‘เตเต้’ ผจก.พิ้งกี้ เล่านาทีคุย ‘กระติก’ ในงานอาลัยแตงโม เผยเหตุที่ทำให้ของขึ้น
ยังคงเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงของสังคมไม่หายไป สำหรับกรณีการเสียชีวิตของ แตงโม นิดา พลัดตกเรือเสียชีวิต ที่มีประเด็นให้สังคมวิจารณ์อยู่ต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ เรื่องของ เตเต้ ภาราดา ผู้จัดการของ พิ้งกี้ สาวิกา และกระติก ที่มีคลิปวิดีโอชี้หน้า พูดคุยในงานอาลัยของแตงโม ที่คริสตจักรเสรีภาพกรุงเทพ
- ชาวเน็ตสงสัยเกิดอะไรขึ้น หลังวินาที “เต้ ผู้จัดการ พิ้งกี้” ชี้นิ้ว ระหว่างเจอหน้า “กระติก ผู้จัดการแตงโม” (มีคลิป)
- กระติก ตอบข้อสงสัย ปม คลิป เต้ ผู้จัดการพิ้งกี้ ชี้หน้า แค่คุยกันตามปกติ
- หนุ่ม กรรชัย เผยเรื่องราวการพูดคุยของ ‘กระติก-เต้’ หลังมีคลิปนิ้วจิ้มหัวสุดเดือด
ล่าสุด เตเต้ ภาราดา และพิ้งกี้ เปิดใจในรายการ แฉ ถึงประเด็นดังกล่าว และความประทับใจกับ แตงโม นิดา โดยว่า วันเกิดเหตุมีคนโทรศัพท์เข้ามากว่า 750 สาย รับได้เพียง 10 สาย ก็ถึงกับเจ็บคอ ก่อนมาก็โทรหาพี่อั้ม เขาอยากให้นิ่งเงียบไป กลัวจะสุมไฟขึ้นมาอีก ปกติชีวิตไม่ค่อยวุ่นวายกับใคร ก่อนพิ้งกี้จะเสริมว่า ล่าสุด 3 วันที่ผ่านมา เจอ ส.ส.คนหนึ่งมาทัก เราก็เตรียมตัวจะถ่ายรูป กลายเป็นว่าเขาขอถ่ายกับคุณเต้ เราไม่เคยหน้าชาขนาดนี้มาก่อน
เตเต้กล่าวต่อว่า เจอกับโมบ่อย เราก็รับงานรีวิวให้ เขาก็บอกมาถ่ายที่บ้าน ก็มาใช้โต๊ะกินข้าว ตอนที่พ่อนางป่วย นางก็โทรมาบอกต้องการใช้เงิน ก็มีงานหนึ่งเจ้าของงานโอนมัดจำมาให้ ของพิ้งกี้ ขวัญ หยาด เราก็โอนไปให้เขาก่อนแสนหนึ่ง แต่ไม่บอกพิ้งกี้ บอกว่ายังไม่ได้โอนมา กระติกก็อยู่ตอนนั้น เพิ่งจะบอกความจริงกับพิ้งกี้ในงานเรื่องนี้ ส่วนกระติกรู้จักกันมา 8-9 ปี กับแตงโมรู้จักตั้งแต่ลงเวทีมิสทีน เพราะสยามดาราเรียกมาแต่งหน้า ทำแมกกาซีน ก็แต่งหน้าแตงโมบ่อย
ส่วนเหตุการณ์ในวันนั้น เตเต้กล่าวว่า เราก็มีคำถามเหมือนประชาชนทุกคนที่อยากถาม ก็เจอกระติก ตอนแรกเราก็เห็นนิก ก็อยากไปทักทายน้องนิก พอเจอกระติกเขายกมือไหว้เราก็เลยหันไปหากระติก ก็ถามเขาว่ากระติกเหตุการณ์บนเรือเกิดอะไรขึ้น พูดนะ เขาก็เล่าไปว่า แม่ มันสุดวิสัยจริงๆ แล้วเขาก็เล่าในสิ่งก็ไม่เข้าใจที่เขาเล่า แต่ที่ทำให้ของขึ้นคือ แม่ หนูปวดท้อง หนูจะไปเข้าห้องน้ำ ก็ไปขอข้างๆ บ้านลุงเข้า คำตอบคือ แค่ปวดท้อง เข้าห้องน้ำ ขอบ้านลุงเข้า มันไม่ตอบมากกว่านี้ ก็เลยขึ้น ว่าทำไมมึงไม่รอมันอยู่ตรงท่าเรือตรงนี้ รอไปสิ ต่อให้ประชาชนอย่างไรก็ต้องรอ ต้องเฝ้า ทำอะไรไม่คิดเลย
“ตอนนั้นกระติกก็บอกว่า แม่เอามือลงเดี๋ยวเป็นประเด็น กะเทยก็เอามือลง สักพักหนึ่ง กระติกก็ขึ้นอีก ตามคาแร็กเตอร์พี่เต้ คนรู้จักก็จะรู้ว่าออกท่าเยอะ แล้วก็บอกว่าทั้งหมดทั้งมวลว่าถ้าไม่ไปไหนแล้วอยู่ตรงนี้เหตุการณ์ก็จะไม่ร้ายแรง พอยต์ที่ทิ้งก่อนจะเดินออกมาก็บอกว่า งานโมเป็นงานที่ศักดิ์สิทธิ์มากเลยนะ ถ้าพูดไม่จริง หรือโกหก เวรกรรมไม่เร็วก็ช้าต้องตามทันอยู่แล้ว แต่สิ่งที่พี่เต้จะบอกคือว่า ทำไมไม่รักโมเหมือนที่มันรักมึง ก็แค่นี้เอง”

เตเต้กล่าวต่อว่า ก็ถามว่าทำไมไม่วนเรือ เขาก็บอกแค่นั้น คนเราอะ อยู่ด้วยกันหรืออย่างไรก็แล้วแต่มันต้องมีความรักและจริงใจ เรื่องนี้สำคัญสุดในวงการ ต่อให้อย่างไรเขาก็ดูแลมึงทุกอย่าง ก็ควรจะมีสำนึก เหมือนประชาชนทั่วไปที่เขาอยากรู้ จังหวะเขาสวัสดีเรา เราก็ไม่ได้ตั้งใจไปหาเรื่องเขา
“เราไม่ได้โกรธ ไม่ได้อะไรกับนาง แต่อยากรู้ ในงานคนเยอะ ทำอะไรก็ผู้ใหญ่รังแกเด็ก พี่เต้กับพี่อั้มตั้งใจทำให้ จริงๆ ถ้าไม่สวัสดีก็ไม่ทักเขา หากคนนั่งอยู่ในงาน ฮอลล์ใหญ่มาก เหมือนคนละฮอลล์เลย ใครซูมอย่างไรก็ไม่รู้ คนเห็นแต่ไม่ได้สนใจฟัง ปล่อยให้เราคุยกัน”

พิ้งกี้กล่าวเสริมว่า นางเดินกลับมาร้องไห้
พิ้งกี้ยังได้เล่าถึงความสนิทกับแตงโมว่า สนิทกันตั้งแต่เรียน เรียนร้องเพลงด้วยกัน โตขึ้นมาก็เป็นประมาณช่วง 20 กว่าๆ ก็เป็นแก๊งเพื่อนเดียวกัน ก็มีช่วงหายไป เป็นช่วงที่หายไปจากทุกคน กลับมาดีตอนที่หายจากซึมเศร้า ก่อนหน้านี้นางให้พี่เต้มาบอกว่า ว่างๆ นัดกี้ไปกินข้าวหน่อยสิ ก่อนโมจะเสีย เขาก็จะนัดทุกคนกินข้าว พี่ไอซ์ก็บอกว่านัดกินข้าว แล้วทุกคนก็เสียใจมากเพราะไม่ได้ไปกินข้าวตามที่โมบอก พี่แอนนาบอกโทรศัพท์โมที่เก็บไว้ เขาจะเก็บรูปที่กินข้าวกับมดดำ หรือเจอครั้งแรก ไว้ในโฟลเดอร์เขา เขาเก็บไว้หมดทุกคน หนูเลยแบบ จริงเหรอพี่แอนนา ตกใจว่าทำไมโมละเอียดอ่อนได้ขนาดนี้ สมมุติโทรศัพท์หาย ก็ย้ายข้อมูลมาจัดโฟลเดอร์


