เข้าวงการจากเวทีการประกวด ก่อนจะมีผลงานละครสร้างทั้งชื่อ ได้ทั้งรางวัลมาไม่น้อย สำหรับ เบนซ์ ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ โดยจากบทบาทสาวน้อยเจ้าน้ำตาในวันนั้น วันนี้นักแสดงสาววัย 37 ปี ก็กลายมาเป็นตัวแม่รับบทแซ่บๆ ให้แฟนๆได้ติดตาม
“คือด้วยอายุ ไม่ใช่เด็กใสๆแล้ว ที่จะมารับบท 15-16 เหมือนเมื่อก่อน” บอกหนึ่งในเหตุผลพลางหัวเราะ
ขณะเดียวกันยังรู้สึกด้วยว่า ในฐานะนักแสดง เธอก็ควรต้องเปลี่ยนบทบาทให้คนดูได้เห็นอะไรใหม่ๆ บ้าง
“ต้องเล่นได้ทุกบท และเชื่อในตัวละครที่เราเล่นด้วย” เบนซ์บอก
อย่างไรก็ตามด้วยความแซ่บของบทที่ได้รับ บางครั้ง บางครา ก็ตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จากบางคนที่ ‘รับไม่ได้’ หรือมองว่าแรงไปสำหรับสังคมบ้านเรา
“เบนซ์ว่าอย่าไปมองแค่ฉากฉากเดียว อยากให้ดูตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบเรื่อง”
“ก่อนหน้านั้นไม่ค่อยเจออะไรแบบนี้ เพราะเบนซ์เป็นคนเงียบๆ เล่นละครไป แต่ถ้าคิดบวกมันก็เป็นสิ่งที่ดี ที่ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้นนะ”
แต่ก็อีกนั่นแหละ พูดแบบนี้ อาจโดนตีเจตนาว่า เธอหิวแสง ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่ ก็แค่ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย-แค่นั้น
เบนซ์ยังบอกด้วยว่า ในการทำงานของเธอ ไม่ว่าบทบาทที่ได้มาจะเป็นแบบไหน หน้าที่ของเธอคือถ่ายทอดให้ดีที่สุด
และแน่นอนว่าทุกบทบาทที่เธอเล่นนั้น ‘ยากหมด’
“คือทุกอาชีพมันก็ยากหมดแหละ ต้องใช้ความสามารถของแต่ละงานเหมือนกัน”
“เราก็เหนื่อยนะ ไม่ใช่แค่จูบๆๆๆ แล้วกลับบ้าน”

การอยู่วงการบันเทิงมา 18 ปี แล้วจู่ๆก็โดนกล่าวหาว่าหิวแสง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีแต่ได้รับความชื่นชมในเรื่องของฝีมือการแสดง เป็นสิ่งที่เบนซ์บอกตามตรงว่าเธอรู้สึกงง ไปพร้อมๆกับรู้สึกเสียใจ
“ตอนแรกรู้สึกรับไม่ได้ ก็นอยด์นะ เอาจริงๆก็น้ำตาซึมเหมือนกัน”
ก่อนจะค่อยๆทำใจ ว่า “ใครจะคิดยังไงเราก็ห้ามความคิดเขาไม่ได้”
นอกเหนือไปจากนั้นก็คือการตระหนักรู้ว่า คนเราจะตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้
“เพราะบางคนดูแรงมาก แต่จิตใจดี แต่บางคนดูไม่มีอะไร นิ่งๆ นะแต่ร้ายมาก”
“อันนี้คือจากที่เราเรียนรู้มา”
“แล้วเบนซ์ถามจริงๆ อาชีพแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเราจะเลือกได้ขนาดนั้นเราไม่ได้เป็นตัวเบอร์ใหญ่ ที่สามารถเลือกบท เลือกงานได้ขนาดนั้น”
“แต่ก็ไม่ใช่รับได้ทุกอย่างเหมือนกัน”
โดยหลักในการรับงาน เบนซ์บอกว่าเธอเลือกจากบทที่สนุก มีความสำคัญต่อเรื่องราว ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นนางเอกเท่านั้น
“คือเราก็ไม่ได้ยึดติด แต่ว่าบทที่ได้มายังเป็นตัวนำของเรื่อง บทที่ดีหมด บางทีก็เสียดาย ก็หน้าเลือดแหละ ก็เลยรับ” สารภาพพลางหัวเราะ
เกือบ 5 ปี ที่ผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ เบนซ์บอกว่าเป็นความโชคดีที่มีผู้จัดให้โอกาสและมอบบทดีๆ มาให้ได้โชว์ฝีมืออยู่ตลอด
“มันก็เหมือนการซื้อหวยแหละ” นี่คือในส่วนของโชค
และแน่นอนอีกสิ่งที่สำคัญคือ “เราพยายามพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา”
“ถึงเบนซ์ทำงานมานานแต่ก็ยังเรียนแอ็คติ้งอยู่นะ”

โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่รู้สึกหมดไฟ ซึ่งเป็นการไปเพื่อปลุกไฟในตัวเองให้ลุกโชนอีกครั้ง
“ตอนไปเรียนก็จะเจอรุ่นน้อง ก็จะไปเห็นในมุมของเด็กที่เขาเล่น ก็ทำให้รู้สึกว่าพวกเขามีอะไรก็ไม่รู้ที่เราลืมไปแล้ว ที่เรานึกไม่ถึง และที่เราอาจจะลืมคิดตรงนี้ไป”
คนที่ทำงานแสดงมานาน ยังรับด้วยว่า หลายครั้งเธอจะชินกับ “เล่นแบบเดิม ใช้เทคนิคแบบเดิมๆ”
“แต่พอไปเห็นของคนอื่น เราก็เห็นอีกมุมหนึ่งที่เอามาปรับใช้กับตัวเราได้”
แม้ว่าปัจจุบันเธอจะรับงานแสดงเป็นหลัก แต่เจ้าตัวก็ยอมรับตามตรงว่ามี ความรู้สึกที่อยากจะรับงานในวงการให้น้อยลง แต่ก่อนจะถึงจุดปฏิบัติจริง คงต้องรอให้ธุรกิจมั่นคงก่อน
ที่อยากเฟดจากงานแสดง เธอให้เหตุผลว่าเพราะ ‘เริ่มอิ่มสุดๆ’ กับงานละคร
“บทต่างๆเราเล่นมาหมดแล้ว”
ดังนั้นแม้ “แพชชั่นในการเล่นละครจะไม่ได้หมด” แต่ก็มีความรู้สึกว่าอยากหาเงินโดยทางอื่นบ้าง อีกอย่างก็ชอบในอาชีพค้าขายมาก ยิ่งเมื่อผลิตภัณฑ์ที่ทำขึ้นมามีคนซื้อไปใช้แล้วชอบ ก็ยิ่งดีใจ
“ตอนนี้ก็ภาวนาอย่างเดียวว่าอยากให้ธุรกิจที่เราทำประสบความสำเร็จ พอที่จะเลี้ยงดูชีวิตตัวเองได้”
กับเรื่องความรัก ที่ตอนนี้คบหาดูใจมานานถึง 3 ปีแล้ว แต่น้อยคนจะทราบว่าหนุ่มนอกวงการคนดังกล่าวเป็นใคร เรื่องนี้เบนซ์แจงสาเหตุว่า ตั้งใจจะเปิดตัวเขาในวันที่พร้อมที่จะแต่งงาน พร้อมเดินไปด้วยกัน หากถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นจะปิดบังอะไร
“ไปไหนมาไหนด้วยกันปกติเลย แค่ยังไม่ได้เปิดตัวในสื่อโซเชียลของตัวเอง ส่วนครอบครัว เพื่อนๆก็รับรู้หมดว่าคุยอยู่กับคนนี้”
คนที่มีเป้าหมายตรงกันในเรื่องของการสร้างครอบครัว


