การสอดแทรกแนวคิดและองค์ความรู้ในเรื่องต่างๆ ผ่านบทเพลงหรือละคร นับเป็น Soft Power ที่ช่วยให้ผู้ชมสามารถรับรู้และเข้าใจสาระต่างๆได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือเรียกว่า “อิน” ได้ง่ายกว่า ดังเช่น ละครเรื่อง “เกมปรารถนา” ที่นำเสนอเรื่องราวของคอนแทร็คฟาร์มมิ่งได้อย่างน่าสนใจ โดยตัวละครที่แสดง เป็นเกษตรกร หรือ ลุงบุญเลี้ยง ฉายภาพมุมมองข้อเสียของระบบคอนแทร็คฟาร์มมิ่งที่เขาเข้าใจ ขณะที่ตัวละครพระ-นางที่เป็นคู่แข่งธุรกิจกันต่างก็ต้องการให้เกษตรกรตัดสินใจทำสัญญาคอนแทรคฟาร์มมิ่งกับบริษัทของตน จึงพยายามแสดงให้เห็นข้อดีของระบบนี้ แม้จะยังไม่รู้ว่าในที่สุดบทละครวางพล็อตเรื่องให้เกษตรกรเลือกทำสัญญากับบริษัทใด แต่ก็ทำให้ผู้ชมหันมาสนใจและพูดถึงระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่งอีกครั้ง
อรรถรสในการดูละครเรื่องนี้จะสนุกยิ่งขึ้น หากผู้ชมได้ทำความรู้จักระบบนี้มากยิ่งขึ้น
มาเริ่มกันที่มุมมองของลุงบุญเลี้ยงที่มองว่าคอนแทรคฟาร์มมิ่งเป็นเรื่องเลวร้าย ดร.วิโรจน์ ณ ระนอง ผู้เชี่ยวชาญด้านคอนแทรคฟาร์มมิ่ง จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI เคยกล่าวถึงประเด็นนี้ว่าเป็นเพียง “มายาคติ” เพราะในความเป็นจริงระบบนี้คือการทำธุรกิจที่มีสัญญาข้อตกลงไว้ล่วงหน้า ภายใต้เงื่อนไขว่าจะขายให้ใคร และมีการกำหนดราคา (แล้วแต่กรณี) เมื่อสัญญานี้เกิดจากข้อตกลงทำสัญญาร่วมกันย่อมไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ขณะที่ระบบนี้เกิดขึ้นมานานนับร้อยปี หากเลวร้ายจริงคงไม่มีระบบนี้อยู่แล้ว แต่คอนแทรคฟาร์มมิ่งยังคงอยู่และกลับเติบโตอย่างมากในปัจจุบัน
ส่วนประเด็นที่มองว่าคอนแทรคฟาร์มมิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกษตรกรนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะปกติเกษตรกรจะไม่รู้ว่าสินค้าของตนจะขายได้ในราคาเท่าไหร่ และไม่รู้ว่าผลผลิตประเภทเดียวกันจะออกมาล้นตลาดขนาดไหน ซึ่งส่งผลถึงราคาและรายได้ที่เขาจะได้รับ แต่ระบบนี้ทำให้เกษตรกรรู้ราคาพืชผลที่จะผลิตตั้งแต่ยังไม่เริ่มผลิต หรือการประกันรายได้ก็มีค่าตอบแทนที่ชัดเจน นี่จึงเป็นการลดความเสี่ยงให้เกษตรกร
อันที่จริง ระบบนี้สามารถช่วยลดความเสี่ยงหลักๆของเกษตรกรได้ถึง 3 ข้อ ได้แก่ 1.) การลดความเสี่ยงด้านการตลาดและราคาผลผลิต ตลอดจนรายได้ของเกษตรกร เพราะผลผลิตทั้งหมดบริษัทเป็นผู้รองรับในราคาที่ตกลงกัน 2.) การลดความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและความรู้ต่างๆ ทำให้เกษตรกรเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพตรงตามที่ต้องการ และ 3.) การลดความเสี่ยงด้านการเข้าถึงแหล่งทุน เพราะระบบนี้สถาบันการเงินให้การยอมรับ ทำให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนในการทำภาคเกษตรได้ง่ายกว่าเกษตรกรอิสระทั่วไป
นอกจากนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ในระบบนี้ไม่ได้ล้มเหลว แต่มีผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ เกษตรกรหลายรายสามารถลืมตาอ้าปากได้หลังเข้าสู่ระบบนี้ ซึ่งมีอยู่ 2 รูปแบบใหญ่ๆ ได้แก่
แบบประกันรายได้ : ซึ่งเหมาะสำหรับเกษตรกรรายย่อย เนื่องจากมีรายได้ค่อนข้างแน่นอน โดยบริษัทจะเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบในการเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดให้ เรียกง่ายๆว่า บริษัทนำทรัพย์สมบัติของบริษัท ทั้งตัวสัตว์ อาหารสัตว์ วัคซีน ต่างๆ ไปฝากให้เกษตรกรช่วยเลี้ยงที่บ้านของเกษตรกร เมื่อสัตว์เติบโตตามที่ตกลงกัน บริษัทก็มารับทรัพย์สินดังกล่าวกลับไป และให้ค่าฝากเลี้ยงตอบแทนแก่เกษตรกร
แบบประกันราคา : เหมาะสำหรับเกษตรกร รายกลางหรือรายใหญ่ ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ และพร้อมที่จะลงทุนเพิ่มขึ้น โดยซื้อพันธุ์ อาหารสัตว์ ฯลฯ และทำสัญญาเรื่องการรับซื้อผลผลิตกับบริษัทในราคาตามที่ตกลงกัน รูปแบบนี้เกษตรกรไม่ต้องเสี่ยงกับการหาตลาดหรือราคาผลผลิตที่ผันผวน และส่วนใหญ่จะมีรายได้ที่สูงกว่าแบบประกันรายได้
สำหรับกฏหมายเกษตรพันธสัญญาที่บทละครพูดถึงก็คือ “พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนา ระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ.2560” ที่ออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 เป็นกฏหมายที่ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาให้มีความเป็นธรรมตามหลักสากล สร้างความไว้วางใจ ความร่วมมือส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในการผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรอย่างยั่งยืน เพื่อจุดประสงค์ให้เกษตรกรมีความมั่นคงทางด้านรายได้ และได้รับการถ่ายทอดความรู้อันจําเป็น ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตที่มีมาตรฐาน โดยมีการควบคุมต้นทุนในการผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตร มีการป้องกันความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร สามารถประกอบธุรกิจโดยได้รับผลิตผลที่มีคุณภาพมาตรฐานตามระยะเวลาที่กําหนดไว้ ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความเข้มแข็งทางธุรกิจของประเทศให้สามารถแข่งขันในตลาดการค้าเสรีได้ต่อไป
จะเห็นว่าระบบนี้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น บริษัทใหญ่ด้านการเกษตรของไทยอย่างซีพีเอฟ ที่นำระบบนี้เข้ามาใช้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2518 ก็ยังปรับปรุงสัญญาคอนแทรคฟาร์มมิ่งให้มีความทันสมัยตามแนวทางสากลของ UNIDROT (The International Institute for the Unification of Private Law) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระทางกฎหมายสากลอันดับ 1 ของโลก เพื่อสร้างมาตรฐานที่ดี โดยมีเกษตรกรเป็นพันธมิตรธุรกิจที่สำคัญ สัญญาดังกล่าวยังได้รับการตรวจประเมินจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่ามีความเป็นธรรม และได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO-Food and Agriculture Organization of the United Nations) นำไปใช้เป็นต้นแบบในการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในหลายประเทศทั่วโลกด้วย ที่สำคัญ ซีพีเอฟยังเป็นบริษัทแรกที่ทำ “ประกันภัยความเสี่ยง” ด้านภัยพิบัติให้แก่โรงเรือนและอุปกรณ์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ของเกษตรกรประเภทประกันรายได้ด้วย
ไม่ว่าบริษัทของพระเอกหรือของนางเอกจะแข่งกันให้ข้อเสนอที่ดีขนาดไหน และบริษัทใดจะได้ทำพันธสัญญากับ “ลุงบุญเลี้ยง” นอกจากจะขึ้นอยู่กับแผนการทำงานร่วมกันแล้วการใส่ความจริงใจให้ สร้างความเชื่อมั่น และมีความซื่อสัตย์ต่อกันและกัน ก็เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ไม่ต่างกับ “คู่ชีวิต” ที่ต้องร่วมลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวและเติบโตเคียงข้างกันไปอีกยาวนาน

