‘ลอดลายมังกร เดอะ มิวสิคัล’ ร้อยเรียงคุณธรรมสู่คนดู ในแบบที่ทั้งเพลิน ทั้งได้สาระ

‘ลอดลายมังกร’ คือนวนิยายชื่อดังผลงานของประภัสสร เสวิกุล ที่ประสบความสำเร็จและสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วถึง 2 ครั้ง บัดนี้บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ ขอหยิบเรื่องราวสุดประทับใจเหล่านั้นมาถ่ายทอดในรูปแบบละครเวที

โดยเล่าถึงเรื่องราวชีวิตของ ‘เหลียง สือพาณิชย์’ ชาวจีนที่หอบเสื่อผืนหมอนใบอพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ เข้ามาตั้งรกรากที่ประเทศไทย เขารับจ้างทำงานทุกอย่างด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต มีคุณธรรมคอยชี้นำ จนในที่สุดได้กลายเป็นเศรษฐี มีครอบครัวที่มั่นคง

thumbnail_5 (2)

ทว่ากว่าจะมีวันที่ยิ่งใหญ่ได้นั้นเขาต้องผ่านเรื่องราวทั้งร้ายและดีนับไม่ถ้วนที่เข้ามาเป็นบททดสอบ ว่าความดีจะสามารถชนะทุกสิ่งได้ดังที่เขาได้พร่ำสอนลูกหลานไว้จริงหรือไม่

เรื่องราวทั้งหมดถูกเล่าผ่านตัวละครสองคนคือ ‘นภา’ หลานชายของเหลืยง และ ‘นรากร’ ลูกชายคนสุดท้อง ที่ความคิดต่างกันคนละขั้ว นภาเป็นเหมือนตัวแทนของความดี คุณธรรมอันสว่างไสว ขณะที่นรากรเป็นตัวแทนของความชั่วร้ายอันมืดมิด ซึ่งทั้งสองคนจะคอยผลัดกันออกมาเล่าเรื่องในอดีต และโต้แย้งกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเหลียงว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจทำนั้น ดีจริงหรือไม่

thumbnail_11

ทุกฉากทุกตอนล้วนเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและประทับใจ ทำให้ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของครอบครัว ที่แม้จะมีผิดใจกันบ้าง ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นบางครั้ง แต่สุดท้ายแล้วสายเลือดย่อมเข้มข้นกว่าน้ำ เมื่อเราสมัครสมานสามัคคีกัน ความเป็นครอบครัวจึงสมบูรณ์

ขณะเดียวกันก็สอนให้เรายึดถือและเชื่อมั่นในคุณธรรมความดี อย่าหวั่นไหวไปกับสิ่งยั่วยวน หรืออย่าให้สิ่งร้ายๆ มาทำให้เราไขว้เขวออกนอกเส้นทางแห่งความดีงาม เพราะความดีก็คือความดี เหมือนที่โบราณเคยเปรียบเปรยไว้ คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

ฟังดูแล้วยากจะเชื่อแต่ชีวิตของเหลืยงก็พิสูจน์ให้เห็นชัด

น่าชื่นชมที่แม้มีนักแสดงตัวสำคัญหลายชีวิต แต่ก็สามารถถ่ายเทบทได้อย่างเท่าเทียม ไม่มีใครด้อยกว่าใคร ซึ่งแต่ละคนก็ปล่อยพลังงานออกมาอย่างเต็มที่ แม้นั่งดูอยู่ไกลๆ ก็รับรู้ได้ถึงความคิดของเขาขณะนั้น

ที่โดดเด่นอย่างยิ่งคือนก-สินจัย เปล่งพานิช ที่เป็น ‘เหม่ยหลิง’ ที่ดูมีชีวิตชีวา ซึ่งเพียงแค่ฉากแรกที่ออกมาก็สามารถเรียกเสียงปรบมือด้วยความชื่นชมได้อย่างยาวนาน

thumbnail_7

เช่นเดียวกับปุยฝ้าย-ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล ยิ่งวันก็ยิ่งมีฝีมือ

thumbnail_10

ขณะกั้ง-วรกร ศิริสรณ์ ที่พลิกบทบาทเป็นเด็กเอาแต่ใจ แสดงด้านร้ายออกมาได้อย่างไม่มีที่ติ พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาได้สร้างมาตรฐานใหม่ทางการแสดงให้กับตัวเองได้แล้ว

ที่สุดแล้ว ละครเพลงเรื่องนี้ยังมีอีกหลากความประทับใจให้เข้าไปซึมซับ ที่ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง

thumbnail_14

thumbnail_22

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เซ่นผลงานแย่!กุนซือทีมลูกหนังจีนชุดคัดบอลโลกแสดงสปิริตลาออก
บทความถัดไปโฉมใหม่ นิสสัน ‘ไมครา’ ดีเอ็นเอ’อีโคคาร์’