‘ดีเจเจ๊แหม่ม’ เล่าวินาทีที่รู้สึกเหมือนจะตาย จนตัดสินใจทำพินัยกรรรม
ห่างหายจากวงการบันเทิงไปพักใหญ่ แต่ล่าสุด ดีเจเจ๊แหม่ม วินัย สุขแสวง ก็มาเป็นแขกในรายการ Z Story Z Holiday ทางช่องอมรินทร์ทีวี โดยเขาเล่าถึงเหตุที่หยุดงานในวงการไปราว 3 ปี ว่าเป็นเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
“เรากลัว ไม่อยากมาเจอคนเยอะๆ”
ทั้งนี้ดีเจเจ๊แหม่มที่ดูออกช้ดว่ามีรูปร่างผอมไปมากบอกว่าน้ำหนักลดไป 15 กิโลกรัม
“ก่อนหน้านี้ทำ if กิน 8 หยุด 16 กินไปกินมาเริ่มสนุก เปลื่ยนเป็น 23 ต่อ 1 คือกินชั่วโมงเดียว”
ใน 1 ชั่วโมงที่กิน เขาเลือกทานบุฟเฟ่ต์เพราะคิดแค่เอาให้คุ้ม กินให้เยอะ
“กินทุกอย่างเพื่อที่จะลากไปอีกวันนึงได้ กินแบบนี้มา 2 ปี จนวันหนึ่งขับรถไปทำงานที่หัวหิน ทำไมหายใจไม่ออก มันหวิว เหมือนจะวูบ ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า จะตายไหม รีบโทรหาครอบครัว แล้วก็ไปโรงพยาบาล ปรากฏว่า มีแต่ไขมันเลว คอเลสเตอรอลสูงทะลุเลย คุณหมอถามว่า มันมาจากอะไร ก็เลยเล่าพฤติกรรมการกิน หมอบอกว่าต้องเปลื่ยนพฤติกรรมใหม่”
เขายังบอกด้วยว่าหลังจากเปลี่ยนมาทานข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผัก น้ำพริก ปลาต้ม ฯลฯ ก็ดีขึ้น แต่กระนั้นก็ตัดสินใจทำพินัยกรรมไว้แล้ว

“จากเดิมแม้เราจะทำ if แต่ดันไปกินแต่ของที่มีแต่ไขมัน ก็คือไม่มีประโยชน์ ตอนนี้กินทุกอย่างปกติ เพียงแต่ไม่กินของทอด หรือของที่ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นของที่วางอยู่ตรงหน้า ถ้านั่งพิจารณาแล้วว่า อันนี้เป็นของไม่มีประโยชน์ เอาออกไปเลย เพราะสิ่งที่มันเครียดมากกว่าคือ เรากลัวตาย ไม่ได้กลัวว่าเราไม่ได้กิน”
สำหรับเรื่องศัลยกรรม ดีเจเจ๊แหม่มยอมรับว่าเป็นคนคลั่งศัลยกรรมคนหนึ่ง ซึ่งบางครั้งพอไปหาแจ้งความจำนงจะทำนั่น นี่ หมอก็ไม่เห็นด้วย
“หมอไม่ทำให้นะ แต่เรามีความอยาก หมอบอกว่า เพิ่งทำอันนี้ไป จะทำแบบนี้ต่อเลยมันไม่ได้ เราก็เลยขอให้ทำอย่างอื่นก็ได้ เปลื่ยนจุดไป”
เขายังได้เผยสาเหตุที่อยากทำศัลยกรรมว่ามาจากความรู้สึกที่ว่าชีวิตของคนเรานั้นสั้นมาก จึงคิดว่าถ้าอยากทำอะไรก็ทำเถอะ
“ต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว เรามีแฟนคนแรก ตอนนั้นดังสุดก็คือการทำจมูก แฟนก็บอกว่า อย่าทำเลย ห้าม จนวันหนึ่งเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เรามองเห็นชีวิตที่จากไปอย่างรวดเร็ว ก็รู้สึกว่าชีวิตมันสั้นมาก เพราะฉะนั้นจะรออะไร อะไรก็ตามที่เป็นความสุขของเรา ทำไมต้องให้คนอื่นมากำหนด เพราะคนกำหนดยังไปแล้วเลย ก็เลยลุกขึ้นมาทำศัลยกรรม”
ที่ทำไปแล้ว ดีเจเจ๊แหม่มบอกว่ามีหลายอย่าง ทั้งทำจมูก 5-6 ครั้ง , ดูดไขมันใต้ตา ,ปลูกผมอีก 8 ครั้ง ,ดูดไขมันโดยการใช้ความเย็นเป็นตัวฆ่าไขมัน โดยค่าใช้จ่ายในการนี้รวมแล้วเกิน 5 ล้านบาท


