
Return to Space
คืนสู่อวกาศ กับ SpaceX และอีลอน มัสก์
หากให้บอกใครทันทีถึงความรู้สึกแรกหลังดูสารคดีเรื่อง ‘Return to Space’ จบลง นั่นก็คือ สารคดีเรื่องนี้จงใจป้อนพลังแห่งแรงบันดาลใจต่อคนดูได้ดีมาก ด้วยพระเอกของเรื่อง คือ บริษัท ‘SpaceX’ และนักธุรกิจสายเทคโนโลยีคนดังของโลก ‘อีลอน มัสก์’ คือจุดขาย ตามมาด้วยรายละเอียดต่างๆ ที่ใส่เข้ามาในสารคดี ที่เล่าออกมาให้เห็นถึงเบื้องหลังภารกิจการเดินทางสู่อวกาศ ที่บอกถึงความยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติได้ ซึ่ง Return to Space พยายามสะท้อนให้เราได้เห็นถึงความทะเยอทะยานนั้นอย่างไม่ปิดบัง ผ่านความกระหายอย่างแรงกล้าของ ‘อีลอน มัสก์’ ตั้งแต่หลายสิบปีก่อน รวมทั้งความมุมานะของทีมวิศวกรของ SpaceX

‘Return to Space’ เป็นฝีมือการสร้างของทีมงานสารคดีที่เคยได้รับรางวัลออสการ์จากหนังสารคดีเรื่อง ‘Free Solo’ ที่พูดถึงเรื่องราวนักปีนเขามือเปล่า และ ‘The Rescue’ หนังสารคดีทีมนักดำน้ำที่เข้าไปช่วยชีวิต 13 หมูป่าติดถ้ำหลวง จ.เชียงราย ซึ่งได้รับคำชมล้นหลาม มาถึง Return to Space ที่ตัวสารคดียังคงอยู่ในมาตรฐานของทีมงานชุดนี้นั่นก็คือเล่าเรื่องดี ดำเนินเนื้อหาสนุก ใส่เรื่องราวเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมกับตัวบุคคลซึ่งช่วยขับเน้นให้คนดูลุ้นตาม
ครึ่งเรื่องแรกของสารคดีจะเป็นการปูพื้นให้เห็นภารกิจของ NASA ที่เริ่มถึงทางตัน และผลสะท้อนจากความสูญเสียและโศกนาฏกรรมของยานโคลัมเบีย หลายเหตุผลที่ทำให้ NASA ตัดสินใจที่จะยุติโครงการส่งกระสวยอวกาศที่ดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี เมื่อปี 2011 และเปิดมิติใหม่ในการสำรวจอวกาศร่วมกับภาคเอกชนแทน และนั่นก็คือช่วงจังหวะเวลาที่โลกกำลังจะได้รู้จัก บริษัท SpaceX ที่เริ่มเปิดตัวโครงการสำรวจอวกาศ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ฟังแล้วเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและความฝันสุดๆ จากผู้ชายที่ชื่อ ‘อีลอน มัสก์’ ที่ประกาศว่าต้องการสร้างถิ่นฐานให้มนุษย์ไปอยู่บนดาวดวงอื่นได้ ซึ่งความร่วมมือของ SpaceX และ NASA ถือเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงและวิจารณ์วงกว้าง เมื่อจู่ๆก็มีบริษัทที่ไม่ได้มีชื่อเสียงด้านกิจการทางอากาศใดๆ โผล่พรวดขึ้นมาท่ามกลางบริษัทขาใหญ่ทั้ง Lockheed Martin และ Boeing ที่มีชื่อชั้นด้านนี้อยู่

สารคดีย้อนร้อยการมาของ SpaceX ที่สั่นคลอนผู้คนแวดวงการเมืองและในวงการอวกาศ ถูกคัดค้านแม้กระทั่งนักบินอวกาศในตำนานผู้เหยียบดวงจันทร์คนแรก ‘นีล อาร์มสตรอง’ ที่ออกมาตั้งโต๊ะแถลงคัดค้านความร่วมมือของ NASA กับเอกชน ซึ่งสารคดียังขยี้ไปให้สุดด้วยการใส่ฉากที่ ‘อีลอน มัสก์’ ให้สัมภาษณ์น้ำตาคลอเสียอกเสียใจที่ไอดอลของเขาอย่างนีล อาร์มสตรอง ไม่เชื่อในความมุ่งมั่นของเขา
แต่เวลาก็พิสูจน์ว่า NASA ตัดสินใจถูกที่ปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ผูกขาดหรือยึดติดความยิ่งใหญ่ในอดีตด้วยเกียรติประวัติไปเยือนดวงจันทร์ และเลือกที่จะร่วมมือเพิ่มบทบาทให้กับเอกชนหน้าใหม่อย่าง SpaceX ที่มี ‘อีลอน มัสก์’ นั่งตำแหน่งหัวหน้าวิศวกร
หลังผ่านพ้นจุดเริ่มต้นและเรื่องดราม่า ก็เข้าสู่กระบวนการทำงานของ SpaceX ที่สารคดีพาไปดูว่าทีมวิศวกรต้องใช้ความอดทนและการรอคอยอย่างยาวนาน ผ่านความล้มเหลวของการทดสอบยิงจรวดจนแทบถอดใจ เมื่อจรวดลำแล้วลำเล่าถูกปล่อยขึ้นไปและล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง
ใช้เวลาถึงหลายปีความพยายามจากการเรียนรู้ถึงความล้มเหลวก็ได้ผล ถึงตรงนี้สารคดีทำให้เราเห็นถึงการดิ้นรนและพยายามอยู่หลายปี ‘อีลอน มัสก์’ แทบจะกระเป๋าแห้งกับ SpaceX แต่เขาก็ไม่ล้มเลิก ทนเจ็บตัวอยู่หลายปี จนในที่สุดก็มาถึงจุดเหนือน้ำ เมื่อ SpaceX พัฒนาเทคโนโลยีสร้างจรวดที่เมื่อยิงขึ้นไปแล้วยังสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ซึ่งจุดเริ่มต้นนี้นี่เองที่ทำให้ SpaceX ก้าวกระโดดในการพัฒนาเทคโนโลยีทางอวกาศขั้นสูง และยังใช้ต้นทุนที่ถูกลงกว่าเดิม ซึ่งสารคดีได้เล่าเรื่องช่วงนี้ด้วยการนำฟุตเทจการทดสอบการปล่อยจรวดที่เมื่อยิงขึ้นไปแล้วสามารถวกกลับมาจอดแบบแนวตั้งได้ที่จุดกำหนด ซึ่งฉากนี้เราจะได้เห็นทั้งความตื่นเต้น ลุ้นระทึก และดีใจสุดขีดของทั้ง ‘อีลอน มัสก์’ และเหล่าทีมวิศวกรเมื่อทำผลงานได้สำเร็จ ก่อนที่จะได้เห็นความสำเร็จนี้จากการทดสอบระบบอีกหลายครั้งจนมั่นใจได้แน่นอนว่านี่คือเทคโนโลยีใหม่ที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง
ความสำเร็จครั้งนี้ส่งผลให้ SpaceX ได้สัญญาจากรัฐบาลสหรัฐมูลค่าถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ SpaceX ค่อยๆขยายการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ จนนำมาสู่เรื่องราวของการพัฒนากระสวยอวกาศ Dragon ที่ส่งนักบินอวกาศของ SpaceX ซึ่งก็เคยเป็นอดีตนักบิน NASA ขึ้นไปทำภารกิจที่สถานีอวกาศนานาชาติ โดยมุ่งหวังให้เป็นการทดสอบ ‘การบินทางอวกาศเชิงพาณิชย์’ ครั้งแรกของโลก โดยฝีมือของบริษัท SpaceX นั่นเอง
‘Return to Space’ ยังพาไปรู้จักทีมเวิร์กและเหล่าวิศวกร ทีมงานที่อยู่เบื้องหลังการทำงานอย่างหนักตั้งแต่ภารกิจสร้างจรวดขึ้นไปบนวงโคจร ไปจนถึงภารกิจสำคัญส่งนักบินอวกาศของ SpaceX ขึ้นไปสู่สถานีอวกาศนานาชาติและกลับมายังโลกอย่างปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดกินเวลายาวนานหลายปี เราจะได้เห็นฟุตเทจที่รวบรวมมาจากทั้งฝั่ง NASA และ SpaceX และการตั้งกล้องสัมภาษณ์ต่อเนื่อง

ตัวสารคดีใช้การเล่าแบบย้อนรอยให้เห็นการฝ่าฟันก่อนจะสำเร็จมากกว่าจะแตะต้องไปที่ประเด็นเชิงธุรกิจ เพราะถ้าว่ากันตามจริง SpaceX คือธุรกิจที่ทำให้ ‘อีลอน มัสก์’ ไต่อันดับมหาเศรษฐีโลกชนิดพุ่งพรวด ในไม่กี่ปีมานี้ แต่สารคดีเลือกขับเน้นไปที่แรงบันดาลใจเป็นหลัก มีแม้กระทั่งรายละเอียดที่เสริมเรื่องให้ดูน่ารักเข้าไปอีก อาทิ ความเชื่อแบบมูเตลูของเหล่าทีมงาน SpaceX ในวันที่จะมีการปล่อยจรวดทุกครั้ง พวกเขาจะถือเคล็ด มีความเชื่อโชคลางต่างๆ นานา ตั้งแต่การเลือกใส่สีเสื้อ การเลี่ยงไม่ใส่บางสี การไม่โกนหนวดเคราแก้เคล็ด การเอากระดาษมาเขียนคำดีๆ ใส่ในรองเท้า แม้แต่ตัวอีลอน มัสก์ ก็มีมูเตลูเบาๆ เช่นกัน จนเรียกได้ว่า สารคดีเรื่องนี้อยู่ห่างไกลจากเรื่องการทำธุรกิจหารายได้ของ SpaceX และแน่นอนว่าสารคดียังทำให้ ‘อีลอน มัสก์’ ดูเป็นนักธุรกิจเทคโนโลยีที่มีความมุ่งมั่น ฝันไกล กล้าลงมือทำเรื่องยากๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์ในต่างประเทศบางสำนักมองว่า สารคดีเรื่องนี้ยังไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด อาทิ ประเด็นสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงกรณีที่มักมีข่าวลือเชิงอารมณ์ที่ไม่อยู่กับร่องกับรอยของอีลอน มัสก์ และยังมองว่าบทสัมภาษณ์ของ ‘อีลอน มัสก์’ ในสารคดีเรื่องนี้คือความพยายามจะยกให้ SpaceX คือหัวหอกของธุรกิจและผู้นำยุคใหม่ของธุรกิจการบินในอวกาศแบบข้ามาคนเดียว พร้อมด้วยภาพลักษณ์กอบกู้มนุษยชาติ ทั้งที่จริงยังมีบริษัทของมหาเศรษฐีดังอีก 2 คน มารอเป็นคู่แข่ง นั่นก็คือ Blue Origin ของ ‘เจฟฟ์ เบโซส’ และ Virgin Galactic ของมหาเศรษฐี ‘ริชาร์ด แบรนสัน’ พร้อมกับที่ภาพความทะเยอทะยานอันกว้างใหญ่นี้แท้จริงปฏิเสธไม่ได้ว่ามี NASA มาเป็นอีกหนึ่งแบ๊กอัพสำคัญ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่ถือเป็นผลงานความสำเร็จของ SpaceX ที่ได้พลิกโฉมหน้าการเดินทางท่องอวกาศของมนุษยชาติ

ในภาพรวมแล้วสารคดี Return to Space ได้ปลุกความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูกับโลกของการสำรวจอวกาศที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกขณะ พร้อมด้วยเส้นเรื่องที่ทำให้คนดูชื่นชมในความพยายามของ SpaceX และถ่ายทอดออกมาในมุมมองที่มองโลกในแง่ดี ผ่านพลังความมั่นใจของ อีลอน มัสก์ และแน่นอนว่าเขาก็คือจุดเด่นของสารคดีเรื่องนี้ ด้วยการตอกย้ำของเขาที่ว่าเราเคยไปดวงจันทร์ แต่ก็เหมือนเราลืมวิธีไป และวันนี้เรากำลังกลับมาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่นั้นอีก และแน่นอนว่า ‘อีลอน มัสก์’ ตั้งใจไปให้ถึงดาวอังคาร
ติสตู
(ภาพประกอบ Youtube Video / Netflix)

