ไขคดีจากร่าง พยาน สถานที่เกิดเหตุ

18.03.22 | 07:05 น.

ไขคดีจากร่าง พยาน สถานที่เกิดเหตุ

หากนักเลงหนังสือยังจำได้ เมื่อ สารวัตรใหญ่ ซึ่งชื่อใหญ่จริงๆคือ พ.ต.ต.ใหญ่ เวโรจน์ เดินทางไปรับตำแหน่งและหน้าที่ที่ สภ.อ.พระลาน ต่างจังหวัด รถประจำทางถูกปล้น และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง เขากลับถูกเพ่งเล็ง เนื่องจากสามารถตอบคำถามเจ้าหน้าที่ และให้ข้อมูลรายละเอียดของผู้กระทำผิดได้ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ร่วมโดยสารรถอื่นๆ ให้ไม่ได้ หรือตอบคำถามไขว้เขว ผิดพลาด นั่นคือผู้เขียน วสิษฐ เดชกุญชร นายพลตำรวจเอก อดีตหัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ อดีตรัฐมนตรีช่วยฯมหาดไทย ผู้ที่นิตยสารเศรษฐกิจและการเมืองอันโด่งดังของเอเชีย ฟาร์ อีสเทิร์น อีโคโนมิค รีวิว ซึ่งมีอายุยาวนานถึง 63 ปีก่อนจะยุติบทบาทลงในปี 2552 เคยกล่าวถึงในฐานะ “รองอธิบดีกรมตำรวจผู้เขียนนิยายขายดี” กำลังให้ตัวละครแสดงบทบาทผู้สืบสวนสอบสวน

ผู้เขียนยังเคยสนทนากับผู้ร่วมงานรุ่นหลังๆในเครือ มติชน ว่า คนอ่านข่าวแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะคนรุ่นก่อนๆมักไม่ชอบอ่านข่าวอาชญากรรมจากหนังสือพิมพ์ เพราะว่ากว่าจะถึงเนื้อหาที่อยากรู้ ข่าวจะต้องเริ่มต้นด้วยชื่อของบรรดานายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทั้งหลายซึ่งตรงไปยังที่เกิดเหตุ ตามลำดับชั้นลงมายาวเหยียด จนแทบไม่รู้ว่าผู้ใดเป็นนายตำรวจท้องที่เจ้าของคดี เพราะ “นาย” แย่งพื้นที่ข่าวไปเสียก่อนแล้วเป็นสิบชื่อ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น บรรดาเจ้าหน้าที่ซึ่งไปเพ่นพ่านในสถานที่เกิดเหตุนับสิบๆรายนั้น เชื่อได้อย่างไรว่า จะไม่ไปเหยียบย่ำ “ทำลายหลักฐาน” เสียมากน้อยเท่าไหร่ ที่จะทำให้กระบวนสืบหาสาเหตุของอาชญากรรมจากสถานที่เกิดจริงยากยิ่งไปอีก


ดังนั้น อาชญนิยายของผู้เขียนจึงให้รสชาติใหม่แก่ผู้อ่าน โดยเฉพาะเรื่องของบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของตำรวจ เพราะตำรวจเป็นผู้เขียนเรื่องเอง

แรกๆย้อนสักสามสิบปีลงไป ไม่น้อยคนอาจนึกเรื่องเหล่านี้ไม่ค่อยออก แต่เมื่อหนังชุด CSI หรือ “ไครม์ ซีน อินเวสติเกชั่น Crime Scene Investication” หรือการสืบค้นหาหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุมีให้ชมมากๆเข้า การคาดแถบเหลืองห้ามเข้าสถานที่เกิดเหตอาชญากรรม ก็สร้างความเข้าใจแก่สังคมมากขึ้นเรื่อยๆ ชื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ชอบปรากฏตัวในสถานที่เกิดเหตุก็ค่อยๆลดจำนวนในข่าวลง (ฮา) ปัจจุบันก็แทบจะไม่มีเกิดขึ้นอีกแล้ว ตรงกันข้าม ถ้าโผล่ไปสถานที่เกิดเหตุอย่างชาวบ้านไม่รู้อิโหน่อิเหน่ อาจถูกจับตาว่ามีอะไรเอี่ยวหรือเกี่ยวข้องกับคดี ให้เสียรังวัดไปอีกได้ด้วยซ้ำ (ฮา)

Advertisement

โดยเฉพาะที่ทำให้คนเข้าใจมากขึ้น ถึงความสำคัญของสถานที่เกิดเหตุ กับความสำคัญและทักษะสามารถยิ่งของผู้ไขคดีจากสถานที่เกิดเหตุ ก็จากนิยายเรื่องดัง เดอะ โบน คอเลคเตอร์ (The Bone Collector 2540) คนสะสมกระดูกของ เจฟฟรี ดีฟเฟอร์ ซึ่งนำตัวละคร ลินคอล์น ไรห์ม นายตำรวจนักวิเคราะห์หลักฐานที่อัมพาตทั้งร่างมาให้นักอ่านได้รู้จัก ซึ่งแปลเป็นไทยแล้วในชื่อ นักฆ่าล่ากระดูก โดย กานต์สิริ โรจนสุวรรณ แต่ที่ทำให้โลกรู้จักมากขึ้นกว่าหนังสือก็คือ หนังชื่อเดียวกัน(ในปี 2542)ที่แสดงโดย เดนเซล วอชิงตัน กับ แองเจลินา โจลี หนังเรื่องนี้ช่วยเสริมเรื่อง CSI ให้ผู้คนเข้าใจจนแทบจะเป็นผู้ช่วยตำรวจกันไปหมดแล้ว เมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมอันเป็นที่สนใจในสังคมขึ้น เช่นกรณี “น้องแตงโม” ซึ่งประสบเคราะห์จากไปก่อนกาลอันควร ไม่ว่าจะเป็นข้อสังเกตเรื่องแผลที่ขา ศีรษะ คอ เส้นผม ขวดไวน์ ชุดที่ฉี่ยาก ฯลฯ เป็นต้น

เหตุการณ์สะเทือนใจซึ่งยังไม่ยุตินี้ เกิดขึ้นราวกับนิยายหรือหนังระทึกขวัญ จากนั้นจึงเป็นเรื่องการสืบสวนสอบสวน กระทั่งต่อมากลายเป็นนิยายชีวิตเขย่าจิตใจผู้คน จนท้ายสุดยังไม่มีผู้ใดรู้ว่าจะลงเอยอย่างไร แม้จะมีการพยากรณ์นำหน้ามาบ้างแล้ว จากผู้ไม่ศรัทธากระบวนการยุติธรรมว่าอย่างหนึ่ง ส่วนผู้ยังมีความหวังฝากไว้กับข้อเท็จจริงที่ค้นพบหรือคำสารภาพ ก็คาดหมายไปอีกอย่างหนึ่ง หรือท้ายที่สุดแล้ว เรื่องอาจมีการหักมุมชนิดคิดไม่ถึงอย่างเรื่องสั้นชั้นดีเป็นอีกลักษณะ – ก็ไม่รู้ได้

เมื่อเริ่มต้นด้วยด้วยการสืบสวนสอบสวนจากสถานที่เกิดเหตุแล้ว ผู้ซึ่งต้องถูกกล่าวถึงอย่างสำคัญก็คือ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ตัวละครอันโด่งดังคับโลกของ เซอร์ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ (2402-2473) ชาวอังกฤษผู้เริ่มนำนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาไขปัญหาอาชญากรรมหรือที่เรียกว่าเป็นเรื่องรหัสคดี ตั้งแต่ลายนิ้วมือ รอยล้อรถ รอยรองเท้า หรือการรู้จักสังเกตุรายละเอียดอื่นๆ มีชื่อเสียงจนแม้รัชกาลที่ 6 ยังทรงใช้นามปากกา พันแหลม แปลเรื่อง ฮีส ลาสท์ โบว์ (His Last Bow) ออกเป็นภาษาไทย และทรงนำอีกหลายเค้าโครงมาสร้างตัวละคร “นายทองอิน รัตนะเนตร์” นักสืบชาวสยาม โดยมี “นายวัด” เป็นคู่หูเหมือน “หมอวัตสัน” เพื่อนของนักสืบโฮล์มส์ ความโด่งดังของนักสืบผู้นี้ยังยืนยงมาจนปัจจุบัน

แต่เซอร์ ดอยล์ ยังยกว่า ผู้ให้ความรู้แก่เขาในการเขียนงานชุดนี้ก็คือ เอดการ์ อัลลัน โป (2352-2392) ชาวอเมริกัน ซึ่งถือกันว่าเป็นผู้เริ่มงานรหัสคดี เขียนเรื่องสืบสวนสอบสวน อาชญากรรม และเรื่องระทึกขวัญ ทั้งเป็นราชาเรื่องสั้น กวี และนักวิจารณ์อีกด้วย เรื่องสยองขวัญของโปนั้นเป็นแบบฉบับมาตั้งแต่ต้น จนทำให้นักศึกษาญี่ปุ่นคนหนึ่ง ซึ่งเคยต้องแปลงาน รวมทั้งของดอยล์ และของ อกาธา คริสตี้ (นักเขียนรหัสคดีสตรีผู้โด่งดังคับโลกอีกคน 2433-2519 บิดาอเมริกัน มารดาอังกฤษ) สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแนวหน้า “วะเซดะ” ผันตัวเป็นนักเขียนเรื่องสืบสวนสอบสวนในเวลาต่อมา ด้วยการแผลงชื่อของโปมาเป็นนามปากกาของตัวเองว่า เอโดงาวะ รัมโป (2437-2508) นำตัวเอก โคโกโระ อะเคจิ ให้โลกนักอ่านได้รู้จัก รวมทั้งนักอ่านไทยด้วย

ตัวอย่างเช่น อสูรผมขาว แปลโดย โฆษิต ทิพย์เทียมพงษ์ เป็นต้น

พอมาถึงญี่ปุ่นก็จะเลยไปก่อนไม่ได้หากไม่กล่าวถึงตัวละคร โคสุเกะ คินดะอิจิ นักสืบผมรุงรังยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ของ โยโคมิโซะ เซชิ (2445-2524) ผู้เหมือนก่อร่างรากฐานร่วมกับรัมโป สร้างงานประเภทนี้ให้ลงหลักมั่นคงในญี่ปุ่น จนแม้ในเมืองไทยก็แปลงานชุดคินดะอิจิออกมาเป็นที่นิยมติดตามกันถึง 25 เรื่อง เช่น ฆาตกรรมในตระกูลอินุงามิ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่สุดเรื่องหนึ่งของเซชิ น่าเสียดายที่การแปลโดย เสาวณีย์ นวรัตน์จำรูญ และการพิมพ์ หากตรวจสอบให้ประณีตได้ ก็จะไม่มีการพิมพ์ผิดซ้ำๆคำเดิม หรือคำแปลเดียวกันที่หลายๆ กาละเหมือนถอดจากพจนานุกรมใช้อยู่คำเดียว จนรู้สึกไม่ถูกที่ถูกทางอยู่บ่อยๆ แม้จะเป็นบริบทเดียวกันก็ตาม เพราะคำไทยมีให้เลือกอีกมาก

ย้อนกลับมาที่เชอร์ล็อค โฮล์มส์พากย์ไทย มีให้อ่านหลายยุคหลายรุ่นโดยเฉพาะคำแปลของ อ.สายสุวรรณ ซึ่งมีอยู่ครบชุด 13 เล่มเช่น แรงพยาบาท เป็นตัวอย่าง ตัวละครโฮล์มส์นั้น “กินเนส บุ๊ค ออฟ เรคคอร์ด” ประกาศว่าเป็นตัวละครซึ่งมีผู้สวมบทบาทในภาพยนตร์มากที่สุดในโลก

ส่วน อกาธา คริสตี้ เจ้าของตัวละครที่นักอ่านจดจำไม่แพ้โฮล์มส์คือ แอร์กูล ปัวโรท์ กับ เจน มาร์เปิล ก็มีเรื่องที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ไม่น้อยเช่นกัน แม่น้ำสีเลือด (เดธ ออน เดอะ ไนล์ Death on the Nile) ก็มีทั้งสำนวนแปลของ ธนิต ธรรมสุคติ และยังมี ฆาตกรรมบนลำน้ำไนล์ สำนวนแปล อรทัย พันธพงษ์ ทั้งสร้างเป็นภาพยนตร์แล้วอย่างน้อยก็สองหน เช่นเดียวกับ รถด่วนอันตราย (เมอร์เดอร์ ออน ดิ โอเรียนท์ เอ็กสเพรส Murder on the Orient Express) สำนวนแปลของ ธนิต หรืออีกสำนวน ฆาตกรรมบนรถด่วนโอเรียนท์เอ็กซเพรสึ สำนวนของ โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล ก็ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์แล้วอย่างน้อยๆก็สองหนเช่นกัน

 

งานแปลของโปนั้น ลองอ่าน 18 เรื่องสั้นชุด แมวผี แปลโดย กิตติวรรณ ชินตระการ ดู ก็จะได้รู้จักรสชาติซึ่งแตกต่างไปอีกในงานประเภทเดียวกัน ที่ต่างมีชั้นเชิง ลีลา และท่วงทำนองเป็นของตัวเองผิดแผกกันออกไป

ปัจจุบันนี้ งานประเภทนี้มีผู้เขียนเกิดขึ้นหลากหลาย โดยเฉพาะนักเขียนยุโรปและตะวันตกนั้น สร้างตัวละครในความทรงจำเพิ่มขึ้นอีกมากมาย เช่นตัวอย่างแค่คนสองคนในบรรดานับสิบๆ อเล็กซ ครอส หรือ ไมเคิล เบนเนธ ของนักเขียนที่ว่ากันว่าร่ำรวยที่สุดในโลก เจมส์ แพตเตอร์สัน หรือตัวละครสะใจนักอ่านนักบู๊อดีตสารวัตรทหารพเนจร แจ๊ค รีชเชอร์ ของ ลี ไชล์ด ซึ่งมีวิธีแก้ปัญหาที่โดนใจโจ๋ที่สุดคือ “อย่าเสียเวลาพูดกับเรื่องที่ปืนจัดการได้” ฮ่าฮ่า – แถมเป็นตัวละครซึ่งอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน อยากเจอเป็นที่สุดด้วย
บทนี้ถูก ทอม ครูซ ฉวยไปเล่นเป็นพระเอกมาแล้วเสียสองเรื่อง ทั้งๆที่รูปธรรมเนื้อหานั้น ทอม ครูซยังเตี้ยกว่ารีชเชอร์ในเรื่องเกือบ 2 ศอก (ฮา)

หรือแม้แต่ เจ.เค.โรว์ลิง เจ้าของพ่อมดน้อย แฮรี พอตเตอร์ ที่เขย่าโลกวรรณกรรมและโลกภาพยนตร์มานานหลายปี จนนักแสดงเป็นหนุ่มใหญ่สาวใหญ่กันหมดแล้ว ก็ยังเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนสร้างตัวละคร คอโมแรน สไตรก์ ขึ้นมาด้วยนามปากกา โรเบิร์ท กัลเบรธ ได้ชนิดทำให้นักอ่านทึ่งถึง 5 เล่มแล้ว และถูกนำไปสร้างเป็นหนังชุดแล้วด้วย ลองอ่านฉบับพากย์ไทยโดย ขจรจันทร์ เรื่อง หนอนไหม ดู ก็จะพบนักสืบคนใหม่ที่มีบุคลิกลักษณะซึ่งผิดแผกไป แต่ชวนให้ติดตามได้ไม่ยาก

ฝ่ายตะวันออกนั้น หิ้งหนังสือญี่ปุ่นมีตัวละครแวดวงนี้เพิ่มขึ้นอีกมาก ไต้หวันหรือจีนแผ่นดินใหญ่ก็มี จากที่แปลไทยมาให้อ่านอยู่ไม่ขาดแผง

ส่วนหิ้งหนังสือไทยใช่ว่าจะไม่มีงานสร้างสรรค์ประเภทนี้อยู่ งานร่วมสมัยเช่นอาชญคดีที่แม้ไม่มีชุดตัวละครเป็นนักสืบสวนสอบสวน แต่เป็นอาชญากรรมซึ่งแสดงขั้นตอนการคลี่คลายหรือแสดงแจ้งเหตุการตาย หรือการฆาตกรรม โดยตลบกลับด้วยคำตอบที่คาดไม่ถึง จากการเป็นเภสัชกร นักโภชนาการ ผู้ช่วยแพทย์ ผ่านงานชันสูตร ฯลฯ ของผู้เขียน สรจักร (ศิริบริรักษ์) ทำให้เป็นงานระทึกขวัญ สั่นประสาท กลายเป็นเรื่องสั้นหักมุมเชิงรหัสอาชญคดีที่เข้มข้น ซึ่งพิมพ์ออกมาวางแผงซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่น ชุดสามศพคือ ศพใต้เตียง กับ ศพข้างบ้าน และ ศพท้ายรถ ซึ่งบรรดานักอ่านรู้จักดีเป็นต้น

แต่งานที่ออกมาเขย่าขวัญ สั่นอารมณ์ ค่อนน้ำหนักไปข้างสยองใจเสียมากกว่านี้ กลับตีแผ่แรงหลอนจากความคิดหรือจิตใจที่อาจก่ออาชญากรรมร้ายแรงขึ้นได้ ไปกระทั่งเห็นเป็นเรื่องผีสางแม่นางโกง ซึ่งสร้างรสชาติเร้าความรู้สึกนักอ่านให้ตามติดได้ถึงที่สุดเช่น 33 เรื่องใน แค้นของคนตาย ลองอ่านค้นหาจิตใจที่กำลังหวาดผวาของตัวละครดู

แต่ยี่ห้อ ปราปต์ นั้น มากับงานสืบสวนสอบสวนแน่นอน ด้วยเครื่องปรุงที่แม้เป็นกะปิ น้ำปลา ขมิ้น พริกขี้หนู ก็อย่าลืมว่ารสชาติเหล่านี้ เป็นที่รู้จักและนิยมไปทั่วโลกแล้ว กาหลมหรทึก ซึ่งย้อนคดีฆาตกรรมไปอาศัยฉากเมื่อ 70 กว่าปีก่อน เป็นที่รู้จักของนักอ่านมากพอ ก่อนจะนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์

หรือคดีอาชญากรรมที่ย้อนไกลไปกว่านั้นอีกถึงครั้งรัชกาลที่ 3 ใน นิราศมหรรณพ พบฆาตกรรมต่อเนื่อง กับภารกิจลับของสุนทรภู่ และความงามน่าสะพรึงกลัวของภูมิสถาปัตยกรรมไทย กับหญิงที่พลัดไปเกี่ยวข้องคดีปริศนา หรืออาชญคดีพิศดารสุดเหี้ยมในภาคใต้เรื่อง ลิงพาดกลอน ซึ่งสยดสยองด้วยการสังหารอย่างหฤโหดและวิปริต คดีเหล่านั้นจะได้คำตอบในท้ายที่สุดอย่างไร มีแต่จะต้องอ่าน

วิบากอันถึงแก่ชีวิตของ “น้องแตงโม” จะคลี่คลายลงโดยกระจ่างแจ้งแก่ใจบรรดาผู้รักและติดตามคดีหรือไม่ หรือจะลงท้ายด้วยแบบใด คนนอกยากจะตอบได้ แม้แต่คนในก็คงยังไม่รู้ ว่าจะมีเงื่อนไขใดนอกกระบวนการยุติธรรมเป็นอุปสรรคหรือเปล่า อย่างเช่นที่ “ชาวเน็ต” หรือ “เนติเซน Netizen” ไต่ถามสงสัยกันแบบคนปรารถนาข้อเท็จจริงจากวิถี CSI

หลักฐาน พยาน ก็เรื่องหนึ่ง การสืบสวนสอบสวนก็เรื่องหนึ่ง ส่วนคำตอบท้ายที่สุดจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปหรือไม่ ไม่นานคงได้รู้
—
พยาธิ เยิรสมุด