เรื่องจริงจาก’ทราย เจริญปุระ’ กับคลิป’ป้าเสื้อฟ้า’ ที่พาให้นึกถึงแม่และรู้สึกกลัว

จากกรณีคลิปที่กำลังมีการแชร์กันอย่างมาก ซึ่งโพสต์โดยผู้ใช้นาม Mai K. Phakaporn ที่ทำให้เห็นภาพคนบนรถเมล์กำลังต่อว่าหญิงวัยกลางคนหนึ่งหนึ่งซึ่งสวมชุดกระโปรงลายสีฟ้าโดยระบุว่าหญิงคนดังกล่าวพูดจาไม่บังควร จนคนที่ได้ยินไม่พอใจ ให้คนขับเรียกตำรวจมานำตัวหญิงรายนี้ลงจากรถเมล์ไปทันที แต่ระหว่างที่ตำรวจเชิญตัวผู้หญิงคนดังกล่าวไปที่ริมถนน ก็มีหญิงสาวสวมเสื้อดำปรี่เข้าไปตบหน้า ทั้งยังตะโกนด่าทอว่าสมควรแล้วที่โดนแบบนี้เพราะมาพูดจาไม่บังควร ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลจากผู้ที่อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์และรู้จักกับผู้หญิงคนดังกล่าวระบุว่า หญิงคนดังกล่าวมีอาการป่วยและสติไม่ดีนั้น (อ่านข่าว ฟังอีกมุม! กรณีป้าเสื้อฟ้าคลิปดังถูกทำร้าย หลังคู่กรณีฉุนจัดพูดจาไม่บังควร)

ล่าสุด ทราย เจริญปุระ นักแสดงชื่อดัง ซึ่งขณะนี้มารดาของเธอมีอาการความจำเสื่อม ก็ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว Inthira Itr Charoenpura พูดถึงกรณีดังกล่าว โดยว่า

‘รู้ว่าสิ่งที่พูดไปอาจไม่ช่วยอะไร แต่ถือเสียว่าเราบอกเล่าก็แล้วกันนะคะ

เมื่อวานเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นที่บ้าน เราตื่นลงมาเห็นว่ารถเราหายไป ประตูบ้านเปิดทิ้งเอาไว้ โทรไปถามน้อง น้องบอกไม่ได้เป็นคนเอารถไป โทรหาแม่ แม่ไม่รับสาย
วินาทีนั้นเราช๊อคมาก มือสั่น คิดไปสารพัดว่านี่คืออะไร แม่ไปไหน เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า

เราเดินจากบ้าน พยายามคิดว่าแม่คงไม่ได้ไปไหนไกล เดินไปน้ำตาจะไหลก็กัดฟันไว้ หันรีหันขวางเหมือนคนบ้า

สรุปไปเจอรถจอดอยู่ที่ร้านทำผมปากซอย เข้าไปเจอแม่แต่งตัวสวยเช้ง ทำผมอยู่ บอกว่าอยู่บ้านแล้วหดหู่ อยากออกมาข้างนอก ลูกก็ให้ใส่แต่เสื้อดำ แม่เลยหากุญแจรถขับออกมาเอง

วันนี้ตื่นเช้า เราเจอคลิปคุณป้าที่โดนตบแล้วสะท้อนใจ คิดถึงแม่ตัวเอง

แม่เราอยากไปที่วัดพระแก้วนะ เราก็อยากไป อยากพาแม่ไปด้วย แต่แค่นี้แม่เรายังไม่อยากแต่งดำ ยังใช้คำพูดแบบเดิมๆ ที่เคยปาก (อยากไปถวายพระพร) อยู่เลย เรารู้ว่าเราคุมเค้าไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่ๆ ไหนจะคนเยอะ เดินไกล บางวันฝนตก

เรายอมรับว่าเรากลัว

เมตตาเถอะนะคะทุกคน เมตตานั้นมีแต่จะเป็นอาภรณ์อันงามแก่ผู้สวมใส่ ผู้ทุกข์ทนบนโลกนี้นั้นมีมากมายเหลือเกินแล้ว บางครอบครัวแม้รู้ว่าผู้ใกล้ชิดป่วย แต่พลั้งเผลอเพียงชั่วครู่ก็พลาดได้ การรักษาที่ยืดเยื้อยาวนานไม่ได้ต้องจ่ายเฉพาะเงินทอง แต่ยังจ่ายด้วยเวลา ความอดทน และจิตใจอันทรหดของผู้ดูแล

ผู้ป่วยหลายๆ โรครับมือกับความจริงและการเปลี่ยนแปลงได้ไม่ดีนัก บางอาการไม่สามารถปรับข้อมูลในสมองให้ทันต่อโลกได้ บางอาการก็อยู่แต่ในโลกของตัวเอง ไม่ได้แกล้งเป็น ไม่มีใครอยากเป็นจริงๆ ค่ะ

เราไม่พาแม่ออกไปไหนแน่ๆ ค่ะช่วงนี้ เราจะพยายามดูแล (และถึงไม่อยากใช้คำนี้ก็คงต้องใช้) ควบคุมแม่ให้ดีที่สุดค่ะ แต่ใครที่พบเจอเหตุการณ์ที่สะเทือนใจและรู้สึกว่าไม่เหมาะสม แจ้งตำรวจหรือผู้รับผิดชอบเถอะนะคะ ถือความเมตตาเป็นอาภรณ์แก่ตัวคุณเถอะค่ะ

ขอบพระคุณมากค่ะ’

ทราย

‘เราอย่าตัดสินคนอื่นด้วยมุมมองของเราเลย’ คนที่เห็นข้อความนี้ของทรายบางคนแสดงความเห็นไว้ใต้โพสต์ดังกล่าว

ซึ่งจริงที่สุด-เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่าเบื้องหลังของสิ่งที่เห็นนั้น มีอะไรที่เป็นปัจจัยประกอบอยู่บ้าง.

 

 

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ค Inthira Itr Charoenpura

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon