“แอ๊ด คาราบาว” อนาคตกัญชาไทย หลัง 9 มิ.ย.65
ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินชื่อดัง เปิดเผยกับ “มติชน” ถึงกรณีวันที่ 9 มิถุนายนนี้ กัญชาจะถูกปลดล็อกออกจาก ทะเบียนยาเสพติดประเภทที่ 5 อย่างเป็นทางการ
แอ๊ดกล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะกัญชามีศักยภาพที่สามารถช่วยเหลือมนุษยชาติ ในเรื่องของการเป็นสรรพคุณทางยาได้
เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สากลเขารู้ดีกันอยู่แล้ว ต่างประเทศเขาก็ใช้ แล้วเขาก็ยอมรับ อย่างในสหรัฐอเมริกาก็ดี ในแคนาดาก็ดี หรือในประเทศที่เขาเจริญแล้ว มีวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้า ก็ได้พิสูจน์ออกมาแล้วว่ากัญชามีสารแคนนาบินอยด์ (cannabinoids) ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย ถ้าเฟราใช้ได้ถูกต้อง และสามารถที่จะสกัดยับยั้งโรคได้หลายโรค เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่แพ้เคมี เวลาทำคีโมก็ใช้กัญชาเข้าไปประกอบด้วย จะทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่ดีขึ้น มันอาจจะไม่ใช่การรักษาโดยตรง แต่ลดความทรมานได้
“อย่างคนที่มีเงิน เขาก็ต้องไปหาหมอแพทย์แผนปัจจุบันอยู่แล้ว ซึ่งการที่จะรักษามะเร็ง คนหนึ่ง 10-20 ล้านบาท แต่สำหรับคนจน เขาไม่มีปัญญาขนาดนั้น เขาใช้แต่ประกันสังคม พอไปโรงพยาบาลเจอโรคร้ายร้ายอย่างนี้ เขาลำบาก เขาเจ็บปวด เพราะหมอเองก็ไม่พอ หมอก็รักษาไปตามมีตามเกิด แต่กัญชาจะเป็นยาที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีฐานะไม่ดีสามารถใช้ฟื้นฟูตัวเองได้ หรือแม้แต่คนที่มีตังค์ แต่หมดสิ้นความหวังกับการรักษาในระบบ ปรากฏว่าเขาไม่หาย เขาก็ต้องหันมาใช้กัญชา เป็นยาสกัด” ยืนยงระบุ
ต่อเสียงสะท้อนว่า ถึงจะปลดล็อกแต่ก็ได้ไม่ได้เสรีจริง การเข้าถึงของคนรากหญ้า ในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยาก ต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆ แอ๊ดกล่าวว่า เริ่มต้นก็ต้องเริ่มแบบนี้ ค่อยๆ ปล่อย ค่อยๆ ผ่อน
“ที่ผมสู้กันมา 3-4 ปีมานี้ ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ สู้จนคนที่สู้ด้วย ตายไปหมดแล้ว ลุงตู้, ด.เดี่ยว ตายไปหมดแล้ว คิดดูสิ คนพวกนี้เป็นผู้บุกเบิก เก่งมาก แล้วทำมาก่อน ที่เขาทำมาเป็นรากฐานให้เราสามารถนำมาคิด พิจารณาต่อยอดได้ อย่างว่า กัญชา กับแพทย์แผนปัจจุบันมันสวนทางกัน ถ้าเกิดว่าเราไปคุยกับหมอ แพทย์แผนปัจจุบัน เขาก็จะไม่เห็นด้วย เพราะเขาไม่ได้เรียนมาทางนี้ เขาเรียนมาอีกทางหนึ่ง”
แอ๊ดกล่าวด้วยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ลงมาทำตรงนี้ ซึ่งผมก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรรคนั้น แต่เมื่อเห็นว่าเขาลงมาทำจริง ผู้ที่มีอำนาจรัฐลงมาทำตรงนี้ ผมก็สนับสนุน เพราะผมก็เดินเรื่องนี้ตามหลังอาจารย์เดชา ศิริภัทร มา ไปช่วยอาจารย์เดชาตอนที่ถูกจับ แล้วผมก็เห็นว่า พอรัฐมนตรีอนุทินมาทำ ผมก็ต้องไปช่วยซัพพอร์ต แต่งเพลงให้ ก็หวังว่าท่านจะลุยเรื่องนี้มา ปรากฏว่าก็ลุยเรื่องนี้มาจนถึงวันนี้ ก็ต้องขอบคุณ
ผลอีกประการหนึ่งของการปลดล็อกกัญชา ก็คือ การที่กรมราชทัณฑ์ออกหมายปล่อยผู้ต้องขังคดีกัญชา กว่า 4,000 คน ยืนยงระบุว่า เห็นด้วย คุณจะเอาเขา 4,000 คนไปไว้ในคุก ไม่เป็นประโยชน์หรอก กัญชา เมื่อถูกกฎหมายอย่างมีเงื่อนไขแล้ว คนพวกนั้นก็ควรจะปล่อยให้ไปอยู่บ้าน ให้ไปหาอยู่ หากิน ไม่ต้องมากินข้าวหลวง เปลืองภาษีเปล่าๆ แล้วผู้ต้องหาคดีกัญชา ไม่ได้เป็นกรณีที่ไปฆ่าคนตาย หรือว่าไปค้ายาบ้า ยาอี ยาไอซ์ เฮโรอีน ถ้าอย่างนั้นปล่อยไปไม่ได้
“เมื่อประมาณครึ่งปีที่แล้ว ผมไปเล่นดนตรีที่พัทยา มือโซโล่ของวงคาราบาวไปเยี่ยมบ้านที่จังหวัดตราด คนขับรถของเขา ได้กัญชามาจากไหนไม่รู้ 1 ต้น ใส่กระถาง เขาก็เอาขึ้นมาบนรถ พวกเราก็มองเห็นเป็นเรื่องปกติ เหมือนต้นไม้ต้นหนึ่งมาวางไว้บนรถ ปรากฏว่า พอไปจอดเล่นที่พัทยา นักข่าวมาเห็นแล้วไปแจ้งตำรวจ ตำรวจก็มาจับเอาไปโรงพักแล้วขังคุกไว้คืนหนึ่ง รุ่งขึ้นก็ไปส่งฟ้องศาล เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตแค่กัญชาต้นเดียว เมื่อ 6 เดือนที่แล้วนี้เอง จับคนขับรถของวงคาราบาวไป ผมบอกโอ้! ทำไมมันโหดร้ายถึงขนาดนี้”
แอ๊ดกล่าวว่า รัฐบาลต้องชัดเจน แล้วออกคำสั่งมา เจ้าหน้าที่เขาจะได้ปฏิบัติถูก ไม่อย่างนั้นก็เท่ากับว่าไปรังแกประชาชน แต่ตอนนี้ น่าจะรู้แล้ว เพราะปล่อยคนที่ติดคุกเรื่องกัญชาออกมาแล้ว
ยืนยงกล่าวด้วยว่า ในเรื่องเดียวกันนี้ ต่างประเทศไปถึงไหนกันแล้ว เราก็มีโอกาส เพราะประเทศเราสามารถปลูกกัญชากลางแจ้งได้ ต่างประเทศ อย่างแคนาดา ก็ยังปลูกแบบในร่ม ในอาคาร ใช้ไฟ ใช้เคมี ซึ่งประเทศไทยเรามีศักยภาพตรงนี้สูงมาก เป็นแหล่งของกัญชาที่ดัง พันธุ์หางกระรอก ภูพาน
ซึ่งดังมาก เป็นที่ต้องการของต่างชาติ เพราะสาร THC สูง ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เคลิบเคลิ้ม ฝรั่งชอบ แต่ก็มีส่วนในการช่วยรักษาด้วย อย่างคนนอนไม่หลับ ส่วนสาร CBD เป็นตัวรักษาพวกมะเร็ง
“งานวิจัยของ ดร.ราฟาเอล เมคูลัม ของยิว ที่สหรัฐไปจ้าง ก็ยังวิจัยออกมาแล้วว่า แคนนาบินอยด์ เป็นสารที่เดิมที่มีอยู่ในร่างกายของมนุษย์อยู่แล้ว แต่พออายุมากขึ้นก็หดหายไป พอวันนี้เรามาเจอว่าสารนี้มีอยู่ในพืชที่เรียกว่ากัญชา กัญชง Hemp หรือ Cannabis แล้วเราก็เอามาสกัด พัฒนาขึ้นมาเป็นยาได้ แต่ข่าวนี้ทางรัฐบาลอเมริกาก็ปิดมาหลายปี เพราะรัฐบาลอเมริกาอยู่ได้ด้วยอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมปืน อะไรที่เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้จะไม่แตะ”
ถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ หากกำหนดให้ประชาชนไปจดแจ้งการปลูกกัญชากับท้องถิ่น เมื่อมีรายได้ก็เอาไปพัฒนาท้องถิ่นนั้นๆ แอ๊ดกล่าวว่า นี่แหละ เป็นวิธีกระจายอำนาจสู่ประชาชน ไม่ใช่ไปกระจายอำนาจสู่บริษัทยา
“ผมคิดว่าตอนนี้รัฐบาลลำบากใจ เนื่องจากบริษัทยาทั้งหลาย ไม่ว่าจะยาพารา ยาแก้ปวดก็ดี จะเข้ามาหารัฐบาลอย่างแน่นอน เหมือนตอนที่ผมร่วมกับทาง น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต่อสู้เรื่อง 3 สารพิษ “พาราควอต คลอร์ไพริฟอส ไกลโฟเซต” ที่เป็นอันตรายกับคนไทย ทำให้เกิดมะเร็งมากที่สุด ก็สู้ไป จนในที่สุด มติเป็นเอกฉันท์ให้ถอด 3 สารพิษนี้ออก เลิกใช้ แต่ปรากฏว่าอยู่ดีๆ บริษัทยาเข้ามาเกี่ยว ในที่สุดก็กลับมาให้ใช้ตามปกติ อีกหน่อยคนไทยถึงจะตายเพราะโรคมะเร็งไม่รู้เท่าไหร่ ฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยก็แล้วกัน” ศิลปินชื่อดังกล่าว และว่า หันมาหาสมุนไพร ดีกว่าเคมีเยอะ อย่าตกเป็นทาสของฝรั่งเลย
เป็นอีกทรรศนะของผู้ที่ติดตามกระบวนการปลดล็อกกัญชามาตั้งแต่ต้นทาง

