ละครเรื่อง ‘คุณหมีปาฏิหาริย์’ ลาจอช่อง 3 HD ไปด้วยเรตติ้งไม่สวย
พูดให้ชัดเจนคือไม่สวย ตั้งแต่ตอนออกอากาศ
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ หรือ ป้าแจ๋ว ของคนในวงการ ซึ่งเป็นทั้งผู้จัดและผู้กำกับละครเรื่องนี้ยอมรับว่า “ถ้าเป็นแต่ก่อนคงรู้สึกใจหาย”
แต่ตอนนี้ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น
เพราะ “ผลตอบรับมันอยู่ในทวิตเตอร์ ในออนไลน์ทั้งหลายแหล่ มันค่อนข้างดี” เขาบอก
ทั้งในไทยที่มีคนมาบอกเขาว่า ตอนแรกไม่กล้าดู แต่อยู่ๆพ่อกับแม่ก็ขวน รวมทั้งคนที่เล่าว่า คุณย่า คุณยาย ไม่เคยรู้จักละครวายมาก่อน แต่ดูแล้วก็สนุก แล้วชอบตัวละคร ในฐานะคนทำจึงมีความรู้สึกว่าละครได้ทำหน้าที่อย่างที่คาดหวังเอาไว้ คือเป็นละครครอบครัว ให้ครอบครัวดูแล้วมีความสุข รวมถึงสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ได้ครบถ้วนสมความตั้งใจ
ขณะที่สถานีก็ไม่ได้ตำหนิ
“เขารู้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าเรื่องนี้ไม่คาดหวังเรตติ้ง เขาหวังแค่ขอให้เป็นกระแส เป็นที่พูดถึงของคนหมู่มาก ซึ่งเจ้านายของเราก็แฮปปี้ที่มันไม่ได้มีกระแสแค่ประเทศไทยอย่างเดียว ยังมีกระแสไปต่างประเทศด้วย คนฟิลิปปินส์ชอบมาก ไปติดเทรนด์ทวิตเตอร์ที่ฟิลิปปินส์ ขณะที่ญี่ปุ่น เขาก็รอเวอร์ชั่นซับภาษาญี่ปุ่นออกมา คนเกาหลีก็รอภาษาเกาหลี ไต้หวันดูแล้ว และละครของเราก็ไปติดอันดับที่ 20 ของเว่ยป๋อ เป็นที่น่าสนใจของคนจีนในแผ่นดินใหญ่”

เรื่องเรตติ้งที่โดนจับตา เขาก็รู้ว่าคนไทยยังมองเรื่องนี้
“แต่การฝากชีวิตไว้กับเรตติ้งอย่างเดียว จะเครียดเกินไป”
การที่ตัวเลขดังกล่าวส่งผลกับโฆษณา นั่นก็เหมือนกัน
“แต่ว่าทั่วโลกก็มีปัญหากับเรตติ้งแบบนี้เหมือนกัน”
“อย่างสมมติว่า ในประเทศไทยเราใช้ตัวสุ่มวัดแค่ 1,000 คน มันน้อยมากเมื่อเทียบกับคนหลายล้านคนในประเทศ อาจจะทำสถิติได้ แต่อาจไม่สมบูรณ์นัก”
“ตอนนี้เลยมีความรู้สึกว่าตัวเลขมันมีความสำคัญในการขาย แต่ในขณะเดียวกันพฤติกรรมการบริโภคของคนดูไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่ได้ดูทีวีตอนเวลาออกอากาศจริง ไปดูย้อนหลังก็ได้ หรืออยากจะไปดู 16 ตอนรวดเดียวจบก็ได้”
“ละครของเราอาจจะจบแล้ว แต่อยู่ใน 3 พลัส ใน Netflix อีกยาวนาน ถึงจะไม่ได้ประสบความสำเร็จเปรี้ยงปร้างทางด้านตัวเลขเรตติ้งในตอนนี้ แต่ในระยะยาว คิดว่าละครน่าจะสร้างกระแส และสร้างเรื่องให้ดูต่อไปอีกยาวนาน แค่นี้เราก็ดีใจแล้ว”

การที่ละครของเขา เป็นละครวายเรื่องแรกที่ช่อง 3 HD นำมาออกอากาศในช่วงหลังข่าวภาคค่ำ ซึ่งแต่ไหนแต่ไรถือเป็นเวลาไพร์มไทม์ จนถูกมองว่า เป็นตัวทดลอง ป้าแจ๋วรับว่า เขาเองก็คิดว่าอาจจะเป็นอย่างนั้น
“การสร้างพฤติกรรมใหม่ให้กับคนดู มันต้องมีการทดลองก่อน ถ้าทดลองแล้วไม่ดี อาจจะต้องย้ายไปอยู่ในเวลาที่สมควร เป็นช่วง 5 ทุ่มไหม ถ้ามีเรื่องที่เหมาะกับตอนสองทุ่มครึ่ง ถึงแม้จะเป็นตัวละครที่เป็นชาย-ชาย หรือว่าเป็นหญิง-หญิง ถ้าเขาคิดว่าเหมาะสมที่จะออกได้ พฤติกรรมคนดูเริ่มเปลี่ยนแล้ว ช่องอาจพิจารณาใหม่ ให้กลับมาออกช่วงเวลาไพร์มไทม์”
“แต่เดี๋ยวนี้ต้องบอกเลยว่าช่วงเวลาไพร์มไทม์ ไม่ใช่ไพร์มไทม์ เวลาไพร์มไทม์ที่แท้จริง มันไม่มีแล้ว”
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า “เราจะสร้างปรากฎการณ์อย่างไรให้คนกลับมาใช้เวลาช่วงไพร์มไทม์อีก”
ถึงเรตติ้งต่ำกว่า 1 แต่ป้าแจ๋วยืนยันว่า ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อรายได้ เพราะโฆษณาไม่ได้หนีหาย
“ที่แน่ๆ ช่องเริ่มเห็นทางแล้วว่ากระแสของการดูละครออนไลน์มันก็มีผลต่อละครเรื่องหนึ่งเหมือนกัน แม้ละครเรื่องคุณหมีจะมีเรตติ้งไม่ค่อยสูง อาจจะได้แค่หนึ่ง หรือต่ำกว่าหนึ่ง แต่โฆษณาก็มีอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้น้อยลง เราเลยรู้สึกว่าช่องน่าจะเก็บเรื่องราวที่คุณหมีออกอากาศ แล้วได้เรตติ้งแค่นี้ แต่โฆษณายังเต็ม แล้วมีกระแสจากออนไลน์ไปประมวลใช้กับเรื่องอื่นๆ ต่อไปในอนาคต”

คนเคยทำละครแล้วได้เรตติ้งสูงถึง 25 จากเรื่อง ‘คู่กรรม’ บอกด้วยว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนเห็นเรตติ้งราวๆ 1 อย่างนี้ เขาคงรู้สึกใจหาย แต่ก็นั่นแหละ ทุกคนต้องยอมรับว่าอะไรๆย่อมไม่เหมือนเดิม
“ละครเดี๋ยวนี้เรตติ้งสูงสุด 5 เท่านั้นเอง แล้ว 5- 6 ก็ไม่ได้ทุกเรื่องด้วย ส่วนมากที่ประคับประคองตัวเองอยู่ ได้เรตติ้งอยู่ 2-3”
ถ้าได้ 4-5 ก็ถือว่าเยอะแล้ว
ดังนั้น “การที่เราได้ต่ำกว่าหนึ่ง ก็ไม่คิดว่ามันแย่มากถึงขนาดนั้น”
“ตอนแรกดูตัวเลขอาจจะตกใจนิดนึง แต่พอดูผลประกอบการจากคนที่ดูผ่านออนไลน์แล้ว มีความรู้สึกว่าไม่น่าตกใจอย่างที่คิด เพราะว่าพฤติกรรมคนดู ไม่ได้ดูตามปกติอย่างที่เคยเป็นมา การได้ไม่ถึง 2-3 มันก็อาจจะอึดหน่อยในครั้งแรก แต่พอผ่านไป 2-3 อาทิตย์ สำรวจพฤติกรรมของคนดูแล้ว เรารู้สึกได้ในทันทีว่าไม่ได้เฟลมากขนาดนั้น”

“ตัวเลขมันทำให้เรารู้สึกใจเสีย แต่ด้วยพฤติกรรมคนดูส่งผลมาให้เราโดยตรง มันทำให้รับรู้ว่าคนดูให้ความสนใจละครเรื่องนี้มากพอสมควร”
ด้วยเหตุนี้ป้าแจ๋วเลยบอกชัด ว่า ถ้าช่องอนุมัติให้ทำละครแนวนี้อีก เขาก็จะทำ
ทำด้วยความตั้งใจเหมือนเดิม
เพิ่มเติมคือไม่เอาทุกอย่างไปผูกไว้กับตัวเลขที่เรียกว่า ‘เรตติ้ง’ แค่เพียงอย่างเดียว.

