อ่านก่อน-เพื่อจะได้ขับร้องโดยซาบซึ้ง เข้าถึง ‘เพลงสรรเสริญพระบารมี’

21.10.16 | 17:14 น.

เข้าใจกันว่า ครั้งอยุธยาได้มีเพลงลักษณะสรรเสริญพระบารมีอยู่แล้ว บรรเลงขณะพระมหากษัตริย์เสด็จฯลงท้องพระโรง หรือเสด็จฯขึ้น บ้างว่าเป็นเพลง ‘เสด็จฯออกขุนนาง’ บ้างว่าเป็นเพลง ‘สรรเสริญพระนารายณ์’ ยังต้องสืบค้น

แต่ในรัชกาลที่ 4 ซึ่งติดต่อสัมพันธ์กับอังกฤษแล้วนั้น ได้มีการบรรเลงเพลงถวายความเคารพกษัตริย์และการฝึกทหารอังกฤษด้วยเพลง ‘ก้อด เซฟ เดอะ คิง’ (God Save The King) พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) จึงใช้ทำนองดังกล่าวเขียนคำสรรเสริญพระบารมีถวายให้ชื่อว่า ‘จอมราชจงเจริญ’

ครั้นรัชกาลที่ 5 เสด็จฯประพาสสิงคโปร์และเกาะชวา ปี 2414 ทหารอังกฤษได้บรรเลงเพลง ‘ก้อด เซฟ เดอะ คิง’ ถวายพระเกียรติยศรับเสด็จฯ จึงกลายเป็นว่า อังกฤษกับสยามใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเดียวกัน

ต่อเมื่อเสด็จฯถึงเมืองปัตตาเวีย (ชื่อเก่าของจาการ์ตา อินโดนีเซีย) ชาวฮอลันดาซึ่งตั้งอาณานิคมอยู่ ได้ถามถึงเพลงสรรเสริญพระบารมีหรือเพลงประจำชาติ เพื่อจะได้บรรเลงรับเสด็จฯ

จึงทรงดำริให้ครูดนตรีไทยแต่งเพลงแตรวงถวายเพื่อใช้แทนเพลงอังกฤษ คณะครูจึงน้อมเสนอเพลง ‘บุหลันลอยเลื่อน’ (เพลงทรงพระสุบิน) พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 เป็นเพลงสรรเสริญพระบารมี จึงทรงโปรดฯให้นายฮเวทเซน (Heutsen) ครูดนตรีชาวฮอลันดาในกรมทหารมหาดเล็ก เรียบเรียงทำนองใหม่เป็นทางตะวันตก ใช้มาแต่ปี 2414 ดังกล่าว

Advertisement

สุกรี เจริญสุข สันนิษฐานว่า เพลงนี้น่าจะเป็นเพลงเดียวกับเพลง ‘สรรเสริญเสือป่า’ ซึ่งใช้เป็นเพลงเกียรติยศเสือป่าในรัชกาลที่ 6

ต่อมาปี 2416 หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ครั้งที่ 2 ไม่นาน พระประดิษฐไพเราะ (ครูมีแขกหรือมี ดุริยางคกูร) นำเค้าเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ของเก่าแต่งทำนองขึ้นถวาย โดยมีปโยตร์ ชูรอฟสกี (Pyotr Schurovsky) คีตกวีรัสเซียเรียบเรียงเสียงสำหรับดนตรีตะวันตก จากนั้นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงนิพนธ์เนื้อร้องประกอบ บรรเลงครั้งแรกที่ศาลายุทธนาธิการ

ต่อมาทรงนิพนธ์เนื้อร้องเพลงนี้อีกหลายเนื้อเพื่อขับร้องในหลายกลุ่มต่างกัน เช่น ทหาร นักเรียนหญิงหรือชาย เป็นต้น ทั้งยังมีพระนิพนธ์ใน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ สำหรับทหารเรือโดยเฉพาะ

สำหรับเนื้อเพลงสรรเสริญพระบารมีฉบับปัจจุบันนั้น เดิมทีนิพนธ์ขึ้นเพื่อใช้ในพระราชพิธีลงสรงในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร

ถึงรัชกาลที่ 6 ทรงนำคำร้องมาพระราชนิพนธ์ใหม่ โดยทรงรักษาคำร้องเดิมไว้ เปลี่ยนคำร้องท่อนสุดท้ายที่ว่า ‘ฉะนี้’ เป็น ‘ชโย’ เพราะทรงฟังเสียงร้องที่พากันลงทำนองว่า “ชะนี” แล้วทรงรำคาญพระราชหฤทัย

และประกาศใช้ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2456 มาจนปัจจุบัน

โดยในวันพรุ่งนี้ (22 ต.ค.) พสกนิกรชาวไทยจะร่วมใจกันไปร้องเพลง ‘สรรเสริญพระบารมี’ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ บริเวณลานกำแพงพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง

ขับร้องด้วยหัวใจ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกร่วมกันทั้งมวล

“ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน

นบพระภูมิบาล บุญดิเรก

เอกบรมจักริน พระสยามินทร์

พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล

ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์

ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด

จงสฤษดิ์ดัง หวังวรหฤทัย

ดุจถวายชัย ชโย”