“ตั้งแต่ทราบข่าวการสวรรคตพวกเราก็เศร้ากันมาก” รสสุคนธ์ กองเกตุ ผู้เป็น ‘ครูเงาะ’ ที่สอนการแสดงเก่งนักของเหล่าดารานักแสดง และนักเรียนโรงเรียน เดอะ ดราม่า อคาเดมี บาย ครูเงาะ เล่าให้ ‘มติชนออนไลน์’ ฟัง ถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจ็คต์ ‘ลูกตื่นเมื่อพ่อหลับ’ เชิญชวนคนไทยทั้งประเทศให้สัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าต่อไปนี้จะทำความดีเพื่อประเทศชาติ
“ตัวเงาะเอง กลุ่มเพื่อนๆเองก็เป็น คือตื่นเช้ามาเราจะเสพแต่เรื่องที่คนเอามาใส่ในเฟซบุ๊ค แล้วก็ร้องไห้ พร้อมๆกับที่ได้รู้สึกว่า มีหลายๆเรื่องของพระองค์ที่เราไม่เคยได้รู้มาก่อน”
“เรารู้แต่ท่านทรงทำในสิ่งที่ดีๆ แต่ไม่เคยรู้ว่าสิ่งที่ท่านทำนั้นเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปทำได้ ก็เลยรู้สึกว่า ณ วันนี้ที่พ่อจากไป ไม่ได้จากไปเฉยๆ แต่เป็นการทิ้งพลังงานที่โลกสะท้าน ดินสะเทือน”
“เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของผู้คนในระดับที่ลึกถึงจิตวิญญาณ เพื่อนคนหนึ่งเป็นคนที่เคยขยะแขยง แม้กระทั่งแค่เดินบนพื้นแฉะๆก็บ่น แต่กลายเป็นว่าพอเห็นท่านลุยน้ำมากกว่าพวกเราตั้งเท่าไหร่ แค่นี้จะบ่นทำไม บ่นเพื่ออะไร แม้กระทั่งเงาะเอง วันไหนขี้เกียจ พอจะตื่น ก็ไม่อยาก แต่พอคิดว่าถ้าเป็นพ่อ พ่อไม่ทำแบบนี้ ก็จะลุกขึ้นได้ทันที”
อย่างไรก็ตามมีความรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ อาจจะยังส่งไปไม่ถึงเยาวชน คนรุ่นใหม่บางคน
“คือคนโตๆเขาจะอ่านเรื่องพวกนี้ แล้วลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่กลุ่มเด็ก เยาวชนที่ไม่อ่าน คือเขารู้ละว่าท่านดี แต่เห็นข่าวที่มีบางคนบ่นว่ากีฬาสี ทำไมหนูไม่ได้จัด จะด่า ก็ไม่เกิดประโยชน์ เพราะเขาแค่ไม่รู้ แล้วจะทำยังไงให้เขารู้ ก็ได้ไอเดียจากวันหนึ่งที่นั่งคุยให้เด็กๆฟังเรื่องของท่าน ว่าเด็กๆรู้เรื่องนี้ เรื่องนี้ไหม เด็กในโรงเรียนก็อินมาก จริงเหรอ หนูไม่เคยรู้เลย พ่อเราเจ๋งอ่ะ เลยคิดว่าจะดีแค่ไหนถ้ามีนักแสดงมาเล่าเรื่องเหล่านี้ให้เยาวชนฟัง”
“เพราะเสียงจากเรามีคนตามแค่เป็นแสน แต่ดาราคือหลักล้าน คุณถูกสร้างมาเพื่อการนี้ละ โลกไม่ได้ประทานชื่อเสียงมาเปล่าๆปลี้ๆ แต่ให้เพราะการนี้ ก็โทรหาพวกดาราให้มาไลฟ์ มาเล่าเรื่อง คือหนูไม่อ่าน ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง ก็เริ่มจากให้ใหม่ (ดาวิกา โฮร์เน่) กับใบเฟิร์น (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) เล่าเรื่องที่ตัวเองชอบเกี่ยวกับพระองค์ท่านให้คนฟัง แล้วช่วยกันแชร์ออกไป ซึ่งหลังจากนี้จะมีนักแสดงอีกมากมายมาร่วมเล่า เช่น แอน ทองประสม, ญาญ่า (อุรัสยา เสปอร์บ้นด์), คิมเบอรี่ แอนด์ เทียมศิริ, ขนมจีน-กุลมาศ ลิมปวุฒิวรานนท์, ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ และแก๊งค์ฮอร์โมนส์”
โดยทั้งหมดนั้นจะเผยแพร่ผ่านเพจ ‘ครูเงาะ รสสุคนธ์ กองเกตุ’ ซึงอยากให้เข้าไปดู และชวยแชร์ไปให้ถึงเยาวชนให้มากที่สุด
“แต่แค่นั้นยังไม่พอ เราต้องทำเป็นแบบอย่าง ให้คนเห็นความเก่งของพ่อที่ทำให้เราอยากเปลี่ยนแปลง ได้คุยกับเด็กๆในโรงเรียนก็ได้ไอเดียว่าทำเป็นชาเลนจ์ดีกว่า ชาเลนจ์ที่ทำให้เกิดประโยชน์ ให้คนออกมาปฏิญาณตนว่าจะทำความดีอะไร ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่ แค่เรื่องเล็กๆก็ได้ หนูเคยขี้บ่น แต่ต่อไปนี้ไม่ละ”
ชาเลนจ์ที่ว่านั้นเริ่มที่ตัวเธอ
และขอเชิญชวนต่อไปที่ใหม่ ดาวิกา,เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และเพื่อนซึ่งไม่ได้เป็นคนหน้าจออีกคน โดยให้เหตุผลว่า เป็นความตั้งใจที่จะขอท้าคนดัง 2 คน กับคนธรรมดาทั่วไปอีก 1 เพื่อให้โปรเจ็คต์นี้กระจายไปได้ทั่วๆ
จนทั่วประเทศได้ในสักวันหนึ่ง
ส่วนชื่อ ‘ลูกตื่นเมื่อพ่อหลับ’นั้น ก็ได้มาระหว่างการพูดคุย
“เพื่อนคนหนึ่งบอกว่าตอนนี้พวกเราตื่นกันหมดเลยเนอะ แต่เสียดายที่มาตื่นเมื่อพ่อหลับ แต่เงาะมองว่ายังดี ที่อย่างน้อยเราก็ตื่น เพื่อจะได้สานต่อสิ่งที่พ่อทำมาอย่างเหนื่อยยาก”
เมื่อถามว่า กังวลไหมว่าโปรเจ็คต์ดีๆอย่างนี้ สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นแฟชั่น เป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง ที่เพียงชั่ววูบก็ไม่หลงเหลืออะไรทิ้งไว้
“ไม่เลย” เธอบอก
“เงาะมองว่า การที่คนทำปฏิญาณมันมีความลึกมากกว่าแค่ความตั้งใจปกติ และด้วยพลังงานที่ท่านทรงทิ้งไว้ ความดีที่พระองค์ทำ มันเหมือนเป็นพันธะสัญญาที่ผูกเราไว้ แล้วใจของคนตอนนี้พร้อมที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง”
“แต่ถ้าจะเป็นเหมือนไฟไหม้ฟาง ก็มองว่าอย่างน้อยยังได้ไหม้บ้าง ความดีก็จะเกิดขึ้น ดีกว่าไม่เกิดเลย”
“อีกอย่างเงาะถือว่าการถวายสัตย์เป็นสัจจะบารมีซึ่งจะมีผลที่ทำให่คนอยากที่จะลงมือทำ ในมุมของเงาะถ้า 100 คนถวายสัตย์ แล้วมีแค่ 10 คนทำได้ตามที่พูดจริงๆ ก็ถือว่าเยี่ยมยอด และสามารถทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้มากแล้ว”
“แล้วก็คิดไว้ว่าจะไม่ทำให้โปรเจ็คต์นี้เป็นโปรเจ็คต์ที่จบแล้วจบเลย เฟสต่อไปคืออาจจะรวบรวมคนที่ปฏิญาณในเรื่องที่ดีๆ ดีมากๆ แล้วเลือกมาทำกิจกรรมร่วมกับดาราศิลปิน แล้วอีกเฟสคือวันที่ 5 ธันวาคม ก็จะชวนกันไปให้ความรู้ชาวบ้านในคลองย่านลาดพร้าวให้ไม่ทิ้งขยะ ให้รักน้ำของพ่อ ซึ่งกำลังจะเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งเรื่องโปรเจ็คต์นี้”
“เรานอนอุตุกันในวันที่พ่ออยู่ ถึงตอนนี้จึงเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำต่อ ซึ่งถึงใครจะบอกว่าไม่มีทางสำเร็จ ก็ไม่สนใจ เราจะทำ”
และจะทำต่อไป ในอีกหลายๆโปรเจ็คต์ที่คิดไว้ เธอว่าอย่างนั้น

