เอกอัครบรมมหาศิลปิน ชั่วชีวิตหนึ่งของพสกนิกร

18.10.16 | 07:00 น.

นับแต่ครึ่งศตวรรษหลังของศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา หรือคนไทยซึ่งถือกำเนิดก่อนหลังพุทธศตวรรษที่ 25 เล็กน้อย เมื่อเริ่มรู้ความ ย่อมได้ยินและรู้จักเพลงพระราชนิพนธ์มาแต่อ้อนแต่ออก เติบโตมากับเพลงพระราชนิพนธ์อย่างสำคัญ

เมื่อเจริญขึ้นถึงวัยศึกษา รู้ว่าครอบครัวและเพื่อนร่วมสังคมสงบสุขอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลยเดชก็เริ่มรู้และเข้าใจได้เลยว่า พระองค์ทรงเป็น ‘เอกอัครบรมมหาศิลปิน’

ด้านดนตรีนั้น ทรงเริ่มเรียนวิชาการดนตรี การเขียนโน้ตและสเกลต่างๆ ทรงเป่าแซกโซโฟนกับแผ่นเสียงวงดนตรีมีชื่อ ทรงพระปรีชาสามารถเป่าสอดแทรกแผ่นเสียงเหล่านั้น และทรงโปรดดนตรีประเภทดิ๊กซี่แลนด์ แจซอย่างยิ่ง

จึงตั้งแต่ ‘แสงเทียน’ อันเป็นพระราชนิพนธ์องค์แรก ถึง ‘เมนูไข่’ องค์สุดท้ายรวม 48 องค์ ได้มีวงดนตรีต่างประเทศหรือตะวันตกหลายวง โดยเฉพาะวงแจซ อัญเชิญเพลงไพเราะหลายองค์ไปเรียบเรียงเผยแพร่ต่อให้เป็นที่นิยมกว้างขวางออกไปอีก นอกเหนือจากที่วงดุริยางค์ซิมโฟนี ออร์เคสตรา อัญเชิญ ‘มโนราห์’ กับ ‘สายฝน’ และ ‘ยามเย็น’ พร้อมด้วย ‘มาร์ชราชนาวิกโยธิน’ และ ‘มาร์ชราชวัลลภ’ ไปบรรเลง ณ คอนเสิร์ทฮอลล์ กรุงเวียนนา เมื่อ 3 ตุลาคม 2507 ซึ่งหลังจากนั้นสองวัน สถานีวิทยุกระจายเสียงของรัฐบาลออสเตรียได้เสนอข่าวและถ่ายทอดเสียงไปทั่วประเทศ

โน้ตเพลงชะตาชีวิต

Advertisement

ขณะเดียวกัน สถาบันดนตรีและศิลปแห่งกรุงเวียนนา(ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยการดนตรีและศิลปการแสดง) ถวายพระเกียรติให้ทรงดำรงตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์ หมายเลข 23 จารึกพระปรมาภิไธย ‘ภูมิพลอดุลยเดช’ บนแผ่นหินอ่อนของสถาบันเก่าแก่ในยุโรปแห่งนี้

เป็นข่าวชื่นชมโสมนัสในหมู่พสกนิกรอย่างหาที่เปรียบมิได้

เพลงพระราชนิพนธ์จึงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเหล่าพสกนิกรทั้งหลายโดยแท้

นอกจากนี้ ทุกคนยังได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ในสถานะช่างที่ทรงโปรดปราน ทรงเลื่อยไม้ด้วยพระหัตถ์ออกแบบเรือใบมด และทรงเข้าแข่งขันกีฬาเรือใบประเภท โอเค ที่ทรงต่อเอง ในกีฬาแหลมทอง(ซีเกมส์)ครั้งที่ 4 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ในฐานะนักกีฬาทีมชาติ และทรงชนะเลิศการแข่งขันเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2510 ซึ่งต่อมากลายเป็น ‘วันกีฬาแห่งชาติ’

พระองค์ยังทรงโปรดกีฬาหลายประเภทแต่ทรงพระเยาว์ ไม่ว่าสกีน้ำแข็ง, ยิงปืน, ขับรถเล็ก, กอล์ฟเล็ก, เทนนิส, แบดมินตัน โดยเฉพาะแบดมินตันที่ทรงฝึกซ้อมลงเล่นเป็นประจำ ทั้งทรงเสด็จฯชมการแข่งขันระดับชาติ และพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เมื่อปี ๒๔๙๓ หรือทรงเสด็จฯทอดพระเนตรการแข่งขันชกมวย เป็นอาทิ

ทุกปีเมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม นักเรียนทุกคนย่อมได้ศึกษาพระราชประวัติ ได้เห็นภาพเขียนสีฝีพระหัตถ์หลายองค์ และภาพถ่ายซึ่งแสดงสายพระเนตรอันแหลมคม

ทั้งพระองค์ยังทรงรู้แจ้งในภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ และเมื่อทรงใช้ภาษาด้วยพระอารมณ์ขันในหลายกาลเทศะ ก็เห็นได้ชัดในการตั้งพระทัยที่ทรงสื่อสารความต่างๆอันเป็นประโยชน์ต่อพสกนิกร จนทรงได้รับการสรรเสริญจากองค์การสหประชาชาติว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ทรงพระอัจฉริยภาพด้านพัฒนามนุษย์ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากงานวรรณกรรม

ทรงแปล ‘ตีโต’ กับ ‘นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ’ และที่แพร่หลายกว้างขวางคือความเพียรของ ‘พระมหาชนก’ กับ ‘เรี่องทองแดง’ สุนัขทรงเลี้ยง

ติโต

เช่นนั้น พระราชสมัญญานามที่น้อมถวายเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมว่าทรงเป็น ‘เอกอัครบรมมหาศิลปิน’ ย่อมมาจากพระปรีชาสามารถในศิลปนานาแขนง อันปรากฏแก่สาธารณะชัดแจ้งแล้วนั่นเอง

ประชาชนชาวไทยย่อมจะยังอยู่กับเพลงพระราชนิพนธ์ที่ขับกล่อมจิตวิญญาณไทยไปอีกตราบนานเท่านาน.