จากกรณีการเสียชีวิตของ ต้อย เศรษฐา ศิระฉายา ที่จากไปด้วยโรคมะเร็งปอด ล่าสุดทางด้านครอบครัวได้เปิดเผยผ่านรายการเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เศรษฐาพักรักษาตัวที่บ้าน วันที่จากไปเป็นวันที่หมอนัดเพื่อตรวจดูสภาพร่างกายตามปกติ เพียงแต่จากสภาพร่างกายที่ค่อนข้างอ่อนแรง หมอจึงแนะนำให้แอดมิตเพื่อให้น้ำเกลือ ก่อนจะจากไปในเวลา 04.41 น. เช้าวันที่ 20 กุมภาพันธ์
ด้าน อี๊ฟ พุทธธิดา ผู้เป็นลูกสาวกล่าวว่า ที่ผ่านมาพ่อต่อสู้อย่างเข้มแข็งกับโรคมะเร็งปอด แต่ช่วงหลังอาการแย่ลง หลักๆ คือทานอาหารไม่ได้
เธอยังเล่าด้วยว่า ได้พยายามให้กำลังใจ พูดกับพ่อว่าให้สู้ไปด้วยกัน ซึ่งพ่อก็บอกว่าจะสู้ และก็สู้จริงๆ
บอกด้วยว่า ไม่คิดเลยว่าพ่อจะเสียชีวิต ดังนั้นช่วง 2 วันก่อน พอรู้ว่าหมอนัดจองเตียงไว้ให้ ซึ่งเธอก็เห็นด้วยเพราะพ่อจะได้ไปรับสารอาหาร ร่างกายจะได้แข็งแรงขึ้น เลยบอกพ่อว่าจะไปคุยงานที่เกาะเสม็ด พ่อโอเคนะ
ขณะเดียวกันตามปกติแม่จะคอยเฝ้าดูแลข้างเตียงมาตลอด แต่คราวนี้เธอขอเอาแม่ไปด้วย เพราะเห็นว่าที่ผ่านมาแม่เหนื่อยมามาก อยากให้ได้พักผ่อนบ้าง ไม่คิดจริงๆ ว่าจะเกิดเหตุขึ้น จนช่วงเย็นวันก่อนจะเสียชีวิตก็ได้รับแจ้งว่าความดันของพ่อตกเริ่มตกตั้งแต่ตอนบ่าย คอยติดต่อเช็กอาการตลอด จะกลับก็กลับไม่ได้ เพราะอยู่เกาะเสม็ดต้องรอเรือ
จนกระทั่งตอนตีสองได้รับแจ้งว่าอาการไม่ดี เลยใช้วิธีพูดผ่านทางโทรศัพท์ โดยบอกพ่อว่า พ่อไม่ต้องห่วงอะไรนะ จะดูแลแม่อย่างดี รู้นะว่าหนูรักพ่อมาก
กระทั่งตีสี่เศษๆ พ่อก็จากไปอย่างสงบ
อี๊ฟยังบอกอีกว่า เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว พ่อได้หยุดรับคีโมช่วงระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากก้อนมะเร็งที่ปอดซึ่งเคยมีขนาด 8 ซม. ลดลงมาเหลือประมาณ 4 ซม. แต่ต่อมาหมอตรวจพบว่าก้อนมะเร็งกลับมาโตขึ้น และที่สำคัญได้กระจายไปจุดอื่นเพิ่ม โดยจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ ต่อมหมวกไต จึงต้องกลับไปรักษาด้วยการให้คีโมอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีอาการแพ้คีโมมากกว่าครั้งแรก ทำให้ทานอาหารไม่ได้ น้ำหนักตัวลดเหลือแค่ 50 กิโลกรัม ต้องให้อาหารทางสายยาง
ทั้งนี้ เศรษฐาเคยให้สัมภาษณ์ช่วงรักษาตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่า “ไม่กลัวนะ แต่เสียดายกลัวจะไม่ได้เลี้ยงหลาน”
-อ่าน สิ้นอีกหนึ่งตำนาน ‘ต้อย เศรษฐา’ ในวัย 77 ปี หลังรักษาตัวจากมะเร็งปอด
-อ่าน พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ‘ต้อย เศรษฐา’ พรุ่งนี้ สวดพระอภิธรรม 7 คืน ก่อนเก็บร่างบำเพ็ญกุศล 100 วัน

