จินา แจง ‘นาดาว บางกอก’ ยังอยู่ เพียงยุติการดูแลศิลปิน เชื่อ ย้ง ทรงยศ แค่พักเพื่อหาแพชชั่นใหม่

18.05.22 | 14:28 น.

จินา แจง ‘นาดาว บางกอก’ ยังอยู่ เพียงยุติการดูแลศิลปิน เชื่อ ย้ง ทรงยศ แค่พักเพื่อหาแพชชั่นใหม่

จินา โอสถศิลป์ ผู้บริหารจีดีเอช ได้เปิดให้สัมภาษณ์ โดยช่วงนึงได้เปิดใจถึงการปิดฉาก 12 ปีของ นาดาว บางกอก ซึ่งการนี้ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของที่มา นาดาว บางกอก ให้ฟังว่า

ปิดฉาก 12 ปี นาดาว บางกอก ประกาศยุติทุกบทบาทตั้งแต่ 1 มิ.ย.นี้

“คือต้องบอกก่อนว่า 12 ปีที่แล้ว พี่เป็นคนที่ขอให้พี่ย้ง (ทรงยศ สุขมากอนันต์) เปิดนาดาว คือ ณ ตอนนั้นเรามีนักแสดงอยู่ 3-4 ท่าน ต้องบอกนิดนึงว่า จีดีเอชเป็นบริษัททำหนังไทย ทำคอนเทนต์ เรามีหน้าที่ทำคอนเทนต์ ตอนนั้นเรามีนักแสดง ซันนี่ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) เต๋อ (ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) เปอร์ (สุวิกรม อัมระนันทน์) ไมเคิล (ศิรชัช เจียรถาวร) พี่ย้งอยากทำงานโปรดักชั่น พี่เห็นพี่ย้งกับน้องบอมบ์ (จงจิตต์ อินทุ่ง) ดูแลนักแสดง เราอยากจะทำพัฒนาศิลปิน แต่เราทำไม่เป็น พี่ย้งเปิดบริษัทแล้วก็ช่วยทำให้เราหน่อยได้ไหมกับสิ่งที่พี่ย้งอยากทำอะไรก็ได้ที่พี่ย้งเป็นแพชชั่น อันนั้นคือ 12 ปีที่แล้ว พี่ย้งก็ได้ แล้วก็ทำ หลังจากนั้นที่ทำก็มีนักแสดงอยู่ 3-4 ท่าน เสร็จแล้วพี่ย้งก็ได้โอกาสในการทำฮอร์โมน ก็ได้เกิดการสร้างนักแสดง มาสร้างศิลปินของตัวเอง พี่ย้งก็สนุก มีแพชชั่นมาก ได้ทำสิ่งใหม่ๆ พี่ย้งก็มาบอกพี่ว่าอยากทำสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำ ซึ่งมันก็คล้ายปัจจุบัน ลองผิดลองถูก นาดาว 2-3 ปีแรกเคยเหลือเงินอยู่สองหมื่นแปดก็เคยแล้ว ถ้ากลับไปอ่านในประวัติของเขา แต่กับแพชชั่นที่พี่ย้งเขามี เขาต้องทำให้ได้ในการที่จะพัฒนาศิลปินได้แปลว่าเราต้องมีงาน ต้องคิดงาน ทำคอนเมนต์ต่างๆ

จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา พี่ย้งเขารู้สึกว่ากำลังจะหมดแพชชั่น เรามีนักแสดงของเราที่เพิ่มมากขึ้นแล้วน้องๆ ทุกคนมีศักยภาพและโอกาส แต่ขณะที่คนที่กำลังทำมันอ่อนแรง แพชชั่นเขาไม่ได้อยู่ที่เดิมๆ เขาไม่ได้อยากทำซีรีส์ เขาไม่อยากทำอะไรที่เหมือนซ้ำเดิม เขาอยากทำสิ่งใหม่ ก็มีการมาคุยกัน บวกกับนักแสดงของเราและศิลปินของเราก็มีโอกาสแล้วก็มีทางเลือกทางเดินของตัวเอง จริงๆ ปัจจุบันนี้มันไม่เหมือนสมัยก่อน โลกที่มันเปลี่ยนไป เราว่าทุกคนดูแลตัวเองได้ การติดต่องานมันง่ายขึ้นมาก ก็มีการพูดคุยกันเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็บอกพี่ย้งว่าท้ายสุดในฐานะเราเป็นคนทำงาน อะไรที่คนทำงานมีแพชชั่นและไม่มีแพชชั่นเราจะเคารพในสิ่งนั้น จนพี่ย้งบอกว่า ผมได้เริ่มคุยกับนักแสดงภายใน 2 ปีที่ผ่านมา เดี๋ยวเราจะค่อยๆ หาวิถีทางแล้วก็ยุติ

ยุติไม่ได้แปลว่าปิดนาดาวนะคะ นาดาวไม่ได้ปิด นาดาวเป็นบริษัทที่พี่ย้งถือหุ้นใหญ่ เราไปถือหุ้นกับพี่ย้งช่วยดูแลศิลปิน พี่ย้งก็ทำงานให้เรามีชื่อเสียง ผลประกอบการที่กลับมามาก ปีที่ผ่านมา เราได้กำไรส่วนหนึ่งก็มาจากการปันผลของนาดาว นาดาวปีที่ผ่านมาผลกำไรเขาดีมาก แต่แพชชั่นหมด แพชชั่นพี่ย้งหมด แปลว่าพี่ย้งไม่อยากทำพาร์ทตรงนี้ แต่เขามีสิ่งที่อยากทำในอนาคต ก็เลยบอกว่า ถ้าเราไม่อยากทำอะไรถึงฝืนทำกันไปได้เงินมันก็จะไม่มีผลดี พี่ย้งก็เลยบอกว่างั้นนักแสดงทุกคนต้องมีการคุยกัน ไม่มีทะเลาะเบาะแว้ง ไปเอาต์ติ้งกันที่เสม็ดอยู่เลย แล้วก็นักแสดงทุกท่านกลับไปดูแลตัวเอง แต่ถ้าอยากมีงานหรืออะไร อันนี้เป็นสิ่งที่พี่ย้งทำไปข้างหน้า เรายังร่วมงานกันได้เสมอ GDH น้องๆ เหล่านี้ก็เหมือนพี่น้องเรา มีอะไรเราก็จะคิดถึงก่อน เพราะฉะนั้นนาดาวยุติบทบาทไม่ได้แปลว่าปิดบริษัท บริษัทเขายังมีอยู่

Advertisement

ก็รอดูว่าแพชชั่นใหม่ของพี่ย้ง ซึ่งถ้าเรารู้จักเขาดีแกคงไม่หยุดนิ่ง เดี๋ยวแกคงจะได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่เหมือนที่แกเริ่มทำฮอร์โมน วันนั้นไม่มีใครคิดว่าเขาจะทำฮอร์โมนขึ้นมาได้ หรือเลือดข้นคนจางละครฉายในทีวี”

เสียดายไหมเพราะศิลปินยังไปได้อีกไกล?
“ถ้าพูดเรื่องของธุรกิจ เรื่องของผลประกอบการก็คงอาจจะเสียดาย แต่คนทำงานมันใช้แพชชั่นมาก การที่พี่ย้งหรือและน้องๆ นาดาว อย่างล่าสุดเรื่องแปลรักฉันด้วยใจเธอ พีพี บิวกิ้น กว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นมาได้ มันใช้พละกำลังสูง ก็ถ้าตัวพี่ย้งเองถ้าไม่มีแพชชั่นในการขับเคลื่อนอย่างคนทำหนังเหมือนกัน พี่น้องทุกคนก็ต้องมีแพชชั่น เราต้องเชื่อในสิ่งที่อยากทำ ทำสิ่งนี้ไปข้างหน้าถ้าในเชิงธุรกิจก็อาจจะเสียดาย แต่นาดาวให้พวกเรามามาก ให้พวกเราทั้งชื่อเสียง เงินทอง ทั้งสิ่งดีๆ ที่สร้างไว้ เราเชื่อว่าเดี๋ยวพี่ย้งต้องทำสิ่งใหม่ไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นนาดาวยังอยู่ พี่ย้งก็มีบริษัทนาดาวอยู่ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปข้างหน้า กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจอยู่ แต่พี่เชื่อว่าเขาไม่ได้หยุด เขาแค่พัก หาแพชชั่นใหม่ๆ เดี๋ยวคงกลับมาในไม่ช้านี้ แล้วพี่ย้งก็อาจจะดูว่าใครเหมาะสมที่จะมาถือหุ้นในการทำสิ่งใหม่ๆ ของเขา”

เรามีแผนที่จะดูแลศิลปินที่ยังทำเงินได้อยู่ไหม?
“คืออย่างงี้ตอนเราเปิดจีดีเอชใหม่ๆ เรายังต้องเอานักแสดงไปให้ย้งช่วยดูเลย เพราะจริงๆ พวกเราเป็นคนทำคอนเทนต์ การดูพาร์ทของนักแสดงมันต้องมีหัวอีกด้านในการจะดูว่าจะพัฒนาเขายังไง พัฒนาไม่ใช่แค่ว่าส่งไปเรียน คุณต้องทำงานให้เขาด้วย สิ่งหนึ่งที่นาดาวประสบความสำเร็จมากๆ คือเขามี creativity ในการทำตัวคอนเทนต์ต่างๆ ที่จะรองรับให้นักแสดงเขาไปข้างหน้าได้ เป็นที่รู้จักและเดินไปข้างหน้าได้ ซึ่งถ้าถามว่าในเวลาวันนี้จีดีเอชอาจจะยังไม่พร้อมที่จะเอานักแสดงทั้งหมดกลับมา มัน 40 กว่าชีวิต เราทำหนัง เราทำซีรีส์ก็ถือว่าเต็มพละกำลังแล้ว และอีกอย่างหนึ่งคือน้องๆ นักแสดงจริงๆ เขามีผู้ดูแล หรือเรียกว่าผู้จัดการได้ดีอยู่แล้ว แล้วก็คอนเทนต์ใหม่ๆ ก็หลากหลายมาก น้องๆ อาจได้ฝึกปรือประสบการณ์กันดู”

ตอนนี้บริษัทนาดาวยังคงอยู่แต่ยุติเรื่องคอนเทนต์และเรื่องการดูแลศิลปิน?
“ใช่ค่ะ แล้วก็พอดีเป็นพาร์ทที่จีดีเอชเข้าไปหุ้นในพาร์ทของบริหารศิลปิน เราก็เลยได้มีการซื้อหุ้นคืนแล้วก็หุ้นอันใหม่ก็แล้วแต่พี่ย้งเขาจะไปทำอะไรต่อ แต่ว่าไม่ได้ปิดบริษัท ถ้าปิดมันจะเหมือนจีทีเอชมันไม่มีบริษัทแห่งนี้อยู่แล้ว แต่นาดาวเขายังมีอยู่ค่ะ พี่ย้งเขาเป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นใหญ่นาดาวอยู่แล้ว ส่วนตัวเราเป็นพี่น้องที่รักกันเหมือนเดิมเพราะเรารับรู้กันมาตลอด ปรึกษาหารือกันมาตลอด รวมถึงทางแกรมมี่ด้วย แต่เราไม่รู้ว่าข้างหน้าแพชชั่นของพี่ย้งจะกลับมาอยู่กันใหม่หมดเลยก็ได้ แต่เพียงเช็ตอัพให้ได้ก่อนค่ะ แต่พี่ก็รู้สึกดีใจแล้วก็ขอบคุณพี่ย้งที่เขาได้บอกสิ่งที่เขารู้สึก คือคนเราถ้าทำงานต้องการแค่เงินเราเชื่อว่าข้างหน้าคอนเทนต์เราไม่ไปไหน ซึ่งอันนี้ก็ขอบคุณพี่ย้งที่เขาบอกล่วงหน้า ตอนแรกเราก็พยายามจะแบบพี่ย้งไหวไหมไปต่อ มัน 2 ปีแล้ว เราก็เห็นความหมดพลัง”

เขาบอกล่วงหน้า 2 ปี?
“คือมีการคุยกันมา 2 ปีแล้วค่ะ ว่าสิ่งนี้มันมีสิ่งที่ดี น้องนักแสดงก็ได้รับรู้มาแต่เพียงแค่มันเอฟเฟ็กทีฟคือเดือนนี้”

จีดีเอชถือหุ้นอยู่เท่าไหร่
“30% ค่ะ”

แต่งานใหม่จะไม่ใช้ชื่อนาดาว บางกอกแล้ว?
“คืออยู่ที่พี่ย้ง เราบอกพี่ย้งว่าตอนนี้บริษัทนาดาว บางกอก เป็นของพี่ย้ง พี่เก้ง จิระ เป็นคนตั้งให้ วันหนึ่งไม่เปลี่ยนชื่อหรือไม่เปลี่ยนอันนี้อยู่ที่ตัวพี่ย้งเอง เพราะจริงๆ นาดาวตอนที่ตั้งเข้ามาก็คือกลุ่มเล็กๆ ที่มีพี่บอม มีจีดีเอช มีพี่ย้ง คุณแท๊ด คุณดิว คนแปลความหมายว่านาดาว บางกอก เท่ากับศิลปินแต่จริงๆ นาดาว บางกอก เขามีพาร์ทโปรดักชั่น มีพาร์ทเพลง มีการทำเสียงอื่น อันนี้ก็แล้วแต่พี่ย้ง”

ตอนนี้ยังมีโปรเจ็กต์อะไรที่ค้างอยู่ไหม?
“ไม่มีค่ะ คือหลังจากที่พอรู้โปรเจ็กต์ต้องก็ค่อยๆ จัดการจนตอนนี้ไม่มี แต่เราอาจจะเห็นวันหนึ่งพี่ย้งทำหนังก็ได้นะคะ ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ พี่ย้งเป็นคนทำงานที่บ้าพลัง เพียงแต่ว่าถ้าพี่ย้งมีแพชชั่นที่เชื่อว่าพี่ย้งจะทำสิ่งต่างๆ เหล่านั้นออกมาได้ดี”

ตอนนี้รอพี่ย้ง?
“รอพี่ย้งแล้วก็ผู้ที่จะร่วมเดินทางไปกับพี่ย้ง ซึ่งอันนี้พี่ย้งก็น่าจะกำลังดูๆ อยู่”