‘นก จริยา’ เปิดสาเหตุไม่ชวนสามี ‘จอนนี่’ มาเล่นละคร-เล่าเหตุการณ์ที่ทำให้เครียดจนผมหงอกแล้วหงอกอีก

16.02.22 | 16:03 น.

‘นก จริยา’ เปิดสาเหตุไม่ชวนสามี ‘จอนนี่’ มาเล่นละคร-เล่าเหตุการณ์ที่ทำให้เครียดจนผมหงอกแล้วหงอกอีก

 

ไปร่วมงานบวงสรวงเปิดกล้องละคร ‘ใต้เงาตะวัน’ ที่เธอรับหน้าที่เป็นผู้จัด จากนั้น นก จริยา แอนโฟเน่ ก็ให้สัมภาษณ์ว่า งานชิ้นนี้มี “ต้นทุนเดิมของเรื่องมาดีเลย” เพราะตอนเป็นหนังสือซึ่ง ปิยะพร ศักดิ์เกษม เขียน ก็มีคนชื่นชอบเยอะมาก พอมาเป็นบทละครโทรทัศน์ คนเขียนก็เติมรายละเอียดเพิ่มให้ทันสมัยและสนุก ขณะเดียวกันยังได้นักแสดงที่มีเคมีที่น่ารัก อย่าง หมาก ปริญ และ โบว์ เมลดา

เธอยังบอกด้วยว่าละครเรื่องนี้ช่อง 3 มีแผนจะส่งออกไปประเทศจีน ซึ่งจะต้องใช้เวลาไปผ่านขั้นตอนการตรวจพิจารณา จึงอยากจะถ่ายทำให้เสร็จในเวลาที่ไม่นานเกินไป เพราะถ้าเป็นไปได้ก็อยากฉายในปีนี้

ส่วนละครเรื่อง ‘สร้อยสะบันงา’ ซึ่งกำลังออกอากาศทางช่อง 3 และเธอเองก็เป็นผู้จัด นก จริยา บอกว่าตอนถ่ายทำเจอสถานการณ์โควิด ทำให้ต้องพักกอง ซึ่งส่งผลถึงค่าใช้จ่าย

“เปิดกล้องวันแรกโควิดค่ะ หยุดค่ะ จะบอกว่าได้กำไรก็คงตอแหล (หัวเราะ) แต่ไม่เป็นไรค่ะ มันกำไรความสุข ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้เรื่องนี้ ก็อาจจะได้เรื่องหน้า เราไม่ได้ทำละครเรื่องเดียวเนอะ เราทำเรื่อยๆ”

Advertisement

ส่วนหนึ่งที่ค่าใช้จ่ายบานปลาย เธอบอกว่าส่วนหนึ่งมาจากการดูแลคน

“เราเป็นห่วงทีม ทิ้งทีมในช่วงหยุดงานไม่ได้ ทุกภาวะ ทุกวิกฤติ ทุกอาชีพเจอหมด ก็ต้องดูแลกันไป แต่บอกน้องๆ ว่าอาจจะดูแลไม่ได้เท่าเดิม แต่เราค่อยๆ ประคับประคองกันนะ มันเป็นเรื่องทั้งให้กำลังใจกัน ทั้งดูแลกันในส่วนของเรื่องค่าครองชีพ เพราะทุกคนเขามีลูก มีครอบครัว เราเข้าใจ ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเราคือทีม”

ขณะเดียวกัน “บางทีมันเป็นการทำงานที่ต้องกลับมาแก้ปัญหา คือถ่ายวันนึงหยุดไป 2 เดือน พอกลับมาก็ต้องรื้อใหม่หมดทุกอย่าง ถ่ายๆ ไปเจอระลอก 3 สถานที่ไม่ให้เข้า ก็ต้องแก้ปัญหาอีก เวลาก็เริ่มจะไม่ทัน คิวนักแสดงก็จะไม่ได้ ก็ต้องแก้ปัญหา อาจจะต้องรวบบทหรืออะไรใดๆ เยอะมากค่ะ ทำงานกันบนวิกฤติที่จะต้องแก้ปัญหากันตลอดเวลา”

เรื่องความกลัวโควิดในระหว่างถ่ายทำ เธอบอกเลยว่าตอนนั้นทุกคนก็มีความกลัว

“คนนั้นฉีดหรือยัง คนนี้ฉีดหรือยัง แล้วพอเข้ากองก็มีข่าวว่าคนนี้ติดนะ คนนั้นมีแววใกล้เคียง แก้ปัญหาอย่างนี้ทุกวัน จนนกโกรกผมเดือนละ 2-3 ครั้ง หงอกแล้วหงอกอีก” เล่าแล้วก็หัวเราะ

“เครียดนะ เพราะถ้ามีใครเป็นอะไรขึ้นมาสักคน เราจะรู้สึกผิดมาก มันเป็นภาวะที่กระอักกระอ่วน แต่เราก็ผ่านมาได้ 2 ปีแล้ว แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่ามันไม่ต่อเนื่องแน่นอน มันไม่สามารถจะสมบูรณ์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ใจเราคิด เพราะทำงานไป แก้ปัญหาไป แล้วบางฉากต้องใช้เอ็กซ์ตร้าเยอะมาก เราก็ปรับให้คนในกองนี่แหละมาเล่น เพราะมันเกิน 50 คนไม่ได้ อะไรต่างๆ กองเราอยู่ในพื้นที่สีแดง ทุกกองที่ถ่ายช่วงนั้นเจอปัญหาหมดค่ะ”

ครั้นเมื่อพูดถึงเรื่องแม้จะกำไรไม่มี แต่เรตติ้งพุ่งแรง “มันก็หายเหนื่อย” คนทำบอก

“ก็มาทดแทนในส่วนของคนทำงานเนอะ พองานได้รับการโอบอุ้มจากคนดู คนดูอิน หรือดูละครเรา เราก็รู้สึกขอบคุณ มีกำลังใจในการทำงานต่อ ไม่เป็นไร คนก็ยังรอดู”

“แต่ในความรู้สึกของคนทำงาน มันอาจจะไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ หรอก เพราะบางอย่างต้องใช้วิธีตัดช่วย ในสิ่งที่มันโดดไป อะไรไป ก็ต้องฝากขออภัยล่วงหน้า ว่ามันเป็นการทำงานท่ามกลางวิกฤติจริงๆ แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุด”

ในส่วนของนักแสดงนำ คือ นาย ณภัทร เสียงสมบุญ กับใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ นั้น นก จริยา บอกว่า เหตุผลที่นำมาแสดงคู่กันไม่ใช่เพราะจะเสิร์ฟความจิ้นให้แฟนๆ แต่เป็นเรื่องความเหมาะสมกับบทบาท

“เราไม่ได้ทำละครเสิร์ฟจิ้นนะ เอาจริงๆ” ยืนยันอย่างนั้น

“แต่เราเองก็เชียร์ ว่าเมื่อไหร่จะเป็นแฟนกันสักที (หัวเราะ) แม่หมู (พิมพกา เสียงสมบุญ) ก็เป็น (หัวเราะ) ซึ่งในความพี่น้อง สองคนเขาก็น่าเอ็นดู ทำงานก็มีความสนิทกัน แล้วเวลาเขาอยู่ด้วยกันมันน่ารัก มันทำให้เราใจฟู แต่ผู้ใหญ่ก็นิสัยเสีย ชอบแอบลุ้น แอบส่อง (หัวเราะ)”

ครั้นถามว่าเป็นผู้จัดมาแล้วหลายเรื่อง คิดจะชวนสามี คือ จอนนี่ แอนโฟเน่ มาร่วมแสดงบ้างไหม

“ไม่ค่ะ ไม่ได้ค่ะ”

“เพราะเดี๋ยวกลับไปตีกันในบ้าน” พูดพลางยิ้ม ก่อนบอกต่อ

“ไม่หรอก แต่ตอนนี้เขาไปทำธุรกิจอย่างอื่นเยอะแล้ว และคำว่าบ้านเดียวกัน นกว่ามันทำงานไม่สนุก เพราะถ้าเขาตื่นสาย ถ้าเขาท้องเสีย มากองสาย เราก็จะหงุดหงิด จะเป็นเรื่องส่วนตัวเข้าไปผสมกับเรื่องงาน และงานนางก็แน่นมาก ทำธุรกิจไปเรื่อยเลย ขี้เกียจขอคิว (หัวเราะ)”

“ขอคิวยาก เดี๋ยวมาทำเป็นเล่นตัวใส่ฉัน สะบัดบ๊อบใส่กันอีก (หัวเราะ)”