นุ่น สินิทธา เคลียร์ข่าวไม่ถูกกับน้องสาว พลอย เฌอมาลย์ รับหมดแพสชั่นในวงการบันเทิง
อดีตนางเอกแถวหน้ายุค 90 อย่าง นุ่น สินิทธา ที่มาเผยชีวิตหลังออกจากวงการบันเทิง 8 ปี เพราะป่วยเป็นเนื้องอก พร้อมเผยความสัมพันธ์พี่น้องกับ พลอย เฌอมาลย์ ที่ไม่เคยเปิดที่ไหน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 ไว้ว่า
“นุ่นออกจากวงการตั้งแต่ 8 ปีที่แล้ว ฉันหมดแพสชั่นกับมันแล้ว บทละครก็มีที่เขามาเสนอแล้วเราชอบ แต่เราไม่ชอบการทำงานที่เราไม่สามารถควบคุมเวลาตัวเองได้”
รวมถึงอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญคือปัญหาเรื่องสุขภาพ “ตอนนั้นเป็นเนื้องอกในมดลูก”
“คุณหมอตรวจเจอครั้งแรก 7 มิล คุณหมอบอกว่าจะเอายังไงดี จะผ่าก็ได้นะ คุณหมอบอกว่าอีก 3 เดือนมาเจอกัน เราแบบอุ้ย…ผ่าตัดจะต้องดูแลตัวเอง มีการพักฟื้น ก็กินใหญ่เลย ตอนนั้นก็ทานไส้กรอกแปรรูปทุกชนิด ไม่ได้ดูแลตัวเอง คิดว่าอาหารก็คืออาหาร เสร็จปุ๊บ 3 เดือนจะไปผ่า หมอบอกไปทำอะไรมาทำไมมันใหญ่ขึ้น จาก 7 มิล ขึ้นไปเป็น 1.5 เซน”
“ผ่าเสร็จหมอเอามาให้ดูเลย เราก็แบบต่อไปนี้ฉันจะแข็งแรงแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะหาย สุขภาพดี ไม่มีอะไรเกิดขึ้นปฏิบัติตัวเหมือนเดิม กินเหมือนเดิม หมอก็เรียกฟอลโลว์อัพ ปีที่ 3 มา 2 ลูก 2 เซนกว่า”
ก่อนจะเจออีกโรคคือซีสต์ถุงน้ำในรังไข่ โดยเจอเมื่อ 3 ปีก่อน “เราคิดว่าจะเป็นมะเร็ง อันนั้นฟูมฟาย คือตรวจพบเพราะว่าประจำเดือนไม่มา พอเดือนที่ 3 ก็ไปหาคุณหมอ ไปตรวจเสร็จคุณหมอพบถุงน้ำ 2 ข้าง เป็นซีสต์ที่รังไข่ ฉีดยาไปวันแรกเจอเอฟเฟ็กต์ แขน ขา มืออ่อนแรง แพ้ยา กลับไปรอ 7 วัน จะมีประจำเดือนใช่ไหม ก็ยังทำงานปกติ แต่มันไม่มา คราวนี้ปรึกษาแม่เพื่อนกับเพื่อน ก็ถามเขาเหมือนทฤษฎีเขาเยอะ เรื่องสุขภาพ เขาก็บอกทำอย่างนี้สิ ไม่กินอาหารเลย กินแต่น้ำเปล่า ตอนนั้นทำ 5 วัน ดื่มน้ำเปล่าๆ ผสมเกลือนิดหน่อย เพื่อให้มันมีเกลือแร่อยู่ แต่ละวันกินน้ำ 5-6 ลิตร เราทำไป 5 วัน วันที่ 3 ประจำเดือนมา จาก 4 เดือนที่ประจำเดือนไม่มา ฉีดยาก็แล้ว”
หลังจากนั้นศึกษาละเอียดถึงวิธีดูแลตัวเองว่าอาหารแต่ละชนิดทำปฏิกิริยาอะไรกับร่างกายบ้าง
“น้ำตาลเป็นส่วนสำคัญที่สุดในระบบที่เรากินอยู่ทำให้ร่างกายเราเหนื่อย อ่อนเพลีย หรือสดชื่น จริงๆ วันนึงคนเราบริโภคน้ำตาลได้ไม่เกิน 3 ช้อนชา ถ้าคุณทานผลไม้ทุกชนิด เกิน 1 ลูกต่อวัน น้ำตาลก็สูงแล้ว”
“พอเรากินถูกที่ ถูกทาง ซีสต์มันฟ่อลง เพราะนี่คือการควบคุมจากการบริโภค โจทย์ทุกวันนี้คือกินให้พอเหมาะ พอดี คือร่างกายเราปลอดโรค เพราะเรารู้หลักไม่ให้เกิดโรค แล้วทำยังไงให้มันเป็นสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับร่างกายเรา”

ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึง พลอย เฌอมาลย์ น้องสาว ว่าเป็นพี่น้องที่สนิทกันไหม นุ่นก็เผยว่า
“เรามีความเกรงใจ ความเคารพซึ่งกันและกัน เรื่องส่วนตัวบางเรื่องเราไม่ได้ยุ่ง หรือว่ามาวิพากษ์วิจารณ์”
“สภาวะครอบครัวเราคือหลานย่าคนนึง หลานยายคนนึง แต่ว่ามันอยู่ที่ความชอบของเด็กด้วย ผู้ปกครองก็ถามก่อนว่าชอบอยู่กับใคร เราชอบอยู่กับย่า ย่าอยู่สัตหีบ ค่ายทหาร บ้านอยู่ริมทะเลเลย เราชอบแบบนั้น ส่วนพลอยเขาอยู่กับยาย อยู่เสนานิเวศน์ พลอยก็เป็นเด็ก กทม. เราก็เด็ก ตจว. รูทีนก็ไม่เหมือนกัน เราชอบขุดหอยเสียบ ไปทำนู่น ทำนี่ย่าไปทำสวนเราก็ตามไป เราชอบปลูกต้นไม้ เราชอบอะไรที่เป็นธรรมชาติ ส่วนน้องนี่ชอบแต่งหน้า แต่งตัว เด็กในเมือง”
“ช่วงที่เราทำงาน เราจะไม่ได้เจอน้องเลย เพราะว่าเราทำงานตั้งแต่ 15 ถ่ายละคร 6 วัน 2 เรื่อง แล้วอีกวันที่เหลือคือไปเดินแบบ ถ่ายแบบ เวลาของเราจะต่างกันเลย นุ่นจะไม่มีช่วงที่ได้เจอน้อง เหมือนพอเรากลับบ้านจะไปนอน น้องก็ตื่นไปโรงเรียน พอช่วงที่เราไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ออกไปเรียนคือไม่ทำงานเลย แล้วออกไปอยู่หอกับเพื่อน เพราะอยากใช้ชีวิตในช่วงที่เราขาดหายไป”
ทั้งนี้ เมื่อถามว่าเวลาที่มีคนบอกว่าพลอยดังกว่า ได้ยินแบบนี้ขึ้นไหม? “ดีใจมาก”
แต่กระนั้น “ดังกว่าก็ทำงานหนักกว่า คิดว่าดังแล้วเงินจะลอยมาเฉยๆ เหรอ คุณต้องทนกับความเครียด ความคาดหวัง คำวิจารณ์ มันไม่ได้หมายความว่าชีวิตคุณจะมีความสุขและสงบสุขนะ”
กับชีวิตตัวเองนั้น นุ่นบอกว่า “นุ่นพึงพอใจ อย่าพูดว่าดีกว่า มันไม่มีสูตรสำเร็จในการเปรียบเทียบคนนึงกับอีกคนนึง เพราะฉะนั้นเวลาที่เราบอกว่าดีกว่าไหมมันอยู่ที่ความพอใจของเรา”
กับประเด็นที่มีคนเมาธ์ว่าคู่พี่น้องคู่นี้ไม่ถูกกันนั้น เจ้าตัวก็ว่า “ใช่ ไม่ถูกกัน”
“ไม่ถูกกันมากเลยเรื่องแต่งหน้า คือนุ่นไม่ชอบแต่งหน้า แต่งหน้าไม่เป็น อยู่วงการมากี่ปีไม่อยากเรียนรู้เรื่องนี้ แล้วไม่ชอบด้วย แล้วน้องจะวิพากษ์วิจารณ์ตลอดเวลาว่าทำไม เป็นผู้หญิงต้องแต่งหน้า ออกไปก็ต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้มันสวยๆ แต่เราคิดว่ามีเวลาไปทำอย่างอื่นตั้งเยอะแยะ ไม่ต้องแต่งหน้า”
กับช่วงที่อีกฝ่ายมีปัญหาหรือเจอข่าวหนักๆ นั้น นุ่นก็ว่า “เราดูอาการเขาก่อน”
“คือแน่นอนแหละพี่น้องกัน ถ้าวันที่คุณเดินไปลงเหว แล้วเห็นว่าเขาเดินลงเหว เราก็ต้องดึงเขา ในชีวิตมันต้องเจอทั้งหลุม บ่อ เจอทุกอย่างที่มันจะต้องเจ็บปวด หรืออะไร มันคือรสชาติของชีวิต เราต้องปล่อย”
พร้อมให้เหตุผลว่า “มาตรฐานของชีวิตคน คุณไม่สามารถไปจัดการ แม้กระทั่งลูก คุณไม่สามารถบอกว่าอันนี้ฉันคิดถูก เธอผิด มันเป็นไปไม่ได้”
“เราไม่ได้ไปอยู่ติดกับเขา เราจะไปเห็นทุกอิริยาบถ แล้วบางทีเราจะเลือกคบใครสักคนมันต้องเจ้าตัว ไม่ใช่คนข้างบ้านมาบอก เราตัดสินว่าเราเป็นคนข้างบ้านนะ เพราะเราไม่ได้อยู่ในบ้านที่จะไปมองเห็นทุกซอกทุกมุมของเขา เพราะฉะนั้นเราไม่มีสิทธิไปบอกเขาว่าอันนี้ไม่ได้ อันนี้ไม่ดี มันตัดสินไม่ได้”
กับล่าสุดที่พลอยเปิดตัวแฟน นุ่นยอมรับว่ารู้พร้อมประชาชนนี่แหละ “นุ่นคิดว่าถ้ามันเป็นความสุข ความสุขในที่นี้ของคุณคืออะไร”
จะบอกว่าผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ได้ ไม่สนใจ?
“อยู่คนเดียวก็ได้ไง มันคืออะไร เราจะมาตัดสินแทนคนอื่น เอามาตรวัดของเรา ตราชั่งของเราไปใส่คนอื่น ไม่ยุติธรรม”
ส่วนสถานะของตัวเองในตอนนี้ นุุ่นบอกว่า โสด เพราะไม่อยากจะเสียเวลา
“โจทย์ของนุ่นที่นุ่นจะใช้ชีวิต ป่วยก็หลายที เฉียดตายก็หลายที ในโลกแห่งความเป็นจริงถ้าคุณตั้งโกลอะไรบางอย่างไว้ ถ้าเรื่องความรัก ถ้าคุณไปเซตว่าชาตินี้ต้องหาผัวให้ได้ ก็แปลว่าชีวิตคุณจะไม่ประสบความสำเร็จถ้าคุณไม่มีผัว แต่ว่าถ้ามายโกลของเราคือ ชาตินี้เราต้องประสบความสำเร็จได้ด้วยตัวเอง แปลว่าคุณต้องยืนด้วยขาตัวเอง คุณไปยืมจมูกคนอื่นหายใจไม่ได้ หรือคุณคิดว่าผู้ชายคนนึงจะมาทำให้คุณมีความสุขเติมเต็มชีวิตไม่ได้ ไม่ยุติธรรม ไม่แฟร์ การที่จะต้องโยนว่าเป็นภาระหน้าที่อีกคนเพื่อจะเติมเต็มความสุขให้เรา”
“เราต้องเติมเต็มความสุขด้วยตัวเราเอง”
