เกม ศานติ ออกตัวเรื่องข่าวฉะดารารุ่นน้องกลางกองถ่าย เหตุไม่ยกมือไหว้ แจงข้อเท็จจริง

3.02.22 | 10:43 น.

 

นักแสดงรุ่นใหญ่ เกม ศานติ สันติเวชชกุล ไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ ‘คุยแซ่บโชว์’ ที่ออกอากาศทางช่องวัน 31พร้อมเปิดใจเล่าหลายเรื่องราว ทั้งการงานที่มักจะได้รับแต่บทบาทร้าย ซึ่งเขาบอกว่าความจริงเคยเล่นเป็นพระเอกเหมือนกัน แต่ “รู้สึกว่าหน้าเรามันไม่ใช่พระเอก” ขณะเดียวกันก็รู้สึกบทร้ายสนุก

“มันไม่มีมาด รู้สึกว่ามันเป็นธรรมชาติได้มากกว่า”

ส่วนเมื่อถูกถามว่านอกจากจะร้ายแค่ในจอ นอกจอก็ว่ากันว่าร้ายถึงขนาดเคยฉะรุ่นน้องกลางกองถ่ายมาแล้ว เรื่องนี้เขาปฏิเสธ บอก ไม่ใช่ๆ ไม่ได้ฉะๆ ไม่เคยว่ารุ่นน้องกลางกองเลย คือก็เป็นเด็กรุ่นใหม่คนหนึ่งที่เขามากองแล้วก็แบบ “หวัดดีครับ” หวัดดีใคร”

ไม่ได้ยกมือสวัสดี ?

Advertisement

“ไม่มี พอหลายๆทีเข้าเราก็ขัดใจ คือเราโดนสอนมา เวลาเจอผู้ใหญ่ เจอใครก็แล้วแต่ บางทีแทบจะรุ่นเดียวกันเลย เขาเข้าวงการก่อน เราก็ยกมือไหว้ เรียกพี่ จนกระทั่งทนไม่ไหว แต่ไม่ได้ฉะกลางกอง เดินไปพูดกับเขาสองคน บอกว่าถามหน่อยซิ ที่โรงเรียนไม่ได้สอนหรือคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้สอน ว่าคนไทยต้องไหว้เวลาเจอกัน เขาก็เงียบๆ แต่เราไม่ได้รอคำตอบ ก็เดินไป”

หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนไปเลย เจอเขา หรือเขาไปเจอใคร ก็ยกมือไหว้สวัสดี ก็ดีที่เราพูดไป เขารู้สึกได้ ยังดีกว่าพี่ตุ๊ก ดวงตา ตั้งเยอะ พี่ตุ๊กนี่ดุเลย นี่ฉันแก่กว่าแม่เธออีก ไหว้เป็นมั้ย เจอผู้ใหญ่ไหว้เป็นมั้ย เด็กตาเหลือกเลยอ่ะ”

ครั้นเมื่อถามว่าควรจะสอนเด็กรุ่นใหม่ยังไง เขาก็บอก “ตอนนี้เราคงสอนไม่ได้แล้วมั้งครับ ยกเว้นว่าถ้าสมมติเขาพูดคุยกับเรา บางทีกริยาเขาอาจจะไม่ได้ไหว้ แต่ถ้ามาทำงาน พูดคุยดี อัธยาศัยดี เข้ากันได้ เราอาจจะเตือน ว่าเจอผู้ใหญ่ก็ยกมือไหว้สักหน่อย มันน่ารักกับตัวเราเอง”

ครั้นพิธีกรถามว่าคนที่ไม่ไหว้เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง เกมบอก เป็นผู้ชาย ทุกวันนี้ยังทำงานอยู่ในวงการ

“เป็นคนหล่อ ทุกวันนี้ก็ยังเจอกันอยู่”

สำหรับอีกเหตุการณ์ที่ทำเอากองถ่ายต้องหยุดชะงัก เขาก็ว่าเหตุเกิดเมื่อนานมาแล้ว

“คือคนน่าจะมองว่าเป็นคนขี้วีน ขี้โมโห ไม่เลย ไม่เคยตะโกนด่าเลย มีละครอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่องนั้นเราติดหนวด พระเอกใส่คอนแทคเลนส์ ในเรื่องเขาเป็นลูกครึ่งตาม่วงๆฟ้าๆ พอเรากลับห้องพัก เราก็ดึงหนวด แล้ววางไว้ เช้ามาก็ถือไปด้วย ให้ช่างเขาติด วันหนึ่งพระเอกคอนแทคหาย เหลืออยู่ข้างเดียว เขาก็โทรไปหานักแสดงที่กำลังจะมา ไปจัดการดูคอนแทคสีนี้มาให้ที เราก็บอกว่าหนวดผมก็หาย ไม่รู้แม่บ้านเก็บไปหรือเปล่า  แล้วติดมาเป็นสิบๆฉากแล้ว นี่พูดไปรู้เลยนะ แต่ตอนนี้รักกันนะ พอตอนเช้ามาคอนแทคไม่ต้องซื้อแล้ว หาเจอแล้ว อ้าว! แล้วหนวดเราล่ะ ก็เลยไม่ได้ซื้อ”

“ผมว่าเขาคงไม่ได้เจตนาจะใช้คำพูดนี้หรอก เขาบอกไม่เป็นไรหรอก อันนี้ไม่สำคัญ เราก็ของขึ้น โกรธอยู่ข้างใน แต่ไม่ได้พูด พอไปถึงช่างหน้า ช่างผมมา เราก็หวีผมครึ่งหนึ่ง เหน็บเสื้อครึ่งหนึ่ง ทุกอย่างครึ่งหนึ่งหมด แล้วเดินลงข้างล่าง ตอนนั้นแหละแตกเลย หนเดียวในชีวิต เราก็บอกว่ามึ-ถ่าย ถ้ามึ-ไม่ถ่ายมึ-กับ-ูเป็นเรื่อง เขาก็มาขอร้อง จนผู้กำกับมาถึง เขาก็พยายามแต่ง พยายามเลี่ยง ฉากเดียวผ่าน คนคนนั้นก็ขับรถกลับกรุงเทพฯ ไปซื้อหนวดกลับมา เราก็ไม่รอถ่าย ยกไปอีกวัน ก็พูดกับเขา ว่าผมรู้นะ ว่าบางทีไม่ได้เจตนา แต่ถามว่าผมโกรธมั้ย โกรธ เพราะคำพูดคุณไม่ให้เกียรติผม แล้วผมไม่ขอโทษด้วยนะ”

ส่วนเมื่อถามว่าแล้วได้เคลียร์ใจกับทีมงานไหม เขาก็บอก “ไม่ใช่ทีมงาน บุคคลคนเดียว ไม่เคลียร์ แต่ทุกวันนี้เป็นเพื่อนกันสนิทกัน”

บ่ายวันนั้น เห็นเขานั่งซึมๆ เราก็เดินเข้าไปพูดเลย บอกผมไม่ขอโทษนะ นั่นเป็นหนเดียว ไม่เคยดุเด็ก ไม่เคยดุนักแสดงใหม่ ไม่เคย”

ในรายการเขายังได้เล่าเหตุการณ์ตอนเล่นหนังบู๊แล้วตกหลังม้า จนซี่โครงหัก 7 ซี่ ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่นาน รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อหลายปีก่อน ที่ส่งผลให้กระจกแว่นตาแตกแล้ว แล้วหลุดเข้าไปในดวงตา รวมถึงมีบาดแผลบริเวณใบหน้า ปากฉีก คางฉีก

“เรื่องตาหมอทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าไม่สามารถที่จะผ่าหรือดึง หมอบอกร่างกายจะขับออกเอง ก็รอลุ้นอย่างเดียวว่าอย่าให้ทะลุแก้วตา แล้วมันออกมาจริงๆ ใช้เวลา 2 ปีกว่า ออกมาเป็นสิบชิ้นเลย”

ยังมีอีกหลายเรื่องราวทีเขาเล่าไว้ ฟังได้เต็มๆจาก Youtube Channel : Orange Mama