‘กระติก-ปอ’ เปิดแชตยันชวนมากินข้าวกับเพื่อน โต้หลอก ‘แตงโม’ รับงานเอ็น

28.02.22 | 14:16 น.

‘กระติก-ปอ’ เปิดแชตยันชวนมากินข้าวกับเพื่อน โต้หลอก ‘แตงโม’ รับงานเอ็น

แก๊งสปีดโบ๊ต กระติก, ปอ, แซน และ จ๊อบ ที่อยู่ในเหตุการณ์สลดของ นางเอกสาว แตงโม นิดา มาร่วมรายการ โหนกระแส โดยช่วงนึงได้บอกเล่าถึงประเด็นที่เป็นกระแสว่า มีการหลอกนางเอกสาวว่ามากินข้าวแต่รับงานเอ็นให้จริงหรือไม่

คุณปอมีความสัมพันธ์ยังไงกับแตงโมรู้จักกันมานานแค่ไหนแล้ว

ปอ : ผมเป็นเพื่อนกับคุณแตงโมตั้งแต่ผมอายุ 16 ตอนนั้นผมเริ่มเข้าวงการโมเดลลิ่ง คุณแตงโมกับผมอยู่ในสังกัดโมเดลลิ่งเดียวกัน เวลาเราไปแคสติ้งงานสมัยก่อนก็ไปนั่งรอก็คุยกัน เป็นจุดเริ่มต้นที่เรารู้จักกัน

รู้จักกันในลักษณะที่ไม่เคยจีบแตงโมใช่ไหม

ปอ : ไม่เคยครับ

Advertisement

เรียกแตงโมยังไง

ปอ : มึงกูครับ

เหตุการณ์วันนั้น ที่ชวนแตงโมชวนกระติก ไปชวนกันท่าไหนยังไง

ปอ : เริ่มจากผมกับกระติกเป็นเพื่อนกันอยู่แล้วในเฟซบุ๊ก เห็นกระติกโพสต์นู่นนี่ ผมก็ไปคอมเมนต์โต้ตอบกัน แล้วทักไปในไลน์ ก็คุยกัน ผมก็บอกว่าว่างๆ ชวนเพื่อนเก่ามาเจอกันหน่อยไม่ได้เจอกันมานานแล้ว กระติกก็บอกว่าเดี๋ยวไปก่อหวอดก่อน หลังจากนั้นติกก็มาบอกว่ามีใครมาบ้าง ตอนนั้นมีเพื่อน 4 คน มีกระติก แข โม และเพื่อนติกอีกคน ชื่อน้อยโหน่ง 4 คน คือจุดเริ่มต้น แต่พอก่อนวันที่เราจะไป กระติกบอกว่าแข เป็นผู้หญิงเขาทำร้านอาหารน่าทาน แต่แขมาไม่ได้เพราะติดงานที่เชียงใหม่ ติกเลยบอกว่างั้นชวนแซนมาแทนนะ ก็สรุปว่ามี 4 ท่าน

แชต ปอ-กระติก

หลังจากนั้นคุณไปชวนแตงโมยังไง

กระติก : ก็บอกมึงๆ ไปล่องเรือกันไหม ปอมีเรือ

ขอโทษนะแต่มีคนบอกคุณไปหลอกแตงโมให้ไปขึ้นเรือลำนี้

กระติก : มันเป็นเพื่อนหนู หนูจะไปหลอกมันทำไม หนูไม่เคยหลอกเพื่อน

คุณชวนแตงโมไปลักษณะไหน

กระติก : ก็ชวนไปเที่ยวกับเพื่อน เขารู้จักกันอยู่แล้ว

ที่มีข่าวว่าหลอกแตงโมให้ไปเอ็น

กระติก : หนูมีหลักฐานหมด เพียงแต่ไม่เคยออกมาให้ใครดูไง มีแชตค่ะ

แชต กระติก-แตงโม

(อ่านแชตของปอกระติกต่อ) ตอนนี้มีแนวร่วมคือติก โม แข แล้วขอชวนเพื่อนสาวไปอีกคนไม่แน่ใจว่าปอเคยเจอไหมชื่อน้อยโหน่ง 4 คนนะ แขเขาไม่คุยกับแซนมานานแล้ว โอเคเจอวันไหนดี โอเค ขอเบอร์ เอาเป็นว่าเรื่องการเอ็นคุณตัดทิ้งเลย

ปอ : ครับ

กระติก : ไม่มี

วันเกิดเหตุแตงโมมาลงเรือ คุณไป ขึ้นเรือไปที่แรกไปไหนก่อน

ปอ : ไปเติมน้ำมันตรงท่าเรือ หลังจากนั้นมารับคุณแซน แล้วเดินทางไปทานอาหารกันถึงประมาณ 6 โมงครึ่ง ทานอาหารเสร็จ 2 ทุ่มกว่า ก็เดินทางกลับมาที่สะพานพระราม8

ดื่มไหม

ปอ : ดื่มครับ ขาไปเราดื่มแชมเปญ ที่ร้านอาหารดื่มไวน์ 1 ขวด ขากลับก็ดื่มไวน์

ทำไมตอนลงไปเราไม่ใส่ชูชีพ สังคมถาม

กระติก : หนูไปเที่ยวหนูอยากถ่ายรูป อันนี้ในมุมหนูนะ คือมันลำบากในการใส่ถอด แล้วเราถ่ายรูปกันตลอดเวลา จนเขาทักว่ามานี่ไม่ทำอะไรเลยหรอ ถ่ายรูปกันอย่างเดียว พวกหนูก็ยังขำกันอยู่เลย คือมันไม่สะดวก เราไม่ได้คิดตรงนั้นเรามองว่ามันไม่ใช่บานาน่าโบ๊ท รู้สึกว่ามันไม่ได้อันตราย หนูก็โง่เองที่คิดแบบนั้น หนูก็สะเพร่าเอง ที่ทำให้เกิดอันตรายกับตัวเองหรือคนอื่น ไม่ได้เตือนเพื่อน

แซนก็ไม่ได้ใส่ใช่ไหม ตั้งใจไปถ่ายรูป

แซน : แซนลืมคิดไปเลยว่าต้องเซฟตัวเองตรงนี้ด้วย ความสะเพร่า

ในฐานะเจ้าของเรือไม่ได้บอกทุกคนให้ใส่ชูชีพหรอ

ปอ : ผมไม่ได้คุยประเด็นนี้ แต่เรือผมมีชูชีพเยอะเลย แต่เพื่อนๆ ลงไปถึงผมเรียนตามตรงนะครับถ่ายรูปกันทุกอิริยาบท

ในฐานะเจ้าของเรือเอง คุณลงไปควรให้ทุกคนใส่ชูชีพคุณจะว่ายังไง

ปอ : อันนี้ต้องบอกว่าชูชีพเรามี ผมยอมรับผิดว่า ผมไม่ได้กำกับอย่างดี ผมยอมรับความผิดพลาดเรื่องนี้ครับ

อย่าว่านะ ใช้คำว่าชุ่ยได้ไหม

ปอ : ได้ครับ

หลายคนมองว่าคุณในฐานะเจ้าของเรือ คนชวน เหตุเกิดขึ้นทำให้คนๆ นึงไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว เคยคิดมุมนี้ไหม

ปอ : คิดครับ ถ้าวันนั้นผมไม่ได้ชวนกระติกให้มานั่งเรือ ให้มากินข้าว เหตุการณ์ต่างๆ คงไม่เกิดขึ้น วันนี้ผมรู้สึกผิดและเสียใจกับการที่ผมชวนเพื่อนเก่ามากินข้าว

ถามก่อนว่าไม่ได้แสดงใช่ไหม รู้สึกจริงๆ ใช่ไหม อย่าโกรธกันนะต้องถามแบบนี้

ปอ : ไม่ผิดหรอกที่พี่หนุ่ม หรือประชาชนในโซเชียลจะมีคำถามต่างๆ ว่าผมแสดง แต่ลองกลับไปคิดนะครับว่าถ้าคุณเจตนาไปเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกัน 10 ปี ไปกินข้าวกัน ทุกอย่างพูดคุยกันตลอดเวลา 2 ชั่วโมงอย่างมีความสุข คุณกำลังฟินกับบบรยากาศ หันกลับมาเพื่อนคนนึงหายไปแล้ว ไม่ผิดครับที่หลายคนบอกว่าเสียใจจริงไหม แสดงจริงไหมถ้าคุณไม่เคยเจอกับตัวเอง ผมมั่นใจครับว่าคงไม่รู้ถึงความรู้สึกนี้ มันไม่มีเปอร์เซ็นหรือความรู้สึกว่าอยู่ๆ ดีโลกผมเปลี่ยน จากวันนั้นตอนนี้หลับตาก็เห็นหน้าโม นอนก็ไม่นอนไม่หลับ แถมสังคมตีตราว่าเป็นฆาตกร ผมเครียดมากครับพี่