกัน ‘จั๊กจั่น-เค’ ขอจับมือเคียงข้าง-ดูแลกันตลอดไป

10.12.21 | 17:46 น.

ขอบคุณที่รักกัน ‘จั๊กจั่น-เค’ ขอจับมือเคียงข้าง-ดูแลกันตลอดไป

งานหมั้นและงานมงคลสมรสของนางเอกสาว อคัมย์สิริ สุวรรณศุข และหวานใจหนุ่มนักธุรกิจ เค วัฒนา เจริญศักดิ์วัฒนา จัดขึ้นที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ มีการจัดตามธรรมเนียมประเพณีแบบเรียบง่ายและอบอุ่น ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวทั้ง 2 ฝ่าย

โดยมีเหล่าเพื่อนพี่น้องในวงการบันเทิงมาร่วมงาน อาทิ หนิง-ปณิตา, แอฟ-ทักษอร, เกรซ-กาญจน์เกล้า, แกรนด์-กรณ์ภัสสร, วุ้นเส้น-วิริฒิพา, เดียร์น่า ฟลีโป, ไอซ์-อธิชนัน, เอ-ศุภชัย,ใบเตย อาร์สยาม, หยาดทิพย์ ราชปาล, ดาว-พิมพ์ทอง, ป๋อมแป๋ม-นิติ, ตู่-ปิยวดี, มาวิน ทวีผล,พีเค-ปิยวัฒน์ และ โยเกิร์ต-ณัฐฐชาช์ หลังเสร็จพิธีคู่บ่าวสาวได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเผยความรู้สึกในวันนี้ว่า

จั๊กจั่น “วันนี้ตื่นเต้นค่ะ ลุ้นหลังจากที่เคยเลื่อนมาแล้ว ตอนนี้ก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่เพราะตั้งแต่เช้ามารันงานยาวมาเลย”
เค “เจ้าสาวสวยมากครับ สวยที่สุดเลยครับ”

พิธีในช่วงเช้ามีอะไรบ้าง?
จั๊กจั่น “เริ่มจากตักบาตรตอนเช้า แล้วก็ตั้งขบวนขันหมาก พิธีสวมแหวน รดน้ำสังข์ และพิธีรับไหว้”

ช่วงเช้าเห็นเจ้าบ่าวร้องไห้?
เค “น้ำตาซึมๆ เนื่องจากประตูนั้นเป็นช่วงที่เรากำลังเล่นกั้นประตูกัน ซึ่งเป็นประตูสุดท้าย แล้วคนที่กั้นประตูเป็นคนที่สนิทกับจั๊กจั่นที่สุด 2 คน จากก่อนหน้าที่เล่นมาตลอด 10 กว่าประตูจะเป็นเชิงหยอกล้อแซวกันมากกว่า แต่พอมาถึงประตูนี้เราไม่ได้คาดว่ามันจะเป็นประตูที่มีคำถามหรือคำพูดที่แสดงความจริงใจ พี่จ๋าที่เป็นผู้จัดการและพีที่เป็นผู้ช่วยของจั๊กจั่นพูดประโยคที่กินใจเรา เราก็เลยรู้สึกว่าไม่น่าเชื่อเลยจะจะมีคำถามนี้มาหาเราด้วยเหรอ ทั้งสองคนพูดว่าอยากให้คำมั่นสัญญาข้อหนึ่งว่าจะดูแลและรักจั๊กจั่นเหมือนที่เขาสองคนทำกันมาตลอด เลยรู้สึกดีใจที่ทั้งคู่ไว้ใจและเชื่อใจเรา วันนี้ก็จับมือเดินกันมาจนถึงจุดนี้แล้ว รู้สึกมีความสุข น้ำตาแห่งความปิติว่าเราผ่านกันมาได้จริงๆ”
จั๊กจั่น “ขอบคุณมากค่ะ เพราะว่าจริงๆ คู่เราสองคนก็เจอเรื่องราวอะไรไม่น่าเชื่อมาเยอะ ขอบคุณที่เรายังจับมือกันตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้แน่นไม่ปล่อย ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ต่างๆ มันก็เป็นอุปสรรค สำหรับเราเรื่องความรักก็คือเรื่องที่เคยผิดหวังมาและเป็นปัญหาใหญ่ของตัวเองที่ทำให้เกิดความกังวล แต่กับข่าวที่ออกมามันก็ไม่ใช่เรื่องจริง เราเองมั่นใจในตัวเค เลยคิดว่าเราจะต้องก้าวข้ามผ่านมันให้ได้ ความจริงก็คือความจริง ยังไงทุกคนก็ต้องรู้ในวันหนึ่ง ดีใจที่ผ่านมาได้”

Advertisement

รู้สึกอย่างไรที่ผู้ชายคนนี้อยู่เคียงข้างเรามาตลอดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น?
จั๊กจั่น “จริงๆ ก็สงสารเพราะเขาไม่ใช่คนที่อยู่ในสื่อ แล้วต้องคอยมาตอบคำถามอะไรเหล่านี้ แล้วก็เรื่องราวที่เป็นเรื่องส่วนตัวในอดีตเป็น 10 ปีจะต้องถูกเป็นที่พูดถึงของคนอื่น เขาอาจจะไม่ได้ชิน เราก็เกรงใจเขาและครอบครัวเขามาก ต้องบอกว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่เรา เราโตมาคนละครอบครัว ต่างคนก็ต่างเลี้ยงมาคนละแบบ พอมาถึงจุดนี้ก็อยู่ที่เราต้องจับมือเดินด้วยกันไปข้างหน้าแล้วอาศัยความรักความเข้าใจ”

ฝ่าฟันมรสุมกันมาขนาดนี้ พอถึงวันนี้ต่างฝ่ายมีคำมั่นสัญญาอะไรให้กันและกันไหม?
เค “ผมจะคอยบอกเขาตลอด ตั้งแต่เล่นละครแล้วครับ กลับบ้านมาเจอเราอาจจะมีความเครียดติดมาด้วยเนื่องจากงานและบทที่ได้รับ แรกๆ เราไม่เข้าใจว่าอาชีพนี้มันคืออะไรยังไง อยู่ด้วยสักพักเริ่มเรียนรู้และสัมผัสถึงได้เข้าใจว่าจริงๆ แล้วเขาต้องการพื้นที่เงียบๆ เราก็แค่บอกเขาว่ามีอะไรก็คุยกับเรานะ เรารับฟัง…แล้วมันก็ค่อยๆ ออกมา หมายถึงสิ่งที่อยู่ข้างในระบายออกมา แล้วเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนตัวเอง ปรับตัวเอง และเรียนรู้กัน เขาบอกว่าไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรืออะไรก็แล้วแต่ เราก็ใช้ความเข้าใจและคุยกัน ปรับทัศนคติเข้าหากันครับ”

เรามีสัญญาอะไรให้เคบ้าง
จั๊กจั่น “ก็สัญญาว่าจะดูแลกันและกันอย่างนี้ตลอดไป และถ้าเรามีอะไร เพราะว่าเราโตมาคนละแบบเนอะ อาชีพเราก็คนละแบบกันเลย มีอะไรก็พูดคุยกัน ปรับความเข้าใจกัน”

วันนี้ต้องอยู่ในฐานะสามี-ภรรยากันแล้ว เริ่มคุ้นหรือยัง
จั๊กจั่น “ก็เริ่มคุ้นแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพ.ค.ก็จดทะเบียนไปแล้วเพื่อเอาฤกษ์ หลายๆ คนก็จะแซวว่าตั้งแต่ตอนนั้นก็เหมือนแต่งแล้วแหละ แต่จั่นก็รู้สึกว่าเราก็ผู้หญิงเนอะ ก็อยากจัดงานแต่งก่อน คือเรายังไม่ได้แต่ง แต่ก็เริ่มชินแล้วค่ะ เพราะว่าไปไหนคนก็จะมีแซว”

ตอนนี้เปลี่ยนนามสกุลหรือยัง
จั๊กจั่น “ไม่ค่ะ ใช้เหมือนเดิมค่ะ”

วางแผนชีวิตคู่ยังไง จะมีน้องเลยมั้ย
จั๊กจั่น “ก็คิดว่าจะปล่อยเลยค่ะ เพราะอายุก็สมควรที่จะมีบุตรธิดาได้แล้ว (หัวเราะ) แต่ก็จะลองเป็นไปตามธรรมชาติก่อนค่ะ ถ้าไม่งั้นก็ค่อยว่ากันอีก 1-2 ปี”

เค “ถ้าถามผม ผมอยากมีสองคน เพราะผมมีพี่น้อง จั่นก็มีพี่น้อง แล้วเวลาเรามีปัญหา เรามีความสุข เราแชร์กัน ก็เลยบอกเขาว่าอยากมีสองคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพศแม่ครับ ต้องอุ้มท้อง ผมไม่ได้อุ้มเอง ก็ต้องแล้วแต่เขาครับ (ยิ้ม)”
จั๊กจั่น “จั่นขอลองคนนึงก่อนแล้วกันว่าโอเคหรือเปล่า รอดมั้ย เพราะว่าไม่เคยมีหลาน ไม่เคยมีน้อง ไม่เคยเลี้ยงลูก เคยแต่เลี้ยงในละคร เดี๋ยวรอดูของจริงก่อนว่าจะไหวมั้ย (หัวเราะ) เอาคนนึงก่อนแล้วกัน”

ตอนนี้มีความสุขขนาดไหน
จั๊กจั่น “มีความสุข เพราะว่ามันไม่ใช่แค่เราสองคน แต่ทุกคนมาร่วมแสดงความยินดีกับเรา คนที่เรารัก คนในครอบครัว อย่างเพื่อนๆ พี่ๆ ก็มากันเยอะมาก เราก็ดีใจมากที่วันสำคัญของเรามีพวกเขาอยู่ (ยิ้ม)”
เค “วันนี้มีความสุขมากครับ เพราะอย่างที่จั่นได้เรียนไปเมื่อกี้คือญาติ เพื่อน คนในวงการที่ทำงานกับเขา ของผมก็มีเพื่อนสนิท ครอบครัวมาแสดงความยินดี และดูแววตา ดูท่าทาง ดูทุกอย่างแล้ว คำอวยพรทุกอย่างวันนี้มีความสุขมากจริงๆ น้ำตาไหลตลอด เอาจริงๆ ก็กลั้นอยู่เหมือนกัน ธรรมดาผู้ชายน้ำตามันไม่ควรออกบ่อยๆ ก็พยายามกลั้นอยู่ แต่จริงๆ ผมเป็นคนเซนซิทีฟเรื่องพวกนี้มาก ก็คือความรักน่ะ รักระหว่างคนสองคน รักระหว่างครอบครัว รักระหว่างเพื่อนฝูง มันคือความรักทั้งหมด”

ที่เลือกผู้หญิงคนนี้มาเป็นคู่ชีวิตเราคือจุดไหน
เค “เมื่อกี้ในพิธีพี่พีเคถามเหมือนกัน ผมเรียนอย่างนี้ว่า ปกติผมเป็นคนรักแม่ เวลาเราดูเขา สิ่งที่เขาทำให้เรา โดยที่เราไม่ได้พูดหรือไม่ได้เอ่ยคือการดูแลเอาใจใส่ทุกๆ เรื่องในชีวิต ตั้งแต่ตื่นมาจนถึงนอน ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ใช้ชีวิตของเราไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดอะไร จนถึงวันนึงเขาทำนั่นให้ เตรียมอันนี้ให้ กลับบ้านมาถามว่าเธอจะเอาอันนี้มั้ย พอรู้ว่าเราชอบอันนี้ก็จะไปหามาให้เรารอเลย พอมาถึงมันกลายเป็นความเซอร์ไพรส์ทุกๆ วันครับ ก็เลยรู้สึกว่าจริงๆ ผู้หญิงคนนี้ และที่สำคัญที่สุดคือเขามีหมา มีแมว มีบริวารอยู่แล้ว มันบ่งชี้ได้เลยว่าเขาดูแลได้ดีมากๆ คือหมาแมวนี่ไม่ต่องมีคำถามเลยว่าถ้ามีลูก คุณจะเลี้ยงลูกได้ดีขนาดไหน”
จั๊กจั่น “ก็ประทับใจที่เขาเข้าใจในงาน เข้าใจในอาชีพเรา ก็มีเหมือนกันบางทีบทละครที่จั่นรับหรืองานที่ทำมันค่อนข้างที่จะเครียด บางทีอย่างรายการเดอะเฟซก็ค่อนข้างที่จะเครียด มีบ้างที่ไปลงกับเขา เราก็อยู่ในช่วงปรับตัว จูนเข้าหากัน และอย่างที่บอกเขารักครอบครัวของเขา และเขาก็รักครอบครัวจั่น รักแม่จั่น รักพี่ชายจั่น และรักลูกๆ จั่นด้วย ที่สำคัญคือถามเขาแล้วว่าถ้ามีลูกต้องเลิกเลี้ยงหมาแมวมั้ย เขาบอกไม่ต้อง ตามสบาย อันนี้แฮปปี้ บ้านใหม่ก็จะสร้างห้องใหม่ให้หมาแมว อันนี้ก็แฮปปี้ (ยิ้ม)”

สำหรับงานวันนี้ประทับใจในโมเมนต์ไหนบ้าง
จั๊กจั่น “ประทับใจทุกโมเมนต์เลยแต่ว่าช่วงรดน้ำนี่ก็คือเป็นนักร้องนำตลอด ร้องไห้ตลอด (หัวเราะ) ซาบซึ้งค่ะเพราะว่าเหมือนกับว่าคนที่รักเราเขาก็มาอวยพรเราอะไรแบบนี้แต่ละคนก็ให้คำอวยพรต่างๆ ก็ประทับใจช่วงนั้น(ยิ้ม)”
เค “ประทับใจตั้งแต่เช้าเลยครับ คือมาทางทีมเขาก็ให้มาถ่ายรูปก่อน ซึ่งเราสองคนก็พักผ่อนไม่ได้ดูฉากไม่ได้ดูอะไรเลย กังวลกันสองคนว่า เอ๊ะ จะออกมาดีไหม จะดียังไง จะทำให้ทุกคนประทับใจหรือว่าผิดหวังหรือเปล่า แขกที่มาพอเปิดเข้าห้องไปปุ๊บประทับใจมากคือมองหน้าจั่นแล้วรู้เลยว่าคนเนี่ยมีความสุขแล้วแน่นอน เราก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย ระหว่างพิธีงานก็คือจั่นก็บอกว่ามีคนมาอวยพรมีคนมาร่วมแสดงความยินดี อันนี้แหละครับคือความประทับใจที่มันน่าจะอยุ่กับเราไปตลอด นึกเมื่อไหร่ก็คงจะอมยิ้ม มีความสุข หรือเผลอๆอาจจะน้ำตาคลอเพราะมีความสุขมากเกินไป(ยิ้ม)”
จั๊กจั่น “ทำไมเธอพูดเก่งจัง (หัวเราะ)”

อยากขอบคุณอะไรเคบ้าง
จั๊กจั่น “ขอบคุณที่รักจั่น ไม่ใช่แค่จั่นรักครอบครัว จั่นด้วยแล้วก็ยอมรับในความเป็นเราเป็นตัวเราได้ ก็ของจริงที่พยายามเข้าใจแล้วก็ 3 ปีที่ผ่านมาเราปรับเข้าหากันตลอดเราก็ยังคงต้องเรียนรู้กันต่อไปเรื่อยๆอะไรแบบนี้ค่ะ (ยิ้ม) ขอบคุณที่จับมือกันไว้ไม่ปล่อย รักน้า (หัวเรา)”

เคอยากบอกอะไรจั๊กจั่นบ้าง
เค “ขอบคุณที่รับรักในความเป็นผม เรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิตผมทั้งทุกๆเรื่องแล้วก็เรื่องที่เจออยู่ในปัจจุบันก็เหมือนกันไม่ว่าจะเรื่องงานเรื่องส่วนตัว แล้วก็เรื่องของเราสองคนทักอย่างมันคือเขารับและไปคิดแล้วก็มาคุยกันทุกครั้ง คือเมื่อก่อนอาจจะใช้เวลานานมากกว่าจะคิดแล้วก็มาคุยจนเกิด.. เป็นธรรมดาครับ งอน น้อยใจ แต่เราก็คุยกันแล้วก็บอกว่า มองกัน มันก็มีกันแค่สองคนเนอะ แล้วก็ขอบคุณที่เข้าใจครับ ขอบคุณที่รักผมนะครับ”
จั๊กจั่น “พูดแบบนี้ต่อไปไม่กล้างอนเลย (หัวเราะ)”

ก็จะจับมือกันเดินด้วยกันตลอดไป
จั๊กจั่น “ค่ะ (ยิ้ม)”
เค “ครับ (ยิ้ม)”