แอนนา เผยคำพูด ผจก.แตงโม หลังทราบข่าวพลัดตกเรือ บอกไม่ต้องให้นักข่าวรู้
กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับนักแสดงสาว แตงโม นิดา พัชระวีระพงษ์ ที่ได้พลัดตกจากเรือสปีดโบ๊ตในแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ล่าสุด แอนนา ทีวีพูล หรือ แอนนา วรินทร หนึ่งในผู้จัดการส่วนตัวและเพื่อนสนิทของแตงโม ได้ออกมาเผยในรายการ เผ็ดมันส์บันเทิง ทางช่อง 8 ว่าเธอทราบเรื่องตอน 5 ทุ่ม ซึ่งก่อนหน้านั้นตอน 3 ทุ่ม 56 นาทีก็ได้แชตคุยกับแตงโมอยู่ โดยแอนนาเล่าว่า
“ตอนนั้นไม่รู้ว่าเค้าอยู่ไหน ไม่รู้ว่าเค้าไปล่องเรือ ตอนประมาณ ห้าทุ่มนิดๆ ก็มีคนโพสต์ว่าแตงโมตกน้ำ เราก็ส่งข้อความกลับไปว่า ฉันขำมากเลยเธอ ข่าวเธอตกน้ำตกได้ยังไง คือเราไม่คิดว่าข่าวแบบนี้มันจะเกิดขึ้นเพราะเราเพิ่งคุยเอง หลังจากที่คุยกันไปก็เลยโทรกลับไปรีเช็กคุยกับผู้จัดการ คือเราจะมีกลุ่มกันซึ่งจะเป็นกลุ่มงาน เราก็เลยส่งเข้าไปในกลุ่มว่าจริงหรือป่าวที่แตงโมตกน้ำ”

แอนนาเล่าต่ออีกว่า “เชื่อมั้ยในกลุ่มชื่อว่า โค้งสุดท้ายของแตงโม แล้วแตงโมเป็นคนตั้งเองนะ เพราะตอนนั้นเราเจอกันตอนเดือนพฤศจิกายนว่าทำไงดีนะ แตงโมไม่มีงานเลย อะไรก็แย่ไปหมด แล้วยังต้องรับภาระในบ้านอีกหลายอย่าง แอนนาก็บอกเอางี้ฉันเป็นพิธีกร งานฉันเยอะ ฉันหางานในออนไลน์ได้มาเดี๋ยวเราทำกลุ่มกัน”
ตอนทราบข่าวว่าแตงโมตกน้ำ แอนนาเล่าว่าได้แชตไปถามในกลุ่มว่านักข่าวโทรมาถาม ข่าวโมตกเรืออันนี้เรื่องจริงหรือเปล่าด้วยเป็นห่วง
“คนที่เป็นผู้จัดการโทรกลับมาเราด้วยน้ำเสียงเหมือนคนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น น้ำเสียงปกติ แล้วก็บอกว่า ตกจริงเธอ ก็เลยถามว่าตกนานหรือยัง ทำไมถึงได้ตก เพราะว่าเพิ่งคุยกันเอง ตกตอนไหน พลาดท่าไหนตก เค้าก็ให้ฟีดแบ๊กกลับมาว่าเธอไม่ต้องรู้เรื่องเยอะนะ เดี๋ยวฉันหาเอง”

ซึ่งแอนนาก็ได้ถามกลับไปว่าทำไมถึงหากันเอง แล้วแจ้งใครหรือยัง ?
“เค้าบอกแจ้งหน่วยกู้ภัยแล้ว หานานแล้วใจคอไม่ดีเลย ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวฉันเข้าไป นางก็ตอบกลับมาว่า ไม่ต้องมาหรอก อยู่บ้านไป มาก็ช่วยอะไรไม่ได้ แล้วไม่ต้องให้นักข่าวรู้ ซึ่งตรงนี้เราไม่เข้าใจว่าทำไม ไม่ต้องให้นักข่าวรู้ เรารู้นิสัยโมไม่ชอบให้เข้ามาจู้จี้จุกจิก แต่ข่าวแบบนี้ เราเชื่อว่าโมต้องไม่ปิดเพราะเค้าต้องการความช่วยเหลือ พอเรารู้ข่าวปุ๊บ เราก็เลยโพสต์ เพื่อให้ทุกคนรู้อย่างน้อยจะได้ให้ทุกคนได้ไปช่วย”
ก่อนจะเผยต่ออีกว่า “บนเรือมี 5 คน แล้วคนที่เราคิดว่าไว้ใจมากที่สุด ก็คือ กระติก แต่พอเป็นกระติกมาพูดน้ำเสียงนิ่งๆ เย็นๆ แบบนี้เราก็เลยเริ่มมันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า มันมีอะไรที่เราไม่รู้หรือเปล่า แล้วทำไมเวลาเราถามจากเพื่อนคนนี้ และคนนี้ทำไมเล่าไม่เหมือนกัน แล้วทำไมต้องเซตกันว่า จะต้องพูดอย่างแบบนี้”

