‘จิตแพทย์’ ชี้ร่วมเจ็บปวดกับผู้สูญเสียไม่ส่งผลดี แนะให้กำลังใจครอบครัว ‘แตงโม’

1.03.22 | 14:09 น.

‘จิตแพทย์’ ชี้ร่วมเจ็บปวดกับผู้สูญเสียไม่ส่งผลดี แนะให้กำลังใจครอบครัว ‘แตงโม’

จากกรณีการเสียชีวิตของ “แตงโม” หรือ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ ในวัย 37 ปี จากอุบัติเหตุพลัดตกเรือเมื่อคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประชาชนร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก และส่วนหนึ่งมีการติดตามข้อมูลข่าวสารเพื่อหาสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้น

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ร่วมจัดรายการวิทยุของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งมีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาเล่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นหลังจากการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เช่น ทุกข์ใจ เศร้า เครียด นอนไม่หลับ ปวดหัว สะเทือนใจ ฯลฯ เมื่อมาดูจะพบว่ากรณีที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นผู้มีชื่อเสียง เป็นที่รักของคนจำนวนมาก เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตอย่างกะทันหัน รวมถึงความไม่ชัดเจนในกรณีที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนเกิดความสนใจมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะต่างจากการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น การเจ็บป่วย ที่สังคมจะไม่ตื่นตระหนกมาก

“ในความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้นทำให้เกิดเป็นประเด็นข้อสงสัย เกิดการหาคำตอบ ก็จะยิ่งดึงความสนใจจากประชาชนมากขึ้น ทุกคนจะรู้สึกมีส่วนร่วม รวมถึงสื่อในยุคปัจจุบันที่เผยแพร่ทุกอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าใครก็ทำหน้าที่สื่อมวลชนได้ เช่น คนอยู่ในที่เกิดเหตุ คนที่เห็นเหตุการณ์เพียงบางช่วงก็สามารถใช้สื่อที่มีในมือออกมาให้ข้อมูลกับสังคมได้ อีกสื่อหลักที่มีการหมุนวนข่าวส่วนนี้ทำให้ประชาชนมีการติดตามได้ตลอดเวลา ทั้งช่วงทำงาน กินข้าว นั่งรถเดินทางในทุกช่วงเวลา” พญ.อัมพรกล่าว

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า สำหรับผู้รับข้อมูลอย่างไม่ระมัดระวัง ไม่มีความพร้อมในการรับข้อมูลก็จะถูกอำนาจของความดึงดูดพาตัวเองเข้าไปในเนื้อข่าวตลอดเวลา ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมไปกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งที่มองแง่บวกหรือลบ ทำให้เกิดความสับสน เกิดความวิตกกังวลต่อเนื่อง บางรายอาจถึงขั้นเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะรบกวนเวลาพักผ่อน คุณภาพการน้อย ซึ่งกระทบสุขภาพกายใจได้ ทั้งนี้ การมีข่าวหมุนวนตลอดเวลาอาจทำให้เกิดการด่วนตัดสินได้ เกิดเป็นความรู้สึกด้านลบในสังคม จึงมีข้อแนะนำว่ากลไกการสอบสวนจะมีผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว เพื่อสะท้อนภาพความจริงที่โปร่งใสมากขึ้น ดังนั้น ประชาชนต้องให้เวลา ขณะเดียวกันก็ส่งกำลังใจถึงคนใกล้ชิด ครอบครัวของผู้เกิดเหตุด้วย ให้พลังบวกแก่กัน

“ทุกคนมีความห่วงใย เห็นใจ แต่การร่วมเศร้าโศก ร่วมโกรธ ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และทำให้จิตใจของเราชะงักด้วย อีกอย่างการร่วมเจ็บปวดกับผู้สูญเสีย ตามหลักจิตวิทยาแล้วไม่ได้ส่งผลดีกับผู้สูญเสีย ครอบครัวของผู้เกิดเหตุมองเห็นความเจ็บปวดของสังคมซ้ำไปมา ก็จะยิ่งตกอยู่ในความรู้สึกด้านลบ ฉะนั้น หากเราอยากให้ทุกอย่างเดินหน้าไปในทางที่ดี ต้องตั้งสติในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ไม่ดึงกันลงไปสู่อารมณ์ด้านลบ” พญ.อัมพรกล่าว

Advertisement