ไก่ วรายุฑ-ดีเจแมน ยก ‘เศรษฐา’ ตัวอย่างใช้ชีวิต ชี้เป็นการสูญเสียสิ่งมีคุณค่าของวงการ

22.02.22 | 19:22 น.

ไก่ วรายุฑ-ดีเจแมน ยก ‘เศรษฐา’ ตัวอย่างใช้ชีวิต ชี้เป็นการสูญเสียสิ่งมีคุณค่าของวงการ

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่ วัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสวดพระอภิธรรมศพวันที่ 2 ของ เศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินรุ่นใหญ่ของวงการบันเทิงไทย

ดีเจแมน พัฒนพล กุญชร ซึ่งไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพเศรษฐา ศิระฉายา ให้สัมภาษณ์ว่า ครอบครัวของตนคุ้นเคยกับเศรษฐามานาน ตั้งแต่รุ่นยาย

“ภาพจำของผม อาต้อยคือคนที่มีศิลปะในการพูด เป็นคนที่น่ารักมากๆกับพี่น้องในวงการบันเทิง รวมถึงคนทั่วไป เป็นคนอัจฉริยะ ในการพูด การสนทนา เป็นไอดอลในการทำพิธีกรของเรา”

เขายังบอกด้วยว่า นอกจากจะได้เจอเศรษฐามาตั้งแต่เด็ก ตนยังสนิทกับอีฟ พุทธธิดา ลูกสาวของเศรษฐา ทุกอย่างจึงทำให้เกิดความรู้สึกผูกพัน

“ผมจะเห็นอาต้อยเสมอในวันสำคัญ วันของครอบครัวเรา โดยเฉพาะยาย แม่ อาต้อยจะเรียกยายว่าแม่ แล้วก็ทำให้หัวเราะ จะเห็นแบบนี้”

Advertisement

ดีเจแมนยังบอกอีกว่าที่ผ่านมาได้ติดตามงานของเศรษฐาตลอด เพื่อศึกษาว่าทำไมผู้ชายคนนี้จึงสามารถอยูบนเวทีโดยไม่เคอะเขิน มีความเป็นธรรมชาติ เป็นสุภาพบุรุษ เป็นตัวอย่างให้วงการบันเทิง

ทั้งนี้ที่ผ่านมาก็ได้ให้กำลังใจอีฟ โดยบอกสู้ๆนะเพื่อน เพราะก็เหมือนอย่างที่เศรษฐาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ ว่าคนที่อยู่ จะรู้สึกคิดถึงมากที่สุด อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าคนที่ยังอยู่จะช่วยดูแลกัน

“วงการบันเทิงก็ไม่ได้กว้างมาก เราก็เป็นหนึ่งในลูกดารา ซึ่งโตมาพร้อมๆกันไม่กี่คน เราก็จะดูแลกันต่อไปในอนาคต ผมว่าอาต้อยไปเป็นเทวดาบนสวรรค์ อาต้อยน่าจะเหนื่อยและเจ็บมากๆ อยากให้อาต้อยได้ไปพักบนฟ้า ผมว่ามีจริง ข้างบนน่ะ อาต้อยไปสร้างเสียงหัวเราะให้กับเทวดา นางฟ้า หรือว่าอาต้อยจะกลับมาเกิดอีก ก็ไม่รู้ แต่อยากให้อาต้อยมีความสุขมากๆ”

ขณะที่วรายุฑ มิลินทจินดา ให้สัมภาษณ์ว่า เท่าที่รู้จักกันมาเศรษฐาเป็นคนตลก อารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี อยู่ด้วยแล้วจะมีเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความสุข และแม้จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ตนเชื่อว่าเขาจะยังอยู่ในใจ

“พี่ต้อยอยู่ในใจ อยู่ในเสียงเพลง ในความรู้สึกของพวกเราทุกคน โอเค อาจจะจากเราไปแต่ร่างกาย แต่จิตใจ หรือหัวใจของพวกเรายังอยู่กับพี่ต้อย คิดถึงเมื่อไหร่ก็ดูรูป คิดถึงเมื่อไหร่ก็เปิดเพลง ก็ได้ยินเสียงพี่ต้อยแล้ว ไปแต่กาย แต่หัวใจของเราของเขาก็ยังรวมกันอยู่ในความเป็นกลุ่ม เป็นพี่น้อง”

วรายุฑยังบอกด้วยว่าตั้งแต่รู้จักกันมา รู้สึกเสมอว่าเศรษฐาเป็นคนดี มีความจริงใจ ไม่เคยโกรธใคร แต่เอ็นดูและรักทุกคน ใครที่มีอะไรไปหารือก็พร้อมให้คำปรึกษา การสูญเสียเศรษฐาจึงเป็นการสูญเสียสิ่งที่มีคุณค่าของวงการบันเทิง